หน้าแรก / THTI Insight / ความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรม / สงครามอิหร่านกระทบอุตสาหกรรมรองเท้าอย่างไร?

สงครามอิหร่านกระทบอุตสาหกรรมรองเท้าอย่างไร?

กลับหน้าหลัก
26.03.2569 | จำนวนผู้เข้าชม 28

สงครามอิหร่านกระทบอุตสาหกรรมรองเท้าอย่างไร?

ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอาจดันราคารองเท้าให้แพงขึ้นในอีกไม่เกิน 3 เดือน

ข่าวราคาน้ำมันกำลังครองพื้นที่หลักบนหน้าสื่อ ผู้ผลิตรองเท้าก็กำลังเผชิญแรงกดดันทางต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่แท้จริงอาจประเมินได้ชัดเจนในอีกประมาณ 3 เดือน

ระหว่างการสัมมนาออนไลน์เมื่อวันที่ 24 มีนาคม โดย Footwear Distributors and Retailers of America (FDRA) แมตต์ พรีสต์ (Matt Priest) ประธานและ CEO ชี้ว่าอุตสาหกรรมรองเท้าพึ่งพาวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันโดยตรงอย่างน้อย 25 รายการ ไม่ว่าจะเป็นเทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน, โฟมรองรับแรงกระแทก, พลาสติก PVC, โพลีคาร์บอเนต, สิ่งทอสังเคราะห์ ตลอดจนผ้าโพลีเอสเตอร์และผ้าไนลอน

“น้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสินค้าของเรา แต่ไม่ได้หมายความว่า ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับขึ้นทันทีทันใด” พรีสต์อธิบาย

จากการหารือกับสมาชิก FDRA ล่าสุด หลายบริษัทเริ่มเผชิญค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงที่เรียกเก็บเพิ่มเติม (fuel surcharge) ในการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ เป็นเงิน 275-375 ดอลลาร์ “อย่างไรก็ตาม บริษัทขนาดใหญ่มักมีสัญญาระยะยาวที่ช่วยรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนได้ระดับหนึ่ง”

ทั้งนี้ หลายแบรนด์เคยเปิดเผยตอนรายงานผลประกอบการว่า พวกเขามีสัญญารายปีกับสายการเดินเรือ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการเจรจาปรับราคาใหม่ในช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม และเริ่มใช้โครงสร้างราคาใหม่เมื่อเข้าสู่รอบสัญญาถัดไป

พรีสต์ระบุว่า “ต้นทุนขนส่งทางอากาศกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นถึง 75% เทียบกับเดือนก่อนหน้า”

“สำหรับแบรนด์ที่เลือกใช้การขนส่งทางอากาศเพื่อเร่งนำสินค้าเข้าสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นสินค้าขายดีหรือต้องการจะเข้าถึงผู้บริโภคให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะก่อนฤดูกาลจับจ่ายช่วงเทศกาลปัสคา (Passover) และอีสเตอร์ จะต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” CEO แห่ง FDRA กล่าว นอกจากนี้ บริษัทขนาดเล็กที่ไม่ได้เซ็นสัญญาขนส่งล่วงหน้า อาจต้องจ่ายค่าระวางแบบ spot rate (อัตราค่าขนส่งระยะสั้น คิดราคาตามจริง ณ ช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งจะมีการปรับตัวตามอุปสงค์-อุปทาน) ที่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสูงถึง 400-1,000 ดอลลาร์

พรีสต์ยังเตือนว่า ผู้เล่นในซัพพลายเชนต้นน้ำบางส่วนอาจเริ่มผลักภาระต้นทุนเพิ่มเติมมาที่ลูกค้าแทน เพราะกังวลว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง แม้ว่าที่ผ่านมาแบรนด์และผู้ค้าปลีกจะพยายามกดดันซัพพลายเออร์ให้ตรึงราคาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีนำเข้า แต่ตอนนี้ซัพพลายเออร์จำนวนหนึ่งเริ่มเรียกร้องปรับราคาเพิ่มแล้ว

เขาประเมินว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือน ก่อนที่ต้นทุนชิ้นส่วนจะปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากซัพพลายเออร์ระดับ Tier 2 และ Tier 3 ส่วนใหญ่ยังมีสต็อกวัตถุดิบสำรองอยู่ราว 2-3 เดือน “เมื่อสต็อกเดิมถูกระบายออก ก็จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าต้นทุนชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นขนาดไหน”

ราคาชิ้นส่วนรองเท้าอาจปรับขึ้นราว 3-7% ซึ่งจะดันราคาสินค้าสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ภาษีนำเข้าจะคำนวณจากราคา FOB1 ตามมูลค่าสินค้าที่สำแดงไว้ ณ จุดผ่านแดน

พรีสต์อธิบายอีกว่า เมื่อราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วนปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนรองเท้าก็จะเพิ่มขึ้นตาม และเมื่อรวมกับภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ยิ่งทำให้ภาษีที่ต้องจ่ายคำนวณจากฐานราคาที่สูงขึ้น ส่งผลให้มูลค่าภาษีรวมเพิ่มขึ้นไปอีก

เขายังกล่าวถึงการสอบสวนใหม่ภายใต้มาตรา Section 301 โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินและแรงงานบังคับ การเคลื่อนไหวนี้น่าจะเป็นเฟสถัดไปของมาตรการภาษี หลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ว่ามาตรการภาษีตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศใช้ในเดือนเมษายน 2025 นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังใช้มาตรการภาษีชั่วคราวในอัตรา 15% ภายใต้มาตรา Section 122 ของกฎหมาย Trade Act ปี 1974 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม

เขาอัปเดตความคืบหน้าของกระบวนการคืนเงินสำหรับผู้ที่เคยชำระภาษีที่ถูกตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ กำลังร่วมมือกับศาลการค้าระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาระบบสำหรับคืนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์

เขาประเมินว่า “มีรายการนำเข้าราว 53 ล้านรายการ และผู้นำเข้าประมาณ 330,000 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากภาษี IEEPA2 FDRA ได้แนะนำให้สมาชิกลงทะเบียนระบบรับเงินแบบ direct deposit เพื่อเตรียมพร้อมรับเงินคืน โดยปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วประมาณ 7,000 ราย อย่างไรก็ตาม มีเพียง 21,423 รายการที่ตั้งค่าระบบรับเงินคืนสำเร็จ ทั้งนี้ ผู้นำเข้าที่ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนให้ครบถ้วน อาจถูกปฏิเสธคำขอคืนเงิน

1. free on board: เงื่อนไขการส่งมอบที่ผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบเมื่อสินค้าวางบนเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง โดยผู้ขายจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในพิธีการส่งออก ส่วนผู้ซื้อจะรับภาระในการทำสัญญาการขนส่ง จ่ายค่าระวางเรือ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมทั้งค่าประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงต่อความเสียหายของสินค้าจากจุดส่งมอบ 

2. International Emergency Economic Powers Act: กฎหมายพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ 

-------------------------------------------

Source: Words byWWD Thailand

Original text by Vicki M. Young

กฎระเบียบเครื่องหนัง, WWDThailand, war, Iran, sector, footwear, impact, industry, THTI, Fashion Intelligence Unit, FIU, FIU_'69