หน้าแรก / THTI Insight / ความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรม / เทรนด์รักษ์โลกพุ่งแรง! ยอดซื้อ "เสื้อผ้ารีไซเคิล" โต 76% เมื่อแบรนด์ดังเริ่ม "ปรับเปลี่ยน" ในการเลือกใช้วัสดุ

เทรนด์รักษ์โลกพุ่งแรง! ยอดซื้อ "เสื้อผ้ารีไซเคิล" โต 76% เมื่อแบรนด์ดังเริ่ม "ปรับเปลี่ยน" ในการเลือกใช้วัสดุ

กลับหน้าหลัก
18.03.2569 | จำนวนผู้เข้าชม 138

เทรนด์รักษ์โลกพุ่งแรง! ยอดซื้อ "เสื้อผ้ารีไซเคิล" โต 76% เมื่อแบรนด์ดังเริ่ม "ปรับเปลี่ยน" ในการเลือกใช้วัสดุ

ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ดีไซน์ที่สวยงาม แต่ยังมองหา "ความยั่งยืน" ที่อยู่เบื้องหลังเสื้อผ้าแต่ละชิ้น ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดปี 2026 จาก A.M. Custom Clothing ผู้จัดจำหน่ายเสื้อผ้าเพื่อความยั่งยืนชั้นนำในสหราชอาณาจักร ได้เผยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมแฟชั่น เมื่อความต้องการเสื้อผ้ารีไซเคิลพุ่งสูงขึ้นถึง 76% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

Searches for “sustainable brands” have increased by more than 50%. Credit: Pada Smith/GettyImages.co.uk

แฟชั่นยั่งยืน : จากกระแสรองสู่ "หัวใจหลัก" ของรันเวย์

กระแสความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมถูกจุดติดอีกครั้งผ่านงานใหญ่อย่าง Fashion Week ทั่วโลก ส่งผลให้ยอดการค้นหาคำว่า “แฟชั่นยั่งยืน” (Sustainable Fashion) บน Google Trends พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยเพิ่มขึ้นถึง 222% ในขณะที่การค้นหาคำว่า “แบรนด์ที่ยั่งยืน” (Sustainable Brands) ก็เติบโตขึ้นกว่า 50% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่กำลังกดดันให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องมีความรับผิดชอบต่อโลกมากขึ้น

"ผ้าฝ้ายออร์แกนิก" ยังคงครองแชมป์ แม้กระแสรีไซเคิลจะมาแรง

แม้ตัวเลขความต้องการวัสดุรีไซเคิลจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ในความเป็นจริง "ผ้าฝ้ายออร์แกนิก" ยังคงเป็นวัสดุหลักที่แบรนด์เลือกใช้ โดยมีปริมาณการใช้งานสูงกว่าวัสดุรีไซเคิลถึง 7 เท่า เหตุผลหลักมาจากความพร้อมของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการรับรองมาตรฐานสากล เช่น Organic และ Fairtrade ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยและเชื่อมั่น

วัสดุจากพืช : ทางเลือกใหม่ที่น่าจับตา

นอกจากเส้นใยรีไซเคิลแล้ว วัสดุทางเลือกที่ทำจากพืชยังมีการเติบโตที่น่าสนใจในช่วงปี 2020–2025 อาทิ ผ้าลินิน (Linen) เติบโตขึ้น 73% รองลงมา ได้แก่ ผ้าวิสโคส (Viscose) เติบโตขึ้น 54% และผ้าไลโอเซลล์ (Lyocell) เติบโตขึ้น 42% ตามลำดับ โดยวัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ใช้น้ำในการผลิตน้อยกว่า แต่ยังสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

ไม่ใช่แค่ "รักษ์โลก" แต่ต้อง "ทนทาน"

ความท้าทายของแบรนด์แฟชั่นในปี 2026 คือ การที่วัสดุยั่งยืนต้องไม่ด้อยประสิทธิภาพ โดยคุณ Alex Franklin ผู้ร่วมก่อตั้ง A.M. Custom Clothing ให้ความเห็นว่า แบรนด์ต่าง ๆ กำลังให้ความสำคัญกับ "เศรษฐกิจหมุนเวียน" (Circularity) มากขึ้น

"มันไม่ใช่แค่เรื่องของกรรมวิธีการผลิต แต่คือความทนทานและการใช้งานได้จริง เพื่อให้ผู้สวมใส่ใช้งานได้ยาวนานที่สุด แฟชั่นยั่งยืนไม่ใช่การเอาวัสดุหนึ่งมาแทนที่อีกอัน แต่มันคือการเลือกใช้เนื้อผ้าที่ 'ใช่' เพื่อให้ผู้สวมใส่ดูดี รู้สึกดี และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ"

บทสรุป : ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมแฟชั่น

ในขณะที่แรงกดดันด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) บีบให้แบรนด์ต้องถอยห่างจาก Fast Fashion เราจึงได้เห็นการจัดหาวัตถุดิบที่หลากหลายขึ้น เช่น การเลือกใช้ ผ้าลินิน สำหรับชุดที่เน้นการระบายอากาศ หรือการใช้ โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล (RPET) สำหรับชุดกีฬาที่ต้องการความยืดหยุ่นและแห้งไว

นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคที่ความสวยงามและความยั่งยืนต้องเดินไปพร้อมกันอย่างสมดุล

-------------------------------------------

Source: JustStyle.com 

Photo credit: Pada Smith/GettyImages.co.uk 

สิ่งแวดล้อมสิ่งทอ, เทรนด์รักษ์โลก, วัสดุ, รีไซเคิล, เครื่องนุ่งห่ม, THTI, Fashion Intelligence Unit, FIU, FIU_'69