THTI
 
 
Agile and Responsive Supply Chain     โดย ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย

              Responsiveness
              แนวคิด Responsiveness นี้ เกิดขึ้นจากปัญหาที่ว่า อุตสาหกรรมต่างกันควรจะมีการบริหาร "ความเร็ว" และ "ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า" ต่างกันอย่างไร จากงานวิจัย Responsiveness of Order fulfillment Processes (Kritchanchai และ MacCarthy, 1999,) พบว่า การนำหลักการสร้างความสามารถในการสนองตอบความต้องการของลูกค้านี้มาใช้ต้องคำนึงถึง
              - สิ่งกระตุ้นที่ทำให้อุตสาหกรรมต้องสร้างความสามารถในการสนองตอบ (stimuli)
              - ความรู้ถึงสิ่งที่มากระตุ้นและหนทางตอบสนองเชิงอุตสาหกรรม (awareness)
              - การสร้างความสามารถในการสนองตอบเชิงอุตสาหกรรม (capabilities)
              - เป้าหมายในการสนองตอบ (goals)
              อุตสาหกรรมที่มีลักษณะต่างกันนั้นจะมีชนิดและลักษณะของปัจจัย 4 ตัวนี้ต่างกัน สามารถจำแนกอุตสาหกรรมได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ โดยพิจารณาจากลักษณะของโซ่อุปทานและปัจจัยทั้ง 4 เหล่านี้ ลักษณะของโซ่อุปทานที่ต่างกันสามารถแบ่งแยกได้โดย
              - ลักษณะของผลิตภัณฑ์ ในแง่ของ standardised/ customised product
              - ลักษณะของอุปสงค์ของลูกค้าในแง่ของ demand variability
              - การเริ่มต้นการผลิต (production triggering) ว่าเป็นการผลิตตามแผนเพื่อเก็บสู่คงคลังหรือเป็นการเริ่มต้นการผลิตเมื่อลูกค้าต้องการเท่านั้น
              - ความคาดหวังของลูกค้า
              จากปัจจัยเหล่านี้ สามารถพัฒนาและสร้างกลยุทธ์ในการสร้าง Responsiveness เพื่อบริหาร "เวลา" และ "ความเร็ว" ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมได้ดังนี้

               4.1. อุตสาหกรรมกลุ่มที่ 1
               อุตสาหกรรมในกลุ่มนี้เป็นจำพวกอุตสาหกรรมอาหาร อุปโภคบริโภคต่าง ๆ ที่มีความต้องการของลูกค้าในสินค้าเชิงองค์ประกอบ (specifications) อย่างชัดเจน หากแต่ปริมาณความต้องการของลูกค้านี้จะไม่แน่นอน และเป็นตัวที่มากระตุ้นให้อุตสหกรรมต้องสร้างความสามารถในการสนองตอบส่วนเป้าหมายของการสนองตอบคือ การที่มีสินค้าวางขายอย่างต่อเนื่อง (on-shelf) การบริหาร "เวลา" และ "ความเร็ว" ให้เหมาะสมเพื่อสร้าง responsiveness ในอุตสาหกรรมประเภทนี้ ต้องประกอบด้วย
               - การพยากรณ์ความต้องการลูกค้าอย่างแม่นยำ (Forecast accuracy)
               - การปรับแผนการผลิตผลิตภัณฑ์สุดท้ายอย่างรวดเร็ว (Production plan adjustment) ตามความต้องการลูกค้า
               - การจัดแรงงานการผลิตให้พอเพียงตลอดเวลา (Workforce capacity)

               4.2. อุตสาหกรรมกลุ่มที่ 2
               อุตสาหกรรมกลุ่มนี้ได้แก่ อุตสาหกรรมสินค้าจำเป็น เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซอุตสาหกรรม เป้าหมายที่สำคัญของอุตสาหกรรมกลุ่มนี้คือ การจัดส่งให้ตรงต่อเวลาที่ลูกค้าต้องการ การบริหาร "ความเร็ว" และ "ความสามารถในการตอบสนอง" ที่สำคัญของกลุ่มนี้จะมุ่งเน้นไปที่การจัดส่งสินค้า ให้ตรงต่อเวลาที่ต้องการ ดังนั้นอุตสาหกรรมกลุ่มนี้จำเป็นที่จะต้องมีวัสดุคงคลังไว้ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้โดยทันที เนื่องจากระบบการผลิตของอุตสาหกรรมประเภทนี้โดย ส่วนมากเป็นการผลิตอย่างต่อเนื่อง (continuous flow line) ปัญหาขัดข้องในระบบการผลิตที่จะทำให้วัสดุคงคลังขาดไป นั้นเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา เช่น การเสียของเครื่องจักร โดยสรุปแล้ว การบริหาร "เวลา" และ "ความเร็ว" ของอุตสาหกรรมในกลุ่มนี้ควรคำนึงถึง
               - การเตรียมวัสดุคงคลังให้เต็มตลอดเวลา
               - ปัญหาการเสียของเครื่องจักร
               - การจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว

               4.3. อุตสาหกรรมกลุ่มที่ 3
               อุตสาหกรรมกลุ่มนี้ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์, การผลิตเสื้อผ้า, ผลิตเหล็กกล้า, ผลิตจักรยาน อุตสาหกรรมกลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่ แต่จะมีบางสิ่งที่เหมือนกัน คือ สามารถผลิตชิ้นส่วนประกอบเก็บไว้ในคลังได้ จนเมื่อความต้องการของลูกค้าเข้ามาในระบบ จึงสามารถนำมาประกอบได้ตามความต้องการที่ระบุมา เพราะอุตสาหกรรมไม่สามารถทราบองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์สุดท้ายจนกว่าคำสั่งของลูกค้าจะเข้ามาในระบบการบริหาร "เวลา" และ "ความเร็ว" เพื่อจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพควรคำนึงถึง
               - การพยากรณ์ความต้องการชิ้นส่วนประกอบอย่างแม่นยำ
               - การปรับแผนการผลิตรวมทั้งลำดับการผลิตอย่างรวดเร็วภายหลังจากที่ คำสั่งของลูกค้าเข้ามาในระบบ
               - การจัดเตรียมกำลังการผลิตอย่างพอเพียงหรือการเผื่อกำลังการผลิต
               - การจัดลำดับการผลิตรวมทั้งการเข้า/ออกของงานในระบบผลิต (Sequencing/Input output/control)

               4.4. อุตสาหกรรมกลุ่มที่ 4
               อุตสาหกรรมกลุ่มนี้ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรต่าง ๆ หรือเครื่องจักรอุตสาหกรรมความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ มีความหลากหลายมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ลูกค้าสามารถกำหนดองค์ประกอบต่าง ๆ ในผลิตภัณฑ์ได้โดยละเอียด อุตสาหกรรมกลุ่มนี้เพียงแค่สามารถเก็บวัตถุดิบไว้ในคงคลังได้เท่านั้น การผลิตต้องรอจนกว่าลูกค้าจะกำหนดองค์ประกอบผลิตภัณฑ์การบริหาร "เวลา" และ "ความเร็ว" เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้ ควรคำนึงถึง
               - การใช้เวลาอันรวดเร็วในการออกแบบ/เขียนแบบผลิตภัณฑ์
               - การจัดลำดับงานจากแผนกออกแบบไปสู่ระบบผลิต
               - การวางแผนกำลังการผลิตและการเผื่อกำลังการผลิต
               - การพยากรณ์ชิ้นส่วนที่สามารถใช้ร่วมกันได้กับผลิตภัณฑ์ที่ต่างกัน (modularity)