หน้าแรก / THTI Insight / ความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรม / ห้องปฏิบัติการอัญมณีระบบ AI มิติใหม่แห่งการตรวจสอบที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

ห้องปฏิบัติการอัญมณีระบบ AI มิติใหม่แห่งการตรวจสอบที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

กลับหน้าหลัก
17.04.2569 | จำนวนผู้เข้าชม 38

ห้องปฏิบัติการอัญมณีระบบ AI มิติใหม่แห่งการตรวจสอบที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

SIG Swiss International GemLab เปิดตัวสาขาใหม่ ณ เมืองลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และฮ่องกง โดยมุ่งเน้นการให้บริการตรวจสอบอัญมณีสีด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับความรวดเร็วในการดำเนินงานและสร้างความโปร่งใสในกระบวนการตรวจสอบให้สูงขึ้น

คุณ Matthias Alessandri ผู้ก่อตั้งห้องปฏิบัติการร่วมกับนักอัญมณีศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญอย่าง คุณ Willy Bieri และ คุณ Lawrence Hahn เปิดเผยกับนิตยสาร JNA ว่า SIG ได้ผสานมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ระดับสวิตเซอร์แลนด์เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการตลาด และการวิเคราะห์ด้วยระบบ AI ขั้นสูง

สำหรับห้องปฏิบัติการแห่งนี้ให้บริการตรวจสอบอัญมณีสีตระกูลหลักอย่างครบวงจร อาทิ ทับทิม ไพลิน มรกต สปิเนล ทัวร์มาลีน อะเล็กซานไดรต์ และโกเมน โดยครอบคลุมบริการการจำแนกชนิดอัญมณี (Identification) ระบุประเภทและคุณสมบัติพื้นฐาน และการวิเคราะห์การปรับปรุงคุณภาพ (Treatment Analysis) พร้อมบริการแปลผลตัวบ่งชี้การปรับปรุงคุณภาพให้สอดคล้องกับมาตรฐานคำศัพท์ที่ใช้ในระดับสากล รวมถึงการจัดระดับสี (Color Grading) และการระบุแหล่งกำเนิด (Origin Determination) ในกรณีที่สามารถวิเคราะห์โครงสร้างข้อมูลได้ชัดเจน

นอกจากนี้ คุณ Matthias Alessandri กล่าวเสริมว่า รายงานผลการตรวจสอบของ SIG อาจระบุชื่อทางการค้าที่เป็นที่ยอมรับสำหรับอัญมณีที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เช่น Royal Blue, Pigeon Blood และ Muzo Green โดยรายงานทุกฉบับจะมาพร้อมบาร์โค้ดเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบความถูกต้องและดาวน์โหลดสำเนาผลการตรวจสอบ รวมถึงเข้าถึงเนื้อหาเพิ่มเติม เช่น ภาพถ่ายความละเอียดสูงและวิดีโอของอัญมณีที่รับการตรวจสอบ

ความรวดเร็วและกลุ่มเป้าหมายเชิงกลยุทธ์

ระยะเวลาดำเนินการมาตรฐานของ SIG อยู่ที่ 1 สัปดาห์ โดยมีบริการด่วนพิเศษ คือ ตั้งแต่ระยะเวลา 3 ชั่วโมง ไปจนถึง 3 วัน พร้อมส่งมอบรายงานทั้งในรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพ์และไฟล์ดิจิทัล

กลุ่มเป้าหมายหลักของ SIG ประกอบด้วย ผู้ค้าส่ง, ร้านอัญมณี, แบรนด์เครื่องประดับ, สถาบันการประมูล และนักสะสมทั่วโลก โดยสาขาฮ่องกงจะรองรับตลาดในภูมิภาคเอเชียและสหรัฐอเมริกา ในขณะที่สาขาลูเซิร์นจะเน้นการให้บริการในตลาดทางฝั่งยุโรปเป็นหลัก

ความลงตัวระหว่างเทคโนโลยี AI และความเชี่ยวชาญของมนุษย์

แม้ห้องปฏิบัติการจะชูจุดเด่นเรื่องระบบ SIG-AI Assistance ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบข้อมูลวิเคราะห์กับฐานข้อมูลอ้างอิงเพื่อตรวจหาความผิดปกติ และเพิ่มความคงที่ในการออกรายงาน แต่คุณ Matthias Alessandri เน้นย้ำว่า การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะยังคงยึดถือความเชี่ยวชาญของนักอัญมณีศาสตร์เป็นสำคัญ

“เครื่องมือ SIG-AI ที่เราพัฒนาขึ้น มีบทบาทสนับสนุนการวิเคราะห์โดยมนุษย์ ผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูลเชิงโครงสร้างเพื่อเพิ่มความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายในรายงานทุกฉบับ จะต้องผ่านการพิจารณาและรับรองโดยผู้ก่อตั้ง 2 ใน 3 ท่านเสมอ”

ทั้งนี้ SIG มีกำหนดการเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในงาน GemGenève 2026 โดยจะให้บริการตรวจสอบอัญมณี ณ สถานที่จัดงานแก่ผู้ร่วมแสดงสินค้า ผู้ค้า และนักสะสม และมีแผนที่จะขยายการให้บริการแก่ลูกค้าต่างชาติผ่านระบบการขนส่งระหว่างประเทศในอนาคตอันใกล้

-------------------------------------------

Source: JNA-JewelleryNet.com

Photo credit: JNA-JewelleryNet

เทคโนโลยีนวัตกรรมอัญมณี, อุตสาหกรรม, อัญมณีและเครื่องประดับ, AI, lab, gemstone, reports, GemmologicalLaboratory, ColouredGemstones, THTI, Fashion Intelligence Unit, FIU, FIU_'69