
‘ไม่แบกต่อ! ร้านค้าย่านประตูน้ำไปไม่ไหว ร้านรายย่อยทยอยปิดแถมเซ้งกิจการพุ่ง 50-60% นักท่องเที่ยวแขกขาวหายเกลี้ยง คนไทยเขียมสุดติ่ง พ่วงน้ำมันแพง’
บรรยากาศการค้าขายย่านประตูน้ำสะท้อนให้เห็นถึงการค้าที่ไม่ดีเหมือนเดิม โดยเฉพาะเพื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามอิหร่าน นายวิชัย แซ่ ก. เจ้าของร้านเสื้อผ้า "@t nine" เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดขายตกลงกว่าร้อยละ 40-50 โดยรายได้เฉลี่ยต่อวันลดลงจากเดิม 5,000-7,000 บาท เหลือเพียง 2,000-3,000 บาท ขณะที่การระบายสินค้าทำได้ยากขึ้น จากเดิมที่เคยขายได้เกือบเต็มจำนวนสต็อก ปัจจุบันสามารถขายได้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของสินค้าทั้งหมด
เนื่องจากกำลังซื้อคนไทยที่หดหายจากสภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ที่เคยเป็นลูกค้ารายใหญ่ ก็ไม่สามารถเดินทางมาเที่ยวไทยได้ ทำให้รายได้ส่วนนี้หายไปทั้งหมด
นอกจากรายได้ที่ลดลง ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายแฝง โดยเฉพาะวิกฤตราคาพลังงาน ซึ่งนายวิชัยระบุว่า ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมงบประมาณ 1,000 บาท เคยเติมน้ำมันได้ 16 ลิตร ปัจจุบันเหลือเพียง 10-11 ลิตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งและการเดินทาง
สภาวะดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการที่มีสภาพคล่องต่ำ หรือ "สายป่านสั้น" ต้องปิดกิจการลงเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจพื้นที่บริเวณซอย 21 ย่านประตูน้ำ พบว่ามีร้านค้าปิดตัวและประกาศเซ้งกิจการไปแล้วกว่าร้อยละ 50-60 เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระเข้าเนื้อต่อเนื่องหลายเดือน
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการได้เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการผ่อนปรนเงื่อนไขการเข้าถึงแหล่งเงินกู้สำหรับ SME รายย่อย เช่น มาตรการดอกเบี้ยต่ำในช่วง 3-6 เดือนแรก และการผ่อนปรนเกณฑ์การพิจารณา Statement เนื่องจากยอดขายที่เป็นเงินสดลดลงจนส่งผลต่อการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ในระบบ เพื่อประคองสภาพคล่องให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้
-------------------------------------------
ที่มา : BTimes