สัมมนา
"Pha
Teen Jok The Art of Woven in
Thailand"
วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2544 ณ ห้องสัมมนา 1 สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
โดย คุณสิทธิชัย สมานชาติ (ผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลป์สิ่งทอ)
>> ภาพงาน <<
ตามที่
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอได้จัดการสัมมนาเรื่อง
Pha Teen Jok The Art of Woven
in Thailand ขึ้นในวันจันทร์ที่
5 พฤศจิกายน 2544 ณ ห้องสัมมนา 1
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
โดยมีวิทยากร คือ คุณ
สิทธิชัย สมานชาติ
ผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลป์สิ่งทอ
มาเป็นผู้บรรยายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ถึงที่มาของผ้าตีนจกแบบต่างๆ
ตลอดจนวิธีการที่จะช่วยกันรักษาสืบทอด
และการนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวันนั้น
การสัมมนาดังกล่าวได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วโดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 19 ราย สามารถสรุปได้ดังนี้
1. คุณลักษณะของผู้เข้าร่วมสัมมนา
ผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนมากเป็นเจ้าของกิจการและผู้บริหาร
ประกอบกิจการประเภทผู้ผลิตและส่งออกในอุตสาหกรรมสิ่งทอด้านการถักผ้า
ฟอกย้อม และตกแต่งสำเร็จ
นอกจากนั้นยังมีผู้เข้าร่วมสัมมนาที่เป็นคณาจารย์
จาก University of Michigan และ
สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านผ้าตีนจกเป็นอย่างดี
2.
ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนา
ผู้เข้าร่วมสัมมนาให้ความคิดเห็นว่า
การกำหนดหัวข้อในการสัมมนา
เวลา วิทยากร โสตทัศนูปกรณ์
และ
การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่อยู่ในเกณฑ์ดีมาก
ในการสัมมนาครั้งนี้ควรมีการประชาสัมพันธ์มากขึ้น
นอกจากจะมุ่งการประชาสัมพันธ์งานที่กลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอและคณาจารย์
ควรมีการประชาสัมพันธ์แก่
นิสิต
นักศึกษาที่มีพื้นฐานความรู้และความสนใจเรื่อง
ผ้าตีนจก
ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับประโยชน์จากการสัมมนาครั้งนี้
คือ ที่มา ชนิด ลวดลาย
และวิธีการทอผ้าตีนจกอย่างละเอียด
3.
ข้อคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนาต่อผลงานการศึกษา
รวบรวมและวิจัย เรื่อง
ผ้าตีนจก
· ในผลงานเรื่องผ้าตีนจกเป็นการรวบรวมเป็นครั้งแรก ได้มีการเปรียบเทียบลวดลาย ลักษณะ และชนิดของผ้าตีนจกอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในปัจจุบันได้
·
การนำผ้าตีนจกไปประยุกต์ในอุตสาหกรรมยังเป็นสิ่งที่ยาก
เพราะ
ผู้ประกอบการสิ่งทอยังไม่ให้ความร่วมมือมากนัก
·
ผลงานผ้าตีนจกมีประโยชน์แก่นักศึกษา
และผู้ประกอบการ
ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม
·
การทอผ้าตีนจกสามารถใช้ในอุตสาหกรรมได้โดยการใช้เครื่อง
Jackard แต่จะทำให้คุณค่าของผ้าตีนจกลดลง
·
การทอผ้าตีนจกควรมาจากแรงบันดาลใจของผู้ทอ
ซึ่งสามารถคิดหาลายใหม่ๆได้
ผ้าตีนจก
สิ่งทอศิลป์แผ่นดินไทย
เป็นบันทึกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของไทย
ที่ได้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง
อาทิเช่น
การถ่ายทอดการทอผ้าตีนจกจากรุ่นแม่สู่ลูกสาว
เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
หรือเพื่อการประกอบอาชีพ
ผ้าตีนจกเป็นสิ่งจำเป็นมากของผู้หญิงในสมัยโบราณ
ซึ่งการทอผ้าตีนจกประกอบด้วย
3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนตัว
และส่วนตีน
ซึ่งส่วนตีนเป็นส่วนสำคัญที่ผู้ทอจะทอให้เกิดความวิจิตรงดงามเพียงใดก็ได้
ลวดลายบนผ้าตีนจกจะมีคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม
ภูมิปัญญา และจิตใจ
การทอผ้าตีนจกนั้นใช้เวลานานจึงเป็นการฝึกความอดทนของผู้ทออีกวิธีการหนึ่ง
การทอผ้าตีนจกจะใช้สอดเส้นพุ่งหลากหลายสีเป็นเส้นพิเศษแสดงให้เกิดลวดลายที่มีความงดงามในตัว
ใส่จินตนาการที่เกิดจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
นอกจากนี้แหล่งกำเนิดของผ้าตีนจกต่างก็มีความแตกต่างกันตามกันตามกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ
ของประเทศ
ลวดลายของผ้าตีนจกจึงมีความแตกต่างกัน
ขึ้นอยู่กับที่มา อาทิเช่น
·
ไทยวน
ซึ่งแต่เดิมอาศัยอยู่บริเวณภาคเหนือและบริเวณภาคกลางตอนล่างและครอบคลุมไปถึงบริเวณบางส่วนของพม่าและลาว
โดยปัจจุบันกระจายอยู่บริเวณ
จังหวัดแพร่
จังหวัดอุตรดิตถ์
จังหวัดราชบุรี
จังหวัดสระบุรี
จังหวัดเชียงราย
จังหวัดชียงใหม่
การทอผ้าตีนจกแบบไทยวนริมตีนซิ่นอยู่ทางซ้ายมือของผู้ทอ
·
ไทพวน
ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ที่ลุ่มแม่น้ำโขงและภาคเหนือตอนล่าง
โดยปัจจุบันกระจายอยู่บริเวณ
จังหวัดสุโขทัย
จังหวัดอุทัยธานี
จังหวัดนครสวรรค์
และจังหวัดนครปฐม
การทอผ้าตีนจกแบบไทพวนริมตีนซิ่นอยู่ด้านขวามือของผู้ทอ
·
ไทครั่ง
(ลาวครั่ง ลาวเวียง ลาวกา)
ซึ่งแต่เดิมอาศัยอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง
และได้พลัดถิ่นเข้ามาบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
โดยปัจจุบันกระจายอยู่บริเวณภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง
อาทิเช่น จังหวัดชัยนาท
จังหวัดอุทัยธานี
จังหวัดสุพรรณบุรี
จังหวัดพิจิตร
จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดกำแพงเพชร
การทอผ้าตีนจกแบบไทครั่งริมตีนซิ่นอยู่ขนานลำตัวของผู้ทอ
ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย
ความพยายามที่จะทำให้ผ้าตีนจกเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยนั้นเป็นเรื่องยาก
จะต้องมีการศึกษาหาวิธีการและเทคนิคในการออกแบบใหม่ๆ
ที่จะนำมาใช้ในการผลิต
ในการผลิตผ้าตีนจกจะต้องมีการควบคุมคุณภาพและปริมาณ
ซึ่งจะทำให้ผ้าตีนจกมีคุณค่าในตัวเอง
ผ้าตีนจกควรที่จะมีการอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่ไปพร้อมๆ
กับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน