ภาพรวม เทคโนโลยีฟอกย้อมและตกแต่งสำเร็จ ตอนที่ 2
ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซอยตรีมิตร
ถ. พระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม.10110
2. กระบวนการย้อม (Dyeing)
การย้อมวัสดุสิ่งทอให้สามารถติดสีได้ดีนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นใยและสีที่ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกัน โดยเส้นใยทั้งเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ในแต่ละประเภทจะมีความสามารถในการยึดติดกับสีได้แตกต่างกัน นอกจากนี้ในการย้อมสียังต้องมีการใช้สารช่วยย้อม เช่น กรด ด่าง สารช่วยเปียก (Wetting agent) เป็นต้น เพื่อให้สีย้อมสามารถยึดติดกับเส้นใยอย่างคงทนและสามารถทนต่อการซักได้หลายครั้งตามมาตรฐานที่กำหนด
สีย้อมและเส้นใยที่เหมาะสมต่อการย้อม
สีย้อมชนิดของเส้นใยสีแอซิค (Acid dyes) ไนลอน,ขนสัตว์ สีเมทัลคอมเพล็กซ์(แอซิค) (metal complex dyes) ไนลอน,ขนสัตว์ สีซัลเฟอร์ (sulphur dyes) ฝ้าย ,เซลลูโลส สีไดเร็กท์ (Direct dyes) ฝ้าย , วิสคอสเรยอน, คิวปาโมเนียมเรยอน เบสิค (Basic dyes) อะคริลิก,ไหม,ขนสัตว์ ดิสเพอร์ส (Disperse dyes) โพลีเอสเตอร์,ไนลอน,อะครีลิก,เซลลูโลส,อะซิเตด รีแอคทีฟ (Reactive dyes) ฝ้าย, วิสคอส,ขนสัตว์,ไหม อะโซอิค (Azoic dyes) ฝ้าย, วิสคอส สีแว๊ต (Vat dyes) ฝ้าย, วิสคอส มอร์แดนท์หรือโครม (Mordant or Chrome dyes) ขนสัตว์ เมื่อนำวัสดุสิ่งทอใส่ลงไปในน้ำย้อม จนกระทั่งสีติดเส้นใยนั้นจะมีขั้นตอนที่เกิดขึ้นพอสรุปได้สังเขปดังนี้คือ
1) สีย้อมจะแพร่กระจายไปยังผิวหน้าของเส้นใย
2) สีย้อมจะดูดติดผิวหน้าของเส้นใย
3) สีจะค่อยๆแพร่กระจายจากบริเวณผิวหน้าไปยังโมเลกุลเส้นใยจนกระทั่งถึงกึ่งกลางของเส้นใย
4) การเกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างสีย้อมและเส้นใย และกระบวนการสร้างพันธะซึ่งกันและกัน
ลักษณะการย้อมที่สำคัญคือ ไม่ด่าง สีสม่ำเสมอและเหมือนกันตลอด ทั้งนี้จะย้อมได้ดีขึ้นอยู่กับคุณสมบัติเคมีของสีและเส้นใย วิธีการย้อมและลักษณะของเครื่องจัรก สีบางชนิดเมื่อเริ่มต้นย้อมจะด่าง แต่เมื่อใช้เวลาย้อมนานขึ้นสีจะค่อยๆกระจายตัวออกไปทำห้สีสม่ำเสมอได้ คุณสมบัตินี้เรียกว่า การซึมกระจาย (Migration) การเลือกตัวสีมาย้อมจึงจำเป็นต้องพิจารณาคุณสมบัตินี้ด้วย จะทำให้ย้อมได้ผลดีและง่าย
กรรมวิธีการย้อมผ้าและเส้นด้ายสามารถแบ่งอย่างกว้างๆออกได้เป็น 3 วิธีดังนี้
1) การย้อมแบบดูดซึม (Exhaustion Method) การย้อมด้วยวิธีนี้จะใช้เวลานานและใช้ปริมาณน้ำค่อนข้างสูง อัตราส่วนระหว่างน้ำหนักผ้าต่อน้ำที่ใช้ย้อม มีตั้งแต่ 1:6 ไปจนถึง 1: 12 เครื่องย้อมที่ใช้กันมาก เช่น เครื่องจิ๊กเกอร์ (Jigger dyeing machine) เครื่องเจ็ท (Jet dyeing machine) เครื่องวินซ์ (Winch dyeing machine) การย้อมแบบนี้จะเป็นการย้อมระบบปิด โดยผ้าจะอยู่ในเครื่องแล้วจะหมุนหรือแช่อยู่ในเครื่อง ซึ่งมีหลายแบบ เช่น การย้อมด้วยเครื่องเจ็ทน้ำย้อมและผ้าจะเคลื่อนที่หมุนเวียนด้วยความเร็วสูง ส่วนเครื่องจิ๊กเกอร์น้ำย้อมจะอยู่นิ่งส่วนผ้าจะเคลื่อนที่ผ่านน้ำด้วยลูกกลิ้งสลับไปมาจนจบกระบวนการย้อม เป็นต้น
2)การย้อมด้วยวิธีต่อเนื่อง (Continuous Method) ในวิธีนี้ จะใช้ลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักอัดน้ำสีเข้าไปในเนื้อผ้า (Paddle)ด้วยแรงดันลม โดยผ้าขาวที่นำมาย้อมจะเคลื่อนที่ไปตามขั้นตอนการย้อมต่างๆอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อ่างน้ำย้อม ตู้อบไอน้ำ อ่างน้ำล้าง อ่างสารตกแต่งสำเร็จ จนกระทั่งออกมาเป็นผ้าย้อมสำเร็จ วิธีนี้จึงเป็นวิธีการย้อมที่เร็ว และเหมาะกับการย้อมทีละมากๆ การย้อมแบบนี้จะใช้น้ำย้อมน้อยกว่าการย้อมแบบดูดซึม แต่จะใช้น้ำในขั้นตอนการล้างมากกว่า แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้วการย้อมแบบต่อเนื่องนี้ก็ยังใช้น้ำน้อยกว่า อัตราส่วนระหว่างผ้ากับน้ำจะคิดเป็น % Pick up (หมายเหตุ % Pick up คือ % ของน้ำหรือสารเคมีที่เหลืออยู่บนผ้าเมื่อเทียบกับน้ำหนักผ้า) ตั้งแต่ 80-100% นี้ข้อเสียของการย้อมแบบต่อเนื่องคือ ถ้าเกิดมีการผิดพลาดขึ้นในระหว่างการย้อม กว่าที่ข้อผิดพลาดนั้นจะถูกค้นพบและได้รับการแก้ไข ผ้าก็อาจจะผ่านการย้อมไปเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นก่อนที่จะดำเนินการย้อมด้วยวิธีการจำเป็นต้องมีการเตรียมการอย่างระมัดระวังที่สุด
A ลูกกลิ้งปรับความตึง B อ่างย้อมสี
C อบแห้งส่วนแรก (Pre-dry)
D ลูกกลิ้งร้อน
E ตู้อบความร้อนเทอร์โมโซล (Thermosal)
F ลูกกลิ้งเย็น
H ตู้ไอน้ำ (Steamer) I ส่วนม้วนผ้า (A-flame)
J ลูกกลิ้งเย็น
K ลูกกลิ้งร้อน
L อ่างล้าง, ออกซิไดส์ และ ตกแต่งสำเร็จ
G อ่างสารเคมี เช่น สารผนึกสี (Fixing agent) สารรีดิวส์สี
ภาพแสดง ระบบการย้อมแบบต่อเนื่อง Pad-thermosol –steam continuous dyeing
สำหรับผ้าฝ้าย/โพลีเอสเตอร์
3) การย้อมแบบกึ่งต่อเนื่อง (Semi – Continuous Method) เครื่องย้อมที่ใช้จะเหมือนกับกับการย้อมแบบต่อเนื่อง คือมี อ่างน้ำย้อม ตู้อบไอน้ำ อ่างน้ำล้าง อ่างสารตกแต่งสำเร็จ แต่การย้อมจะใช้สภาวะที่รุนแรงกว่า เมื่อทำการย้อมสีและได้รับด่างในปริมาณที่เหมาะสมเสร็จเรียบร้อยแล้วจะนำไปม้วนเก็บบนลูกกลิ้งเพื่อให้สีผนึกเข้าไปในเส้นใย แล้วห่อด้วยพลาสติกใส แล้วนำไปเก็บในช่วงนี้ลูกกลิ้งจะหมุนไปเรื่อยๆเพื่อป้องกันการเข้มของสีบริเวณด้านล่าง การเก็บมีตั้งแต่ 2 ชั่วโมง – 2 วัน จากนั้นจึงมากทำการซักล้างในภายหลัง
เรียบเรียงโดยทีมงานศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
*******************************************************
ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
ฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยี สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง
เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
โทร. 02-713 5492-9 ต่อ 408,413 ติดต่อ ศศิมา ,กรวิกา
แฟกซ์ 02-7135492 ต่อ 415
sasimathti@gmail.com

Comments