หน้าแรก / THTI Insight / ข่าวรายวัน / “ศุภจี” ถก WIPO ดัน IP Finance ปั้นทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่สินทรัพย์เศรษฐกิจ

“ศุภจี” ถก WIPO ดัน IP Finance ปั้นทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่สินทรัพย์เศรษฐกิจ

กลับหน้าหลัก
29.05.2569 | จำนวนผู้เข้าชม 22

 “ศุภจี” ถก WIPO ดัน IP Finance ปั้นทรัพย์สินทางปัญญาไทยสู่สินทรัพย์เศรษฐกิจ

กระทรวงพาณิชย์ หารือ WIPO ที่เจนีวา ยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้า IP Finance เปิดทางผู้ประกอบการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเข้าถึงแหล่งทุน พร้อมดัน GI-งานออกแบบ-แบรนด์สินค้าไทย เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจฐานรากสู่ตลาดโลก     

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ได้เข้าหารือทวิภาคีกับนายดาเรน ทัง (Mr. Daren Tang) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO ณ สำนักงานใหญ่ WIPO นครเจนีวา เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไทยกับ WIPO และผลักดันบทบาทไทยในเวทีทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ   

การหารือครั้งนี้มีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมด้วย  

นางศุภจีกล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับ WIPO ในฐานะองค์กรหลักด้านทรัพย์สินทางปัญญาของโลก โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน  

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้เน้นย้ำแนวทางวางรากฐานระบบนิเวศด้านการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน หรือ IP Finance เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจสร้างสรรค์ และธุรกิจนวัตกรรม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น  

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เตรียมจัดกิจกรรมอบรมเพิ่มศักยภาพด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2569 และมีแผนจัดทำ “Pilot Project IP Finance Thailand” ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 เพื่อวางรากฐานการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินของประเทศในระยะยาว   

ด้านนายดาเรน ทัง ผู้อำนวยการใหญ่ WIPO ได้ชื่นชมแนวทางการดำเนินงานของไทย และแสดงความพร้อมสนับสนุนความร่วมมือทั้งด้านวิชาการและเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ การส่งผู้เชี่ยวชาญหรือพี่เลี้ยงมาสนับสนุนการพัฒนาโครงการนำร่อง IP Finance Thailand   

นอกจากนี้ WIPO ยังเห็นว่า หากไทยสามารถบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคการเงิน ระบบ IP Finance ของไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นต้นแบบการประยุกต์ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางการเงินในระดับภูมิภาคได้ในอนาคต   

สำหรับประเด็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน โดยไทยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การนำ GI มาส่งเสริมสินค้าไทยผ่านมิติอาหาร วัฒนธรรม แฟชั่น และการออกแบบ รวมถึงการใช้การทูตวัฒนธรรมและการสร้างแบรนด์ประเทศ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ  

นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและความยั่งยืน โดยเมื่อชุมชนและผู้ผลิตปรับตัว พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับตลาดแล้ว ภาครัฐต้องมีบทบาทในการช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและหาตลาดรองรับ เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างยั่งยืน  

ทั้งนี้ GI ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงการคุ้มครองสิทธิ แต่ควรเชื่อมโยงกับเครื่องหมายการค้า การออกแบบ การตลาด การสร้างแบรนด์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าชุมชนและสินค้าหัตถกรรมที่มีเรื่องราว อัตลักษณ์ และคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดสู่สินค้าพรีเมียมได้  

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาชุมชนผ่านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และมรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะการต่อยอดองค์ความรู้ท้องถิ่นให้สอดคล้องกับตลาดสมัยใหม่ ภายใต้แนวทางการพัฒนาที่ยึดโยงกับความยั่งยืน การใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ลดการพึ่งพาสารเคมี และสร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว 

พร้อมกันนี้ ไทยยังได้หารือกับ WIPO เรื่องการเตรียมความพร้อมเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮก (Hague Agreement) ว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ โดยขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสิทธิบัตร เพื่อรองรับการดำเนินการตามความตกลงดังกล่าว 

ฝ่ายไทยได้ขอรับการสนับสนุนจาก WIPO ในการฝึกปฏิบัติงานจริง หรือ On-the-job Training ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสมาชิกที่มีระบบการตรวจประเมินใกล้เคียงกับไทย เช่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม รวมถึงการสนับสนุนด้านเทคนิคในการแปลคู่มือระบบเฮกเป็นภาษาไทย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องและประชาชน สามารถใช้ประโยชน์จากระบบดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

สำหรับ WIPO เป็นองค์การระหว่างประเทศภายใต้องค์การสหประชาชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2510 มีภารกิจส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก ปัจจุบันมีสมาชิก 192 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี 2532 โดย WIPO ดูแลความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญา 26 ฉบับ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การออกแบบอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์ 

-------------------------------------------

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ข่าวรายวัน, กระทรวงพาณิชย์, WIPO, ทรัพย์สินทางปัญญา, เศรษฐกิจ, ประชาชาติธุรกิจ