หน้าแรก / THTI Insight / ความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรม / ส่องวิกฤตนำเข้าสหรัฐฯ: จีนฉุดยอดเดือนธันวาคมดิ่ง ขณะที่อาเซียนรุ่ง สวนทางเทรนด์โลก

ส่องวิกฤตนำเข้าสหรัฐฯ: จีนฉุดยอดเดือนธันวาคมดิ่ง ขณะที่อาเซียนรุ่ง สวนทางเทรนด์โลก

กลับหน้าหลัก
12.01.2569 | จำนวนผู้เข้าชม 93

ส่องวิกฤตนำเข้าสหรัฐฯ: จีนฉุดยอดเดือนธันวาคมดิ่ง ขณะที่อาเซียนรุ่ง สวนทางเทรนด์โลก

รายงานล่าสุดจาก Descartes Systems Group เผยให้เห็นภาพรวมการนำเข้าสินค้าทางเรือของสหรัฐอเมริกาในปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2568) ที่เผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง โดยยอดการนำเข้ารวมทั้งปีลดลงร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2567 แม้จะมีการขยายตัวในช่วงต้นปีก็ตาม สะท้อนให้เห็นถึงภาวะอุปสงค์ที่ชะลอตัวลงในช่วงปลายปี

The January update of the logistics metrics monitored by Descartes suggests a cautious global trade environment entering 2026. Credit: GreenOak/Shutterstock.com.

การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของสินค้าจากจีน

สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเดือนธันวาคม 2568 คือการลดลงอย่างต่อเนื่องของสินค้านำเข้าจากจีน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ 1) ปริมาณการนำเข้าจากจีน ลดลงร้อยละ 1.0 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และลดลงถึงร้อยละ 21.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2) ส่วนแบ่งการตลาด จีนมีส่วนแบ่งในการนำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ของสหรัฐฯ เหลือเพียงร้อยละ 31.7 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปีสำหรับเดือนธันวาคม

การเปลี่ยนแปลงของแหล่งกำเนิดสินค้า (Country of Origin)

ในเดือนธันวาคม 2568 ปริมาณการนำเข้าจากประเทศผู้ส่งออก 10 อันดับแรกมีภาพรวมลดลงร้อยละ 8.4 (คิดเป็น 143,200 TEUs) โดยมีความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค

1) กลุ่มที่มียอดลดลง นอกจากจีนที่ลดลงอย่างหนักแล้ว ยังมีอินเดีย ลดลงร้อยละ 15.0, ไต้หวัน ลดลงร้อยละ 13.2, เกาหลีใต้ ลดลงร้อยละ 7.1 และอิตาลี ลดลงร้อยละ 1.0

2) กลุ่มที่เติบโตโดดเด่น (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) พบว่า ในขณะที่จีนชะลอตัว กลุ่มอาเซียนกลับมีการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างมาก ประกอบด้วย ไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.3 (24,511 TEUs) รองลงมา คือ เวียดนาม เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.5 (48,889 TEUs) และ อินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 (9,527 TEUs) ตามลำดับ

3) กลุ่มที่เติบโตเล็กน้อย ได้แก่ ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 และฮ่องกง เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 

ปัจจัยเสี่ยงและทิศทางในปี พ.ศ. 2569

คุณ Jackson Wood ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์อุตสาหกรรมของ Descartes ระบุว่า ปี พ.ศ. 2568 เป็นปีที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอนสำหรับผู้นำเข้าสหรัฐฯ และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี พ.ศ. 2569 ห่วงโซ่อุปทานโลกยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันหลายด้าน ได้แก่ มาตรการทางการค้า การจับตามองนโยบายภาษีระหว่างสหรัฐฯ-จีน และการตัดสินเรื่องภาษีในวาระสำคัญ (Liberation Day tariff rulings) ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลแดงที่กระทบต่อความปลอดภัยในการขนส่ง รวมถึงความตึงเครียดในรัสเซีย-ยูเครน, อิสราเอล-ฮามาส, อิหร่าน-อิสราเอล และสถานการณ์ในเวเนซุเอลา และต้นทุนโลจิสติกส์ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ต้นทุนและความซับซ้อนในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเพิ่มสูงขึ้น ตามลำดับ

โดยสรุป สำหรับในปี พ.ศ. 2569 จึงเป็นปีที่ผู้นำเข้าและผู้ประกอบการโลจิสติกส์ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนแหล่งการผลิต (Sourcing Shift) จากจีนมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ

-------------------------------------------

Source: JustStyle.com 

Photo credit: GreenOak/Shutterstock.com 

 

หมายเหตุ 

TEU: Twenty-foot Equivalent Unit คือ หน่วยนับปริมาณสินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ขนาดมาตรฐาน 20 ฟุต เป็นหน่วยสากลที่ใช้ในการวัดขีดความสามารถของเรือบรรทุกสินค้า และใช้นับจำนวนตู้สินค้าที่เข้า-ออกจากท่าเรือทั่วโลก

 

กฎระเบียบสิ่งทอ, USA, China, Asian, imports, December, 2025, TEUs, THTI, Fashion Intelligence Unit, FIU, FIU_'69