หน้าแรก / THTI Insight / ความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรม / วิธีการหลีกเลี่ยงต่อผลกระทบที่มีอย่างรุนแรงใน Supply Chain ของธุรกิจแฟชั่น

วิธีการหลีกเลี่ยงต่อผลกระทบที่มีอย่างรุนแรงใน Supply Chain ของธุรกิจแฟชั่น

กลับหน้าหลัก
21.07.2563 | จำนวนผู้เข้าชม 2173

วิธีการหลีกเลี่ยงต่อผลกระทบที่มีอย่างรุนแรงใน Supply Chain ของธุรกิจแฟชั่น

 

ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 พบว่า หลากหลายแบรนด์ธุรกิจแฟชั่นจากทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เช่นเดียวกันกับ Ari Jogiel   (ผู้ผลิตเครื่องแต่งกายในลอสแอนเจอลิส, สหรัฐอเมริกา) เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตที่ต้องหยุดผลิตสินค้าในกลุ่มเครื่องแต่งกายลงชั่วคราว และหันไปผลิตหน้ากากเพื่อรองรับกับปริมาณความต้องการใช้งานที่อยู่ในเกณฑ์สูง แต่ก็ยังต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนยางยืด ซึ่งเป็นวัสดุอุปกรณ์ประกอบที่สำคัญที่ใช้ในการผลิตหน้ากาก [โดย Ari Jogiel ได้สั่งซื้อยางยืดเพื่อเก็บเป็นสต็อกวัตถุดิบจากทั่วทั้งเมือง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการผลิต จึงได้พยายามสั่งซื้อวัสดุดังกล่าวจากประเทศต่างประเทศ เช่น เม็กซิโก และรวมถึงประเทศทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ]

 

ไม่เพียงแต่ Ari Jogiel เท่านั้น ผู้ผลิตและแบรนด์ธุรกิจต่างพบว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 ครั้งนี้ ทำให้การหาวัสดุอุปกรณ์ที่จากเดิมหาได้ทั่วไป กลับกลายเป็นวัสดุที่ใครเร็วใครได้ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากประเทศผู้ผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มโลก อาทิ จีน อิตาลี ไปจนถึงผู้ผลิตที่มีพื้นที่ตั้งอยู่บริเวณมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ต่างต้องปิดโรงงานอย่างกระทันหันในขณะที่สถานการณ์ไวรัสกำลังแพร่ระบาด จึงส่งผลกระทบต่อ Supply Chain ไปทั่วโลก และถึงแม้ว่าจะมีวัตถุดิบเพียงพอแต่การหาซื้อก็ยังคงเป็นเรื่องยาก เพราะท่าเรือและผู้ส่งออก (สินค้าทางเรือ) ต่างให้ความสำคัญและจัดอันดับการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นอันดับแรก 

 

ในขณะเดียวกัน อุปสงค์ที่เปลี่ยนไปโดยไม่คาดคิดจากการถูกเร่งรัดโดยการ Lockdown ส่งผลกระทบตรงต่อร้านค้าปลีกในตลาดที่สำคัญ ๆ ของซีกโลกตะวันตก กล่าวคือ ทันทีที่เริ่มแพร่ระบาดของ COVID-19 ธุรกิจต่างไม่สามารถคาดการณ์เกี่ยวกับวัตถุดิบ (ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อระบบการผลิต) ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ หรือจะมาถึงหรือไม่ จึงทำให้อุตสาหกรรมดังกล่าวกลับมาฟื้นตัวยากยิ่งขึ้น แม้ว่าหลายประเทศจะผ่อนคลายมาตรการและเริ่มเปิดประเทศแล้วก็ตาม

 

“Hilary MacMillan นักออกแบบชาวแคนาดา กล่าวว่า เธอกำลังรอการนำเข้าผ้าจากโรงงานทอผ้าในอิตาลี ที่เกิดความล่าช้าถึง 9 สัปดาห์ แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบสำหรับคอลเลคชั่นของเธอ”

 

ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าหลายโรงงานได้กลับเข้าสู่กระบวนการผลิต แต่ต่างยังคงต้องเผชิญกับปัญหาในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าหลังวิกฤตต่อจากนี้ แบรนด์ธุรกิจแฟชั่นต่างได้วางแผนเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะวิธีการทำงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับ supply chain ของธุรกิจ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญในลำดับแรก เพื่อให้แน่ใจได้ว่า วัตถุดิบ (เช่น ผ้า) เหล่านั้นอยู่ในขั้นตอนหรือกระบวนใด ณ เวลานั้น ๆ เพื่อสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำ หรือแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนได้อย่างทันถ่วงที

 

Alpargatas (ผู้ผลิตสิ่งทอชั้นนำในอาร์เจนตินา) ผู้ผลิตภายใต้แบรนด์ Havaianas และแบรนด์อื่น ๆ ได้เริ่มเพิ่ม supplier ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบยางมากขึ้น

 

“เป้าหมายคือ เพื่อรักษาระบบนิเวศน์” Roberto Funari ผู้บริหารของ Alpargatas กล่าวว่า “เราเชื่อว่าหนึ่งในความได้เปรียบเชิงการแข่งขันและมีความยืดหยุ่นสูง นั้นคือ supply chain ในธุรกิจยาง”

 

การหยุดชะงักงันของ Supply ต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น

 

แม้ว่า ณ เวลาปัจจุบัน ผู้ผลิตจำนวนมากยังคงปิดกิจการหรือลดกำลังการผลิตลง จากข้อกำหนดด้านการเว้นระยะห่างทางสังคม (social-distancing) บวกกับการส่งออกยังคงมีปริมาณน้อยกว่าก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามจากการสำรวจของ McKinsey & Co.ของผู้บริหารเกี่ยวกับการจัดหาวัตถุดิบ พบว่า ผู้ผลิตวัตถุดิบสามารถส่งมอบสินค้าจากคำสั่งซื้อได้เพียงบางส่วนในไตรมาสนี้ 

 

และผู้ผลิตรายหลายต่างประสบปัญหาในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงการถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ต้องปิดร้านเนื่องจากการแพร่ระบาด และปัญหาสินค้าคงคลังที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าประจำฤดูใบไม้ผลิที่ไม่สามารถจำหน่ายได้ ทั้งนี้ Textile Apparel Limited Group หรือ TAL Group (ผู้ผลิตภายใต้แบรนด์ Michael Kors และ Patagonia) คาดว่า ปริมาณคำสั่งซื้อจะลดลง 40-50% ต่อจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2020 โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ประกาศปิดการดำเนินงานที่โรงงาน 2 แห่งในมาเลเซีย

 

จะเห็นว่า supply chain ของธุรกิจแฟชั่นกำลังถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างในรูปแบบใหม่ และคาดว่าจะมีการควบรวมธุรกิจระหว่างกันในอนาคต บางรายเล็งย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศใหม่ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ที่สามารถรับมือและจัดการกับการแพร่ระบาดดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

“การแพร่ระบาดทำให้บริษัทฯ เร่งรัดที่จะย้ายออกจากประเทศที่มีต้นทุนการดำเนินธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ที่สูง” Roger Lee ผู้บริหารของ TAL Group ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากการที่ปิดการดำเนินงานที่โรงงาน 2 แห่งในมาเลเซียนั้น บริษัทฯ กำลังเล็งซื้อกิจการในประเทศที่มีค่าใช้จ่ายการดำเนินธุรกิจที่ต่ำกว่า 

 

บางแบรนด์ธุรกิจกำลังย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ซึ่งเป็นแนวโน้มก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นและประเด็นสงครามการค้า (Trade War) ที่ยึดเยื้อระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จากผลสำรวจของ McKinsey พบว่า จากผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 60 คาดว่า กลุ่มผู้ผลิตจะสามารถพัฒนาปรับเปลี่ยน เพื่อตอบโจทย์ของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

 

“ผู้คนไม่อยากอยู่ในสถานการณ์เหมือนปีที่แล้ว ที่ทราบล่วงหน้าเพียง 30 วันว่าจะมีการขึ้นภาษี โดยที่ไม่สามารถวางแผนได้อย่างมีประสิทธิผล” Yossi Nasser ผู้บริหารของบริษัทผู้ผลิตชุดชั้นในภายใต้แบรนด์ Gelmart กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ บริษัทฯ กำลังเพิ่มการลงทุนเป็น 2 เท่าจากการลงทุนที่มีอยู่เดิมในฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันก็กำลังมองหาการลงทุนระยะยาวสำหรับการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง ซึ่งมีที่ตั้งใกล้กับตลาดหลักของบริษัทฯ ในสหรัฐเมริกา

 

การเป็นมากกว่าพันธมิตรทางการค้า

 

มีสัญญาณที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้ผลิตวัตถุดิบว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าความเสียหายทางด้านการเงินของธุรกิจ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดครั้งนี้ จะเห็นว่า หลายธุรกิจได้ยกเลิกคำสั่งซื้ออย่างกระทันหันพร้อมปฏิเสธการชำระเงิน ย่อมส่งผลทางตรงเป็นวงกว้างต่อแรงงานในสายการผลิตเครื่องนุ่งห่ม ขณะที่หลายบริษัทต่างเริ่มออกมาปกป้องและสนับสนุนผู้ผลิตที่สำคัญ

 

ยกตัวอย่างเช่น Alpargatas ได้สรรหา supplier รายใหม่ ๆ เพิ่มเติมขึ้นจำนวนหลายราย โดยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาการชำระเงินที่สั้นลง ขณะที่ Gucci ได้ประกาศจะขยายความร่วมมือกับธนาคาร Intesa Sanpaolo เพื่อให้ SMEs ของอิตาลีสามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายขึ้นในอัตราที่ต่ำ

 

ผู้ผลิตต่างกำลังเร่งปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น เช่น Profits Fund Global Holding Ltd. หรือ PFGHL (ผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่ม) ของฮ่องกงได้ปรับกระบวนการผลิตบางส่วนเพื่อผลิตหน้ากากและชุดลำลองที่ใส่ในบ้าน เพื่อตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน

 

Hilmond Hui รองประธานของ PFGHL กล่าวว่า “เราทุกคนกำลังอยู่ในช่วงของความพยายามทำสิ่งใหม่ ๆ และคีย์สำคัญที่จะทำให้บริษัทฯ ก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ได้ นั่นคือ ความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ” 

 

Digital Transformation

 

วิกฤตการแพร่ระบาดครั้งนี้ กลับกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยในการขับเคลื่อนให้หลากหลายภาคส่วน รวมถึงธุรกิจแฟชั่นเกิดการ ​Transform เข้าสู่ Digital ได้อย่างรวดเร็ว ชี้วัดได้จากหลากหลายแบรนด์ต่างหันไปใช้ Digital เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ อาทิ การจัดแสดงผลงานในรูปแบบเสมือนจริง หรือ virtual samples [ซึ่งจากอดีตประสบความยากลำบากในการทำกำไรให้กับธุรกิจ]

 

“เป็นเวลาหลายปีที่ผ่านมา ที่หลายแบรนด์ต่างพบอุปสรรคที่ไม่สามารถนำ virtual samples มาใช้ให้เกิดขึ้นจริงในธุรกิจแฟชั่นได้” Karl Hendrik Magnus หุ้นส่วนอาวุโสของ McKinsey กล่าวว่า “ในช่วงสถานการณ์ของ COVID-19 อุปสรรคหรือข้อจำกัดต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน เพราะจากวิกฤตครั้งนี้ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจถูกบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง”

 

SupplyCompass จึงเป็นอีกหนึ่ง Platform ที่มีผู้สนใจและสอบถามถึงฟังก์ชั่นการให้บริการเป็นอย่างมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากแบรนด์ต่าง ๆ พยายามที่จะแก้ไขปัญหาโดยการอุดช่องว่างที่เกิดขึ้นของ supply chain ในธุรกิจ ควบคู่ไปกับการหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อรองรับการผลิตรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานสำหรับอนาคต

 

ถึงแม้ว่าโปรแกรม ​Excel หรือ Zoom จะเป็นที่นิยมในการใช้งานในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่โปรแกรมเหล่านี้ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย รวมทั้งยังเป็นที่แพร่หลายภายในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน ดังนั้น โปรแกรมสำเร็จรูปเหล่านี้จึงอาจยังไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของธุรกิจได้อย่างแท้จริง

 

ผู้ผลิตหลายรายต่างเริ่มลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยีและระบบควบคุมอัตโนมัติเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า หนึ่งในนั้นคือ Alpagatas ได้เพิ่มแผนการใช้จ่ายเพื่อลงทุนในเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีนี้ จากเดิมที่ลงทุนในปีที่ผ่านมา (ปี 2019) อยู่ที่ 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

Resonance (กลุ่มธุรกิจแฟชั่นครบวงจร ที่ได้นำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิตตามความต้องการของลูกค้า) มีแผนเตรียมเปิดโรงงานอีกแห่งในนครนิวยอร์ก ควบคู่ไปกับการเปิดโรงงานเพื่อผลิตวัสดุและอุปกรณ์ประกอบในสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน  พร้อมเชื่อมั่นว่าการนำเอาเทคโนโลยีและ automation เข้ามาปรับใช้ในการดำเนินงานจะทำให้สามารถแข่งขันได้จริงในตลาดสหรัฐฯ 

 

ในขณะที่วิกฤตก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับอีกหลาย ๆ คน การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงกลับคือการต่อสู่เพื่อความอยู่รอด จากแนวโน้มที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกลับกลายเป็นตัวเร่งเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น แบรนด์หรือธุรกิจใดที่สามารถปรับตัว ตั้งรับ และช่วงชิงได้ก่อน ย่อมเป็นผู้ชนะในเส้นทางของธุรกิจได้อย่างแท้จริง

 

--------------------------------------------------------

ที่มา : The Business of Fashion ; BOF

เรียบเรียงโดย : ศูนย์ข้อมูลและดิจิทัลอุตสาหกรรม สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

 

ภาวะสิ่งทอ, อุตสาหกรรม, สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, supply chain, covid-19, ธุรกิจ, แฟชั่น, FIU, ปี 2563