
ภาพรวมสถานการณ์อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเอเชียปี 2563
จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และทั้ง 3 ประเทศได้ลงนามข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นมีความร่วมมือทางการค้าเสรีกับเกาหลีใต้และจีน
จีน : เศรษฐกิจจีนมีขนาดที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ติดลบ 6.8% ในไตรมาสแรกของปี 2563 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา การหดตัวครั้งนี้เป็นการหดตัวทางเศรษฐกิจรายไตรมาสครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2519 แต่จีนเป็นประเทศแรก ๆ ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่สามารถฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ไต้หวัน : ผู้ประกอบการไต้หวันยังคงเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และรองเท้าของเวียดนาม เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์จากเขตการค้าเสรี นอกจากนี้สมาพันธ์สิ่งทอไต้หวัน (TTF) ได้เปิดเผยว่า ไต้หวันได้เปลี่ยนจากประเทศผู้นำเข้าหน้ากากอนามัยเป็นผู้ผลิตหน้ากากอนามัยที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยกำลังการผลิต 15 ล้านชิ้นต่อวัน
ญี่ปุ่น : การหยุดชะงักในระหว่างที่เกิดการแพร่ระบาดส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ค้าปลีกเครื่องนุ่งห่มหลายราย อาทิ บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด ที่ในปี 2563 มีรายได้ 2,008.8 พันล้านเยน เทียบกับในปี 2562 มีรายได้ 22,90.5 พันล้านเยน รายได้ของบริษัทลดลงร้อยละ 12.3
เกาหลีใต้ : ในเกาหลีใต้ต้นทุนแรงงานค่อนข้างสูง ธุรกิจต่าง ๆ ของเกาหลีใต้จึงมีฐานการผลิตอยู่ที่จีน แต่เนื่องจากต้นทุนแรงงานในจีนเริ่มสูงขึ้น จึงเห็นได้ว่าธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานมากได้ย้ายฐานการผลิตจากจีนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะเวียดนาม
นอกจากนี้การแพร่ระบาดส่งผลให้เกิดปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน การปิดโรงงาน และส่งผลต่อการส่งออกของประเทศ โดยเฉพาะผู้ผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมาร์ และฟิลิปปินส์ เป็นต้น
กัมพูชา : อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 คณะกรรมาธิการยุโรป แถลงว่า ได้ตัดสินใจตัดสิทธิ์ Everything But Arms (EBA) สินค้าสิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และรองเท้าบางรายการ รวมทั้งสินค้าสำหรับการเดินทาง เนื่องจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางการเมืองที่รุนแรงและต่อเนื่องในกัมพูชา การตัดสิทธิ์ EBA จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2563
เมียนมาร์ : วัตถุดิบร้อยละ 90 ที่ใช้ในการผลิตเสื้อผ้ามาจากจีน เมื่อเกิดการแพร่ระบาดทำให้ภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของเมียนมาร์เริ่มเกิดการหยุดชะงักในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากการนำเข้าวัตถุดิบจากจีนไม่สามารถทำได้จากการปิดเมืองและมาตรการล็อกดาวน์ ต่อมาสถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงเมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ในเดือนมีนาคมภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มหลายแห่งต้องหยุดดำเนินกิจการเนื่องจากสหภาพยุโรปได้ยกเลิกคำสั่งซื้อ
บังกลาเทศ : บังกลาเทศ ขยับขึ้นมาประเทศผู้ส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มอันดับ 2 รองจากเวียดนามในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 จากข้อมูลการส่งออกของทั้งสองประเทศแสดงให้เห็นว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 เวียดนามมีรายได้จากการส่งออก 13.18 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่บังกลาเทศเองมีรายได้จากการส่งออก 11.92 พันล้านเหรียญสหรัฐ
อินโดนีเซีย : ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจของอินโดนีเซียเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบสองทศวรรษ ผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มยังใช้เครื่องจักรรุ่นเก่าที่ล้าสมัยทำให้ปริมาณผลผลิตต่ำ ประกอบกับต้นทุนด้านโลจิสติกส์และพลังงานที่สูง เมื่อเกิดการแพร่ระบาดฯ ผู้ผลิตสิ่งทอได้เปลี่ยนไปผลิตผลิตภัณฑ์ PPE และหน้ากากอนามัย ทำให้ประเทศมีดุลการค้าเกินดุล
ที่มา :
1. Fibre2Fashion: “2020: East Asia moves towards more free trade”, by Fibre2Fashion News Desk (RKS), December 26, 2020
2. Fibre2Fashion: “2020: Factory closures & export losses in Southeast Asia”, by Fibre2Fashion News Desk (RKS), December 23, 2020