หน้าแรก / THTI Insight / ข่าวรายวัน / เจาะกลุ่มประเทศตลาดใหม่ บีโอไอทำข้อมูลนำร่องให้นักลงทุนไทย

เจาะกลุ่มประเทศตลาดใหม่ บีโอไอทำข้อมูลนำร่องให้นักลงทุนไทย

กลับหน้าหลัก
12.09.2561 | จำนวนผู้เข้าชม 1086

 
เจาะกลุ่มประเทศตลาดใหม่  บีโอไอทำข้อมูลนำร่องให้นักลงทุนไทย

เจาะกลุ่มประเทศตลาดใหม่ บีโอไอทำข้อมูลนำร่องให้นักลงทุนไทย

นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (มูลนิธิ สวค.) จัดทำผลศึกษาข้อมูลด้านการลงทุนของกลุ่มประเทศตลาดใหม่ ได้แก่ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สาธารณรัฐเคนยา สาธารณรัฐซูดานสาธารณรัฐอินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ซึ่งบีโอไอได้จัดทำเป็นข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนไทยได้ศึกษาเพื่อเตรียมพร้อมก่อนไปลงทุนจริงในต่างประเทศ อาทิ ขั้นตอนการเริ่มต้นทำธุรกิจ หน่วยงานที่ต้องติดต่อประสานงาน ข้อกฎหมายที่ควรรู้ ตลอดจนกลยุทธ์ในการทำธุรกิจแต่ละประเภทซึ่งเพื่อลดความเสี่ยงหรือปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นได้

“การส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของบีโอไอ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการโดยผลการศึกษาโอกาสการลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดใหม่ทั้ง5 ประเทศ พบว่ายังมีโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนสูงเนื่องจากยังมีผู้บุกเบิกเข้าไปไม่มากนัก โอกาสทางธุรกิจจึงยังเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนไทย ขณะเดียวกันยังพบว่าอุปสรรคสำคัญของนักลงทุนส่วนใหญ่อยู่ที่ขั้นตอนการเริ่มต้นทำธุรกิจจึงเชื่อว่าผลการศึกษาครั้งนี้จะมีส่วนช่วยให้นักลงทุนไทยได้ใช้เป็นข้อมูลต่อยอดประกอบการพิจารณาตัดสินใจ เกี่ยวกับข้อดีข้อเสียก่อนในการเข้าไปลงทุนในแต่ละประเทศ” นายโชคดีกล่าว

สำหรับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน มีทรัพยากรที่สมบูรณ์ ทั้งน้ำมัน เหมืองแร่ และทรัพยากรทางทะเล นักลงทุนไทยควรเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องของค่าเงิน กฎระเบียบด้านการลงทุนและผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ โดยอิหร่านมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่น่าสนใจ คือ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ นิคมอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมที่อิหร่านต้องการให้เข้ามาลงทุน คือ พลังงานแสงอาทิตย์

ขณะที่สาธารณรัฐเคนยา จุดเด่นสำคัญคือ เรื่องกฎระเบียบที่รัฐบาลเคนยากำลังปรับปรุงให้ง่ายและสะดวกต่อการลงทุน มีนโยบายด้านการลงทุนจะส่งเสริมผ่านมาตรการทางภาษี แต่ข้อจำกัดคือ ตลาดในประเทศมีขนาดเล็ก ทำให้มีกำลังซื้อน้อย ประชากรมีรายได้ต่อหัวต่ำนักลงทุนไทยเหมาะที่จะใช้เคนยาเป็นฐานการผลิตเพื่อขยายการลงทุนไปยังตลาดยุโรปและอาหรับ อุตสาหกรรมที่เคนยาต้องการคือ พลังงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร ยา

สาธารณรัฐซูดาน เป็นประเทศที่มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติเต็มที่ ให้นักลงทุนต่างชาติถือครองกิจการได้ 100% ซูดานต้องการกระตุ้นการลงทุนในทุกอุตสาหกรรม แต่ที่ต้องการเป็นพิเศษ ได้แก่ น้ำมัน ทองคำ และสินค้าเกษตร

สาธารณรัฐอินเดีย ศึกษาเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า เหมาะที่นักลงทุนไทยจะใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานแปรรูปทรัพยากรธรรมชาติที่มีเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นจึงขยายไปยังตลาดที่ใหญ่กว่า ได้แก่ บังกลาเทศ อินเดียส่วนกลาง และทิเบต อุตสาหกรรมที่เหมาะในการลงทุนคือ เกษตรแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค ยาเวชภัณฑ์ ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า

สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ เรื่องต้นทุนค่าแรงที่ต่ำและมีแรงงานในระบบจำนวนมาก จุดที่ควรระมัดระวังของบังกลาเทศ คือมาตรการและกฎระเบียบต่างๆมีความซับซ้อน อุตสาหกรรมที่นักลงทุนไทยควรไปลงทุน คือ อาหาร เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ที่มา  : แนวหน้า
          http://www.naewna.com/business/363553

ข่าวรายวัน,บีโอไอ,ผลการศึกษาโอกาสการลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดใหม่ 5 ประเทศ,สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สาธารณรัฐเคนยา สาธารณรัฐซูดานสาธารณรัฐอินเดีย และสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ