ความเป็นมา
ลักษณะพิเศษ
วัตถุประสงค์
ลักษณะการทำงาน
คุณประโยชน์
Sales & Marketing
Inventory
Purchase
Production Planing
Production
Barcode
Point of Sales
ลักษณะการให้บริการ
รายละเอียดค่าใช้จ่าย
การเข้าร่วมโครงการ
  ลงทะเีบียนรับข่าวสาร

ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐ จากโครงการแผนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันฯได้พัฒนาโปรแกรม Software ERP (Enterprise Resource Planning)/ Quick Response for Textile & Garment Industry ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ควบคุมองค์กร ที่ใช้สำหรับการจัดการและสร้างระบบการเชื่อมโยง ระหว่างอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ที่ต่อเนื่องกันด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งโครงการนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างมาตรฐานของอุตสาหกรรม ในการเก็บและให้ข้อมูลในการใช้งานเพื่อควบคุมองค์กรให้เป็นประโยชน์มากที่สุด



ลักษณะพิเศษของซอฟต์แวร์

•  เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการบริหารองค์กร ทำให้ง่ายต่อการค้นหา และการประมวลผลของข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

•  สามารถดึงข้อมูลมาดูได้ทันที เพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าและผู้ให้บริการ รวมไปถึงการวางแผนการทำงานในอนาคต

•  ช่วยในเรื่องของ Supply Chain Management เพื่อลดระยะเวลาในการดำเนินงานของแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ซึ่งได้แก่

•  อุตสาหกรรมปั่นด้าย (Spinning),

•  อุตสาหกรรมทอผ้า (Weaving),

•  อุตสาหกรรมฟอกย้อม (Dyeing & Bleaching) และ

•  อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม (Garment)

•  ช่วยให้กลุ่ม Engine ในแต่ละประเภทอุตสาหกรรมนี้ สามารถนำซอฟต์แวร์ ERP ไป Customize ต่อเพื่อให้เข้ากับระบบการทำงานในแต่ละประเภทอุตสาหกรรม

•  Open Design

•  อิสระทางด้าน Hardware สามารถใช้งานได้กับเครื่องฮาร์ดแวร์ได้หลายประเภท

•  อิสระทางด้าน Software สามารถใช้งานร่วมกับระบบซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆได้

•  Open Source โดยการให้ Source Code เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำเอาความรู้ที่มีอยู่ในซอฟต์แวร์นี้ ไปพัฒนาต่อให้เข้ากับระบบงานในแต่ละองค์กร


วัตถุประสงค์ของ ERP Software

•  เพื่อเป็นการลดต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยการลดต้นทุนของซอฟต์แวร์ ซึ่งทางสถาบันได้มีการ สนับสนุนเงินอุดหนุนทางด้าน ของค่าลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่ ในการเป็นผู้ริเริ่มสร้างซอฟต์แวร์นี้ขึ้น

•  ลดต้นทุนในการบริหาร และเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการในแต่ละองค์กร

•  ลดเวลาในการ Implement ของกลุ่ม Engine ในประเภทอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งมีทางเลือกที่หลากหลาย และยังสามารถรองรับการทำงาน 10 หน่วยงาน ต่อ 1 ประเภทอุตสาหกรรม

•  ลดความเสี่ยง และการสูญเสีย ความรู้ที่เกิดจากการใช้ระบบของซอฟต์แวร์

•  สร้างความยืดหยุ่นให้กับโปรแกรม ERP ซอฟต์แวร์ เพื่อให้ใช้งานได้เข้ากับระบบงานจริง

•  สร้างความรู้เกี่ยวกับระบบ IT ในองค์กร โดยทางสถาบันฯ มีการจัดอบรม IT ให้แก่บุคลากร และ จัดหาบุคลากร IT เฉพาะทาง สำหรับองค์กรที่สนใจ


ลักษณะการทำงานของ ERP ซอฟต์แวร์

ใช้ระบบเครือข่าย LAN ในการเชื่อมต่อข้อมูลเพียงแค่มี Server ก็สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ ERP เพื่อใช้งานได้ทันที


ลักษณะและคุณประโยชน์ของ Software ERP / Quick Response for Textile & Garment Industry


ระบบการทำงานของ Software ERP / Quick Response for Textile & Garment Industry จะครอบคลุมในส่วนที่เป็น แกนของธุรกิจ (Core of Business) ที่เรียกว่า “Production & Manufacturing System” ของทุก Sector ในอุตสาหกรรม สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ซึ่งประกอบไปด้วย อุตสาหกรรมปั่นด้าย (Spinning), อุตสาหกรรมทอผ้า (Weaving), อุตสาหกรรมฟอกย้อม (Dyeing) และอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม (Garment) โดยทั้ง 4 อุตสาหกรรมมีความสัมพันธ์กันดังรูป Context Diagram

จากรูปเป็นภาพรวมของการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เริ่มจากการปั่นด้าย ไปจนเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป โดยเบื้องต้นนี้ ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาจะเป็นในส่วนของ Production & Manufacturing ซึ่งประกอบด้วย Sub Module 7 Module + [3 Module] ได้แก่
Sale & Marketing, Inventory, Purchase, Production, Production Planning, Point of Sale and Bar coding + (Product Design , Product Development , Procurement & Auction) ของทั้ง 4 อุตสาหกรรม กล่าวโดยรวมได้ ดังนี้


1.  Sale & Marketing

ซอฟต์แวร์ในส่วนนี้ จะช่วยในเรื่องการจัดทำรายละเอียดของคำสั่งซื้อ (Order) จากลูกค้าตลอดจนแผนการ ส่งมอบสินค้า โดยฝ่ายขายและการตลาดจะเป็นผู้ติดต่อกับลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์ โทรสาร อีเมล์ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลที่ได้ออกแบบไว้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการจัดทำรายละเอียดของคำสั่ง ซื้อ นอกจากนี้ยังจะช่วยในการจัดทำ BOM (Bill of Material) ซึ่งเป็นการจัดทำรายละเอียดวัตถุดิบที่ต้องใช้ในแต่ละ คำสั่งซื้อของลูกค้า โดยข้อมูลที่จัดทำขึ้นนี้จะถูกส่งไปฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายผลิต และฝ่ายจัดซื้อ โดยอัตโนมัติ เพื่อในการวางแผนการผลิต และผลิตสินค้าให้ทันกับแผนที่จะต้องส่งมอบ เป็นต้น


2. Inventory

เป็นส่วนของการจัดการกับวัตถุดิบทั้งหมดที่ต้องใช้ในการผลิต โดยส่วนนี้จะมีหน้าที่หลักๆ ดังนี้

•  การจัดเก็บวัตถุดิบ (Store Material) โดยจะจัดเก็บวัตถุดิบที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว และการจัดเก็บจะเป็นตามวัตถุดิบที่ต้องใช้ในแต่ละ order

•  การเบิกจ่ายวัตถุดิบ ของแผนกต่างๆ

•  การปรับปรุงยอดวัตถุดิบ (Update Raw Material Data) หลังจากที่มีการรับวัตถุดิบและเบิก

จากวัตถุดิบ จะมีการบันทึกรายละเอียดต่างๆ ลงใน Stock Card โดยซอฟต์แวร์จะช่วยจัดการ ในส่วนต่างๆให้ทั้งหมด รวมไปถึง การแจ้งเตือนไปยังฝ่ายจัดซื้อ เพื่อเตรียมการสั่งซื้อเมื่อวัตถุ ดิบลดลงถึงระดับขั้นต่ำ (Minimum Level) ที่กำหนดเอาไว้


3. Purchase

วัตถุประสงค์สำหรับการจัดซื้อ คือจะต้องจัดซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม ประกอบกับจัดซื้อ วัตถุดิบให้ทันตามความต้องการของฝ่ายผลิตและฝ่ายอื่นๆ ที่ต้องใช้นั้นคือซอฟต์แวร์จะเข้าไปช่วยจัดการดังนี้

1. การรับใบขอซื้อวัตถุดิบ (Purchase Request) ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจาก ฝ่าย Inventory และฝ่ายการ ตลาด สำหรับวัตถุดิบตามความต้องการของลูกค้า

2. ขอใบเสนอราคา และประเมินใบเสนอราคาโดยประกอบการพิจารณาจากข้อมูลที่มีในฐาน ข้อมูลที่จัดเก็บรายละเอียดของ Supplier

3. ปรับปรุงข้อมูลและประเมินคุณภาพของ Supplier ในฐานข้อมูล


4. Production Planning

การวางแผนการผลิต เพื่อผลิตสินค้าให้รวดเร็ว ทันตามความต้องการของลูกค้าและใช้เป็นข้อมูลประกอบ การตัดสินใจในการรับผลิตสินค้าด้วย โดยในส่วนนี้จะช่วยลดความซับซ้อนในการวางแผนการผลิตลงโดยจะ สามารถรับข้อมูลที่จะต้องใช้ในการวางแผนทั้งหมดโดยอัตโนมัติไม่ว่าจะเป็นรายงานสถานการณ์ผลิตทุกขั้นตอน รายวัน (Daily Production Report) จากฝ่ายผลิต กำหนดการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าจากฝ่ายการตลาดยอดจำนวน วัตถุดิบจากคลังสินค้า รวมไปถึงข้อมูลในการผลิตต่างๆ ไดก่ กำลังการผลิต จำนวนแรงงาน เป็นต้น นอกจากนั้นยังสามารถจัดทำเป็นรายงานเพื่อเสนอผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องเพื่อใจในการประกอบการตัดสินใจ ในด้านอื่นๆ ด้วย


5. Production

ขบวนการผลิตจะต้องผลิตสินค้าตามแผนการผลิตที่ได้รับจากฝ่ายวางแผนการผลิตและให้ได้คุณภาพ ตามความต้องการของลูกค้า โดยตัวซอฟต์แวร์จะช่วยทำงานในการรับข้อมูลที่ใช้ประกอบในการผลิต อาทิเช่น แผนการผลิต จากฝ่ายวางแผนการผลิต BOM (Bill of Material) จากฝ่ายการตลาด และข้อมูลวัตถุดิบจาก Inventory เป็นต้น นอกจากนั้นยังช่วยในการออกรายงานสถานะ การผลิตประจำวัน (Daily Status Report) โดยการทำงานใน ส่วนนี้จะทำร่วมกับระบบ Barcode


6. Bar coding

เป็นการใช้รหัสแทง ในการแทนค่าต่างๆ ให้กับสินค้า ได้แก่ ชื่อสินค้า ชนิดสินค้า Order Code วันที่งานต้องเสร็จ เป็นต้น การใช้ Bar code ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มนั้น จะเห็นได้ชัดสำหรับ อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่จะนำมาช่วยในการคำนวณจำนวนงานของพนักงานที่ทำเสร็จในแต่ละวันขณะเดียว กันก็ช่วยในการคำนวณงานระหว่างทำ (Work in Process) โดยเมื่อสินค้าที่อยู่ในขบวนการผลิตวิ่งผ่านตัวอ่านที่ติด ตั้งตาม Station ต่างๆ ใน Line การผลิต และจะถูกบันทึกเก็บไว้ เพื่อใช้ในการประมวลผล และคำนวณค่าต่างๆ ที่ต้องการ นอกจากนี้ ระบบ Bar code ยังนำมาใช้กับสินค้าสำเร็จรูป ที่กำหนดเป็นรหัสสากลในการเชื่อมโยงข้อมูล ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันระหว่างหน่วยงานได้เช่นกัน


7. Point of Sale

โดยส่วนใหญ่แล้วอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในบ้านเราจะผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อ หรือที่เรียกว่า Make To Order ซึ่งทำให้มองข้ามความสำคัญในส่วนนี้ไปแต่ความจริงแล้วในบางกรณีผลิตสินค้าที่คุณภาพไม่ตรง ความต้องการทำให้เกิดสินค้าตกค้าง จึงต้องมีการต่อรองเพื่อระบายสินค้าเหล่านั้น โดยขายสินค้าในลักษณะสินค้า ลดราคาหรือให้เป็นส่วนลดกับลูกค้า เป็นต้น ในลักษณะนี้ซอฟต์แวร์จะช่วยให้เริ่มตั้งแต่การแยกสินค้าที่คุณภาพ ไม่ตรงตามความต้องการ การคิดต้นทุนต่างๆ เพื่อมาประกอบในการกำหนดราคา หรือให้ส่วนลดกับลูกค้า และสุดท้ายคือการจัดทำใบกำกับภาษีและส่งสำเนาให้กับฝ่ายบัญชีต่อไป


ดังนั้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมในการนำ Software ERP/ Quick Response for Textile & Garment Industry
ไปประยุกต์ใช้ใน กิจการของท่าน สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอจึงได้จัดการบริการออกเป็น 3 รูปแบบ

ลักษณะการให้บริการในการ Implement แบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

1. + Training + IT สำหรับ องค์กรที่มีฝ่าย IT อยู่แล้ว ทางสถาบันฯ จะจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ให้กับบุคลากรขององค์กรต่างๆ
Training
J2EE (Java)
ERP Imprementation
IT Project Management
2. + HR+ IT สำหรับ องค์กรที่ไม่มีฝ่าย IT และต้องการหาบุคลากรเพื่อมาประจำตำแหน่งฝ่าย IT ให้กับองค์กรต่างๆสถาบันฯ ให้คำปรึกษาแนะนำ
3. + Software House สำหรับ องค์กรที่ไม่มีฝ่าย IT ใช้การบริการจากภายนอกทั้งระบบ จาก Software House ในการที่จะไป Implement ต่อ


รายละเอียดค่าใช้จ่ายการให้บริการ

•  Software ERP ทั้งหมด ทุก Module ในแต่ละประเภทการผลิต (Supply Chain (Spinning, Weaving, Dyeing/Bleaching, Garment))

ค่าลิขสิทธิ์ 50,000- บาท

•  ค่าใช้จ่ายการให้บริการ Implement

Solution 1
ค่า Implement
xxxxxx บาท
Solution 2
ค่า Implement
xxxxxx บาท
Solution 3
ค่า Implement
xxxxxx บาท


การเข้าร่วมโครงการ สามารถทำได้โดย

•  การขอตัวอย่าง DEMO เพื่อไปเปรียบเทียบการใช้งานในแต่ละองค์กร

•  การเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Club FITS ซึ่งท่านก็จะได้สิทธิประโยชน์จากการเป็นสมาชิก ได้แก่

- E-Newsletter ซึ่งจะเป็นจดหมายข่าวที่รวบรวมข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับทางด้าน IT โดยเฉพาะ

- Account Username & Password เฉพาะสำหรับสมาชิกในการเข้าเว็บไซด์ ของ Club FITS ซึ่งจะประกอบไปด้วย

•  บทความข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับทางด้าน IT โดยเฉพาะ

•  Web Board

•  On-line Consult

•  FAQ

•  Post สามารถลงข้อความคิดเห็นต่างๆ ได้

- Meeting สามารถเข้าร่วมสัมมนาต่างๆ ซึ่งวิทยากรจะเป็นบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT มาให้คำแนะนำ

- Site Visit สามารถเข้าร่วมโครงการเข้าเยี่ยมชมโรงงานผู้นำตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ IT

•  สามารถติดต่อซื้อ ERP Software ได้ทันที

ติดต่อ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงทเพฯ 10110
โทรศัพท์. (662) 713-5492-9 E-Mail Address : worapong@thaitextile.org