หน้าแรก / THTI Insight / ความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรม / แผนการจำกัดการใช้ “สารเคมีชั่วนิรันดร์” (PFAS) และการปฏิบัติรูปกฎระเบียบ REACH ของสหภาพยุโรป

แผนการจำกัดการใช้ “สารเคมีชั่วนิรันดร์” (PFAS) และการปฏิบัติรูปกฎระเบียบ REACH ของสหภาพยุโรป

กลับหน้าหลัก
04.03.2569 | จำนวนผู้เข้าชม 184

แผนการจำกัดการใช้ “สารเคมีชั่วนิรันดร์” (PFAS) และการปฏิบัติรูปกฎระเบียบ REACH ของสหภาพยุโรป

KEY POINTS

1. องค์การจัดการสารเคมีแห่งสหภาพยุโรป (ECHA) ได้ขยายขอบเขตข้อเสนอห้ามใช้สารกลุ่ม PFAS หรือ “สารเคมีชั่วนิรันดร์” ครอบคลุมอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มอีก 8 ภาคส่วน เช่น การแพทย์ การทหาร การพิมพ์ และสิ่งทอทางเทคนิค เนื่องจากสารเหล่านี้มีความคงทนสูงและส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง โดยเป้าหมายหลักคือการยุติการใช้เกือบทั้งหมด ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่งและยังไม่มีสารทดแทน เช่น ในด้านการป้องกันประเทศและเทคโนโลยีขั้นสูง

2. การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกฎหมาย REACH ครั้งใหญ่ซึ่งคาดว่าจะมีการนำเสนอร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2025 เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านสารเคมีให้ทันสมัยและเข้มงวดขึ้นผ่านการใช้ระบบดิจิทัลและการบังคับใช้กฎหมายที่แข็งแกร่ง โดยในระหว่างนี้ สหภาพยุโรปได้เริ่มใช้มาตรการเฉพาะภาคส่วนควบคู่กันไป เช่น การสั่งห้ามใช้ PFAS ในโฟมดับเพลิง เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานความปลอดภัยด้านเคมีภัณฑ์ที่ครอบคลุมที่สุดในโลก

การยกระดับมาตรการควบคุมสาร PFAS

องค์การจัดการสารเคมีแห่งสหภาพยุโรป (European Chemicals Agency: ECHA) ได้ปรับปรุงข้อเสนอเพื่อจำกัดการใช้กลุ่มสาร per-and polyfluoroalkyl substances (PFAS) หรือที่รู้จักกันในนาม “สารเคมีชั่วนิรันดร์” โดยข้อเสนอฉบับปรับปรุงนี้มีการขยายขอบเขตการห้ามใช้ไปยังอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจใหม่เพิ่มอีก 8 ภาคส่วน ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมก่อนการปฏิรูปกฎหมายความปลอดภัยด้านสารเคมีฉบับสำคัญของสหภาพยุโรป หรือ REACH

สาร PFAS ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1940 (พ.ศ. 2483) มีคุณสมบัติเด่นในการทนความร้อน กันน้ำ และกันไขมัน จึงถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ตั้งแต่กระทะเคลือบสารกันติด เสื้อผ้ากันฝน ไปจนถึงเซมิคอนดักเตอร์และโฟมดับเพลิง อย่างไรก็ตาม สารเหล่านี้ไม่ย่อยสลายในสิ่งแวดล้อม และมีงานวิจัยระบุว่าความเสี่ยงจากการสัมผัสสาร PFAS เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคตับ ความผิดปกติทางฮอร์โมน และโรคมะเร็งบางชนิด

ขอบเขตใหม่และภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ

ข้อเสนอที่ขยายขอบเขตการควบคุมเกิดขึ้นหลังจากประเทศผู้ร่วมเสนอ (ได้แก่ เดนมาร์ก, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์ และสวีเดน) ได้ประเมินความคิดเห็นจากสาธารณะมากกว่า 5,600 รายการ โดยตั้งเป้าควบคุมสารเคมีในตระกูล PFAS มากกว่า 10,000 ชนิด

ภาคส่วนใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในข้อเสนอจำกัดการใช้ ได้แก่

1. อุตสาหกรรมการพิมพ์และการซีล รวมถึงการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร

2. การแพทย์ บรรจุภัณฑ์ยาชั้นใน (Immediate packaging) และสารช่วยทางเภสัชกรรม (Pharmaceutical excipients)

3. ความมั่นคง การใช้งานทางทหารและวัตถุระเบิด

4. อุตสาหกรรมิื่น ๆ สิ่งทอพิเศษเฉพาะด้าน ตัวทำละลาย และตัวเร่งปฏิกิริยา

ความพยายามนี้อาจกลายเป็นการสั่งห้ามใช้สาร PFAS ที่ครอบคลุมที่สุดในโลก อย่างไรก็ดี ECHA ยังพิจารณาทางเลือกกฎระเบียบที่ยืดหยุ่นในบางอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และการขนส่ง หากสามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

เส้นทางสู่การปฏิรูปกฎระเบียบ REACH

เป้าหมายสูงสุดของสหภาพยุโรปคือการยุติการใช้ PFAS เกือบทั้งหมด โดยจะผ่อนปรนให้ใช้ได้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นอย่างยิ่ง เช่น ในด้านการดูแลสุขภาพ การป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมไฮเทคที่ยังไม่มีสารทดแทนในปัจจุบัน

ไทม์ไลน์สำคัญของการปฏิรูป

เมษายน 2568 นำเสนอร่างข้อเสนอเบื้องต้นกับผู้เชี่ยวชาญระดับชาติเพื่อปรึกษาหารือ และธันวาคม 2568 คณะกรรมาธิการยุโรปนำเสนอข้อเสนอกฎหมายปฏิรูป REACH อย่างเป็นทางการ

การปฏิรูป REACH ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัยและเรียบง่ายขึ้น โดยจะมีมาตรการใหม่ ๆ เช่น การจำกัดระยะเวลาความถูกต้องของการจดทะเบียนสารเคมี การบังคับให้อัปเดตเอกสารข้อมูล การใช้เอกสารข้อมูลความปลอดภัยแบบดิจิทัล และการเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย

บทสรุปและทิศทางในอนาคต

ในขณะที่การปฏิรูป REACH กำลังดำเนินไป คณะกรรมาธิการยุโรปได้ยืนยันว่ากฎระเบียบใหม่จะมีความชัดเจนในการควบคุมสาร PFAS มากขึ้น แม้ว่าการจำกัดการใช้แบบทั่วไปจะตามมาภายหลังก็ตาม นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังคงเดินหน้ามาตรการเฉพาะภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เช่น การสั่งห้ามใช้ PFAS ในโฟมดับเพลิงซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วภายใต้กรอบการทำงานปัจจุบัน

การปรับปรุงข้อเสนอของ ECHA ในครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวย่างสำคัญและเป็นหนึ่งในความพยายามควบคุมสารเคมีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของยุโรป

-------------------------------------------

ที่มา : สำนักงานที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมในต่างประเทศ ประจำกรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย และ euronews.com

กฎระเบียบสิ่งทอ, EU, PFAS, REACH, ECHA, สารเคมีชั่วนิรันดร์, THTI, Fashion Intelligence Unit, FIU, FIU_'69