
อัตราเงินเฟ้อราคาสินค้าตามร้านค้าปลีกในสหราชอาณาจักร ในเดือนธันวาคม 2568 พบว่า ขยับตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 0.7 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ค้าปลีกในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงสินค้าแฟชั่น ยังคงต้องเผชิญกับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จนนำไปสู่การจัดแคมเปญลดราคากันอย่างแพร่หลายเพื่อกระตุ้นยอดขาย
UK shop price inflation rose by 0.7% YoY in December 2025. Credit: ShutterOK/Shutterstock.com.
ข้อมูลล่าสุดจากสมาคมผู้ค้าปลีกแห่งอังกฤษ หรือ The British Retail Consortium: BRC และ NIQ เผยให้เห็นภาพที่น่าสนใจของเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา แม้อัตราเงินเฟ้อของราคาสินค้าค้าปลีกโดยรวมในเดือนธันวาคม 2568 จะขยับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.7 (สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน) แต่เบื้องหลังตัวเลขนี้กลับมีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มสินค้าอาหารและสินค้าทั่วไป
ราคาสินค้าทั่วไปยังซบเซา เปิดทางนักช้อปเน้นความคุ้มค่า หลังร้านค้าแห่หั่นราคาพยุงยอด
ขณะที่ราคาสินค้าภาพรวมขยับขึ้น แต่ราคาสินค้าในกลุ่มที่ไม่ใช่อาหาร (Non-food) กลับยังคงอยู่ในสภาวะเงินฝืดที่ลดลงร้อยละ 0.6 ซึ่งเป็นตัวเลขที่คงที่มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ กลยุทธ์การขาย พบว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกต่างปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ โดยการรุกตลาดด้วยแคมเปญส่งเสริมการขายและส่วนลดพิเศษ เพื่อรับมือกับสภาวะการใช้จ่ายที่ระมัดระวังของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าของขวัญ อาทิ เสื้อผ้า, ของเล่น, หนังสือ และอุปกรณ์ความบันเทิงในบ้าน
‘อาหาร’ ตัวแปรหลักที่ดันเงินเฟ้อพุ่ง
โดยสาเหตุหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อภาพรวมสูงขึ้นมาจากกลุ่มอาหารเป็นสำคัญ คือ อัตราเงินเฟ้อหมวดอาหาร ซึ่งพุ่งขึ้นสู่ระดับร้อยละ 3.3 ในเดือนธันวาคม 2568 (จากเดิมที่ร้อยละ 3.0 ในเดือนพฤศจิกายน 2568) โดยเฉพาะอาหารสด (Fresh Food) มีอัตราเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 3.8 อย่างไรก็ตาม คุณ Helen Dickinson ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BRC ระบุว่า ผู้บริโภคยังคงพอจะหาความคุ้มค่าได้จากสินค้าจำเป็นสำหรับคริสต์มาส อาทิ ผัก ชีส และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีการจัดโปรโมชั่นช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในช่วงเทศกาล
ทิศทางปี พ.ศ. 2569 ความหวังท่ามกลางแรงกดดัน
แม้ผู้ค้าปลีกจะพยายามอย่างเต็มที่ในการตรึงราคาสินค้าและลดผลกระทบจากห่วงโซ่อุปทาน แต่แนวโน้มในปี พ.ศ. 2569 ยังคงมีความท้าทายรออยู่ สำหรับปัจจัยบวก คาดว่า ราคาพลังงานที่ลดลงและผลผลิตทางการเกษตรที่ดีขึ้นจะช่วยคลายความตึงเครียดด้านต้นทุนได้บ้าง ขณะเดียวกันด้านปัจจัยลบ คาดว่า ต้นทุนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะและกฎระเบียบใหม่ ๆ ของรัฐบาล อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงตัวอยู่ในระดับที่ลดลงได้ยาก (Sticky Inflation)
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ "ความเชื่อมั่นที่ยังซบเซา"
คุณ Mike Watkins หัวหน้าฝ่าย Retail and Business Insight ของ NIQ ให้ความเห็นว่า ในช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมาผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ "ความสามารถในการจ่าย" (Affordability) เป็นอันดับแรก และคาดว่าในปี พ.ศ. 2569 แม้เงินเฟ้อจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะยังคงอ่อนแอ ส่งผลให้พฤติกรรมการมองหาสินค้าราคาประหยัดและข้อเสนอพิเศษจะยังคงเป็นเทรนด์หลักต่อไป
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบระบบเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐอเมริกา (US) กับสหราชอาณาจักร (UK) ช่วงระหว่างปลายปี พ.ศ. 2568 ถึงต้นปี พ.ศ. 2569 พบว่า
-------------------------------------------
Source: JustStyle.com
Photo credit: ShutterOK/Shutterstock.com.