สรุปการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาจัดทำแผนแม่บทอุตสาหกรรมรายสาขา (สาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม) ครั้งที่ 3
วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2544 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคารสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

การประชุมมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 15 ท่าน จากหน่วยงานต่างๆ ดังนี้

1. สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ผู้แทนคือ นางศิวาพร วงศ์วิวัฒน์ไชย
2.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนคือ นายธานินทร์ ผะเอม , น.ส.ศศิธร พลัดถเดช
3.
กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ ผู้แทนคือ นายโสรัส เปี่ยมวิไล, นางลัดดาวัลย์ สมิตชาติ
4.
สมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย ผู้แทนคือ นายบัณฑิต พงศาโรจนวิทย์
5.
สมาคมอุตสาหกรรมฟอกย้อม พิมพ์ และตกแต่งสำเร็จ ผู้แทนคือ นายสันต์ อุปพัทธางกูร
6.
สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ผู้แทนคือ นายศักดา ทองปลาด , นายณรงค์ชัย เจียรพงศ์ปกรณ์
7.
สมาคมไหมไทย ผู้แทนคือ นางมนทิกาน หล่อวิจิตร
8.
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ผู้แทนคือ นายมานะ เสถบุตร, นายเอกชัย อธิคมนันทะ, น.ส.ณัชชา สุทธิเพท , นายวิศรานต์ หวังจิตต์เชียร และ นายปริสสร คุณวัฒน์

สาระสำคัญของการประชุม สรุปได้ดังนี้

- สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดย คุณเอกชัย อธิคมนันทะ ผู้จัดการโครงการแผน แม่บทอุตสาหกรรมรายสาขา (สาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม) ได้อธิบายถึงความคืบหน้าในการดำเนินการศึกษาโครงการ ซึ่งได้ทำการศึกษาในหัวข้อเรื่องต่างๆ ดังนี้

- โครงสร้างการค้าสิ่งทอในตลาดโลก
-
การวิเคราะห์การนำเข้าสินค้าสิ่งทอของญี่ปุ่น
-
การส่งแบบสอบถามของโครงการ ซึ่งได้ทำการส่งแบบสอบถามให้ผู้ประกอบการทั้งหมด 1,200 แห่ง ในวันพุธที่ 31 ตุลาคม 2544 และ ณ วันที่ทำการประชุม (วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2544) มีผู้ตอบแบบสอบถามกลับมาจำนวน 26 แห่ง

- สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่าผลการศึกษาของทาง สถาบันฯ นั้น ยังไม่ใช่ผลสรุป และยังไม่ต้องการให้ที่ประชุมสรุปผลการศึกษาในตอนนี้ เพราะสถาบันฯ จะดำเนินการศึกษาต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี จากนั้นเมื่อถึงปลายปีจึงจะมีการระดมสมองเพื่อวิเคราะห์ผลการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง

- สืบเนื่องจากการรายงานการศึกษาเรื่องโครงสร้างการค้าสิ่งทอในตลาดโลกนั้นได้ กล่าวถึงปริมาณการค้า การนำเข้า และส่งออกของสินค้าสิ่งทอของประเทศต่างๆในโลก และจากตัวเลขพบว่า ราคาการส่งออกของสินค้าสิ่งทอบางประเภทของไทยใกล้เคียงกับราคาของประเทศจ

ประเทศที่ส่งออกสินค้าสิ่งทอได้สูง เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ อิตาลี แถบยุโรป ถึงแม้จะมีราคาขายสูง แต่ก็สามารถส่งออกได้ในปริมาณที่สูงเช่นกัน

นอกจากนี้ยังพบว่า ประเทศทางกลุ่มประชาคมยุโรปนั้นสัดส่วนการส่งออกสินค้าสิ่งทอเมื่อเทียบกับการส่งออกของโลกลดลง สำหรับการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป สัดส่วนที่ลดลงนั้นได้ไปเพิ่มที่การส่งออกของสินค้าจากประเทศในแถบละตินอเมริกา

ความคิดเห็น
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

- ราคาการส่งออกของสินค้าสิ่งทอบางประเภทของไทยใกล้เคียงกับประเทศจีน แต่กลับ ถูกนำเข้าจากกลุ่มประเทศต่างๆน้อยกว่า ทำให้พบว่าค่าแรงไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่ทำให้ไทยส่งออกน้อยกว่าจีน แต่น่าจะมองที่ประเด็นอื่น เช่น ข้อตกลงทางการค้า เป็นต้น
-
การที่ประเทศทางกลุ่มประชาคมยุโรปมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าสิ่งทอเมื่อเทียบกับการส่งออกของโลกลดลง ขณะเดียวกันสัดส่วนการส่งออกของสินค้าสิ่งทอจากประเทศในแถบละตินอเมริกาเพิ่มขึ้น เป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า เหตุใดกลุ่มประเทศผู้นำเข้าจึงมีการค้าขายกับประเทศในแถบละตินอเมริกามากขึ้น น่าจะทำการศึกษาดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ประเทศทางแถบละตินอเมริกาได้โควตาตรงส่วนนี้ไป

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

- เสนอให้หาโครงสร้างของต้นทุนการผลิตของแต่ละประเทศเพิ่มเติม เพื่อเปรียบเทียบว่ามีผลต่ออัตราการส่งออกของไทยหรือไม่

สมาคมเครื่องนุ่งห่มไทย

- ขอให้เช็คแหล่งที่มาของข้อมูล เนื่องจากทางสมาคมเห็นว่าราคาสินค้าของจีนบางประเภทไม่น่าจะต่ำกว่าของไทย ถ้าเปรียบเทียบจากของอย่างเดียวกันจริงๆ ต้องการให้เปรียบเทียบข้อมูลเป็น Categories เพื่อที่จะให้ได้ Definition เดียวกัน และขอให้ทางสถาบันฯ ทำงานร่วมกับทางสมาคมฯ ในส่วนของข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกของสินค้าประเภทเครื่องนุ่งห่ม
-
ในส่วนของข้อมูลของประเทศที่นำมาเปรียบเทียบเพื่อเป็นคู่แข่งด้านประสิทธิภาพการ ผลิตนั้น อยากให้ตัดประเทศที่ทำ Re-export เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และประเทศที่ขายสินค้าโดยอาศัยแบรนด์เนมของตัวเองและจ้างผู้อื่นผลิตออก เช่น อิตาลี และประเทศในแถบยุโรปบางประเทศ เพราะประเทศเหล่านี้เน้นความสามารถด้านการค้า (Trade) และอาศัยแบรนด์เนมเดิมของตนเท่านั้น ไม่ได้เน้นความสามารถด้านการผลิต แต่ถ้าประเทศไทยต้องการใช้เป็นตัวอย่างในการพัฒนาความสามารถด้านการส่งออก ก็ต้องมาดูว่าเราควรจะใช้กลยุทธ์ใด ระหว่างการใช้ความสามารถด้านการค้าและการใช้แบรนด์เนม ซึ่งจะได้ให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนต่อไป
-
เสนอให้รัฐบาลจัดตั้งหน่วยงานที่ทำงานวิจัยด้านสิ่งทอโดยเฉพาะ เพื่อรับจ้างทำงานวิจัยด้านสิ่งทอจากภาคเอกชนในราคาถูก

กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์

- ขอให้มีการศึกษาข้อมูลในส่วนของระดับเทคโนโลยีที่แต่ละประเทศใช้อยู่ในปัจจุบัน และดูในเรื่องของ Research and Development นอกจากนี้ยังขอให้ศึกษาเรื่องการแบ่งเขตการค้าเสรีในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

- ต้องการให้ศึกษาว่าเหตุใดลำดับของการส่งออกของประเทศต่างๆเปลี่ยนแปลงไป โดย เฉพาะของไทยเองและกับคู่แข่งที่สำคัญๆ
-
การคัดเลือกข้อมูลของประเทศที่จะนำมาเป็นคู่แข่งนั้น ขอให้พิจารณาให้เหมาะสม โดย เลือกในกลุ่มที่มีระดับการแข่งขันใกล้เคียงกับประเทศไทย และอยู่ในระดับที่สูงกว่า เพื่อที่จะเลือก Value Chain ได้เหมาะสม และสามารถหาปัจจัยในการแข่งขันได้

ณัชชา สุทธิเพท ผู้สรุปรายงาน

 

 

โ ค ร ง ก า ร แ ผ น แ ม่ บ ท สิ่ ง ท อ

 

 

สรุปการประชุมคณะกรรมการโครงการแผนแม่บทสิ่งทอครั้งที่ 4
และโครงการจัดทำข้อมูลอุตสาหกรรมเชิงเปรียบเทียบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (สาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม) ครั้งที่ 2
วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2545 เวลา 14.00 น.
ณ ห้องประชุม 1 อาคารสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

     การประชุมมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 16 ท่าน จากหน่วยงานต่างๆ ดังนี้

1. สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ผู้แทนคือ นางศิวาพร วงศ์วิวัฒน์ไชย
2.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนคือ นายไพศาล จตุรพิธพร
3.
สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เส้นใยสังเคราะห์ ผู้แทนคือ นายจำนงค์ นวสมิตวงศ์
4.
สมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ผู้แทนคือ นายมนัส อารีย์
5.
สมาคมอุตสาหกรรมทอผ้า ผู้แทนคือ นายบัณฑิต พงศาโรจนวิทย์
6.
สมาคมอุตสาหกรรมฟอกย้อม พิมพ์ และตกแต่งสำเร็จ ผู้แทนคือ นายพิชัย อุตมาภินันท์ นายสันต์ อุปพัทธางกูล
7.
สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย ผู้แทนคือ นายวิเชียร ตันติวิศาล
8.
สมาคมสหพ่อค้าผ้า ผู้แทนคือ นายสุรพล ติยวัชรพงศ์
9.
สมาคมชาวโบ๊เบ๊ ผู้แทนคือ ว่าที่ ร้อยตรีสุมธ มูลศรี นายคมสรรค์ วิจิตรวิกรม
10.
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ผู้แทนคือ นายเอกชัย อธิคมนันทะ นายสุรเชษฐ์ ธำรงค์ลักษณ์ น.ส.ณัชชา สุทธิเพท นายวิศรานต์ หวังจิตต์เชียร นายปริสสร คุณวัฒน์

     สาระสำคัญของการประชุม สรุปได้ดังนี้ แผนแม่บท

     - สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดย คุณเอกชัย อธิคมนันทะ ผู้จัดการโครงการแผนแม่บทสิ่งทอ ได้อธิบายในวาระการประชุม ว่าด้วยเรื่อง

1. ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เมื่อจัดอันดับแล้วพบว่าไทยอยู่อันดับที่ 33 ซึ่งอยู่สูงกว่าประเทศในเขตอาเซียนด้วยกัน
2.
ค่าจ้างแรงงาน เมื่อจัดอันดับแล้วไทยอยู่อันดับที่ 45 ค่าจ้าง 1.18 ดอลลาร์USต่อ ชั่วโมง
3.
ต้นทุนการผลิตเครื่องนุ่งห่ม ประมาณการสำหรับโรงงานที่มีเครื่องจักรเย็บผ้า 150 เครื่อง โดยที่ประเทศไทย มีต้นทุนที่ต่ำกว่า โดยต่ำกว่า ประเทศ จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
4.
การนำเข้าเครื่องปั่นด้ายที่เข้ามาใหม่ โดยประเทศไทย มีสัดส่วนการนำเข้าเครื่องจักรใหม่ย้อนหลัง 10 ปีเป็นร้อยละ 24.3 ของจำนวนเครื่องปั่นด้ายที่ใช้งานอยู่ นับเป็นอันดับ 8
5.
การนำเข้าเครื่องทอผ้าที่เข้ามาใหม่ โดยประเทศไทย มีสัดส่วนการนำเข้าเครื่องจักรใหม่ย้อนหลัง 10 ปีเป็นร้อยละ 24.3 ของจำนวนเครื่องปั่นด้ายที่ใช้งานอยู่ นับเป็นอันดับ 8
6.
ดัชนีความสามารถในการแข่งขัน (RCA) ในด้านการแข่งขันของสินค้าไทย ด้านอุตสาหกรรมเส้นใย และผ้าผืน และด้านอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ปรากฎว่าประเทศไทยมีดัชนี RCA ต่ำกว่าประเทศ ปากีสถาน อินเดีย เตอรกี จีน อินโดนีเซีย ทั้งหมวดด้ายและผ้าผืน กับหมวดเครื่องนุ่งห่ม สำหรับประเทศไต้หวัน เกาหลี และอิตาลี มีดัชนีดีกว่าไทยในหมวดด้ายและผ้าผืน และบังคลาเทศเป็นที่ 1 ในหมวดเครื่องนุ่งห่ม
7.
ความหลากหลายในผลิตภัณฑ์สิ่งทอ โดยไทยส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น 463 ประเภท ถือว่าอยู่ในอันดับกลาง
8.
ระดับราคาส่งออกสิ่งทอ จากการเปรียบเทียบราคานำเข้าจากไทยและจีนของประเทศญี่ปุ่น ปรากฎว่าราคานำเข้าไทยและจีนใกล้เคียงกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบราคานำเข้าที่ไทยและจีนส่งไปยังประเทศสหรัฐอมเริกา ปรากฎว่าราคาของไทยต่ำกว่าของจีนเกือบทุกรายการ

     - ที่ประชุมได้เสนอ

     นายพิชัย อุตมาภินันท์ จากสมาคมฟอกย้อม พิมพ์ และตกแต่งสำเร็จ เสนอว่า หาจุดแข็งของไทยก่อน แล้วค่อยไปแข่งกับต่างประเทศ และถ้าไทยจะเป็นศูนย์กลางการค้าสิ่งทอควรมีอะไรบ้าง โดยแบ่งศูนย์กลางเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 จีน เกาหลี ไต้หวัน ,กลุ่มที่ 2 อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกลุ่มที่ 3 อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ว่าควรจะอยู่ในรูปร่างหน้าตาอย่างไรในการแข่งขัน โดยมีคำถามว่า ถ้าเราจะเป็นจุดศูนย์กลางเราควรมองภายในประเทศก่อนว่า Fiber สู้กับต่างประเทศได้หรือไม่ เครื่องทอผ้ายังใช้เครื่องน้อยไปหรือไม่ เรามีกำลังการผลิตเท่าไร โรงงานฟอกทำไมถึงปิดกิจการ

     นางศิวาพร วงศ์วิวัฒน์ไชย จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอว่า ให้แบ่งกลุ่มของปัญหาอย่างชัดเจน ระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และการจัดทำแผนแม่บท จะต้องทำให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของแรงงาน เทคโนโลยี และการแข่งขัน

     นายไพศาล จตุรพิธพร จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอว่า ให้มองข้ามปัญหาเก่าๆ ที่แก้ไขไม่ได้สักทีหรือกว่าจะแก้ไขได้ก็ใช้เวลานานมาก และให้สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กำหนดทิศทางว่า ในแต่ละอุตสาหกรรมต้องทำอย่างไรบ้าง

Benchmarking

     - สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดย คุณเอกชัย อธิคมนันทะ ผู้จัดการโครงการ Benchmarking ได้อธิบายในวาระการประชุม ว่าด้วยเรื่อง การจัดทำข้อมูลของอุตสาหกรรมปั่นด้าย โดยได้รับความร่วมมือกับสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย และการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายของแต่ละอุตสาหกรรม

- ที่ประชุมได้เสนอ

นางศิวาพร วงศ์วิวัฒน์ไชย จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอว่าให้แต่ละสมาคมพิจารณาว่ากลุ่มของอุตสาหกรรมย่อยที่ทางสถาบันกำหนดนั้นใช้ได้หรือไม่ สามารถแข่งขันกับประเทศใดได้บ้าง และขอความเห็นที่ประชุมว่า ประเทศใดที่ไทยสามารถจะสู้ได้ในแต่ละอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเสนอให้แต่ละสมาคมทำข้อมูล Benchmark เอง โดยมีการจัดสรรงบประมาณให้ ทั้งนี้จำนวนกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยอาจจะลดลงจาก 10 กลุ่ม เหลือ 5 กลุ่ม แต่จะเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น

     นายไพศาล จตุรพิธพร จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอว่า ในการกำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยที่มีเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมกางเกงชายนั้น ควรเพิ่มเติมกลุ่มของเสื้อผ้าผู้หญิงด้วย

     นายมนัส อารีย์ จากสมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย เสนอว่า การกำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยเป็นเสื้อผ้าชายนั้น เนื่องจากเป็นรูปแบบสินค้าที่มาตรฐานและมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบน้อย เช่น เสื้อเชิ้ต เสื้อสูท เป็นต้น

     นายจำนงค์ นวสมิตวงศ์ จากสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เส้นใยสังเคราะห์ เสนอว่า ในการศึกษาการจัดทำโครงการนั้นให้ทำตามลำดับขั้นตอน และให้เน้น ฝ้าย

     นายพิชัย อุตมาภินันท์ จากสมาคมฟอกย้อม พิมพ์ และตกแต่งสำเร็จ เสนอว่า ในการสำรวจข้อมูลจากต่างประเทศนั้น ควรให้ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมสิ่งทอต่างๆ มีส่วนร่วมในการสำรวจข้อมูล เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ละเอียดและสามารถเจาะลึกได้มากขึ้น

ปริสสร คุณวัฒน์ ผู้สรุปรายงาน

 

 

โ ค ร ง ก า ร แ ผ น แ ม่ บ ท สิ่ ง ท อ