Supply
Chain Management (1)
หลายคนคงได้ยินคำว่า
Supply Chain Management กันจนเป็นแฟชั่นไปแล้ว ถ้าใครไม่เอ่ยถึงคำนี้คงจะเชยพอดู
แต่หลายคนอีกเช่นกันที่ยังคงมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกับคำว่า
Supply Chain Management เพราะคิดไปว่าคำ ๆ นี้คือการหาคู่ค้าที่จะทำการซื้อขายกัน
ทำให้ตนเองมียอดขายที่ดีขึ้นในกรณีที่ตนเป็นผู้ขาย หรือซื้อวัตถุดิบได้ในราคาที่ถูกลงในกรณีที่ตนเป็นผู้ซื้อ
ความเข้าใจเหล่านั้นเป็นการมองเพียงผลเพียงด้านเดียวของ
Supply Chain Management เท่านั้น
ถ้ามองว่าการบริหารห่วงโซ่อุปทานหรือ
Supply Chain Management เป็นการบริหารการทำงานร่วมกันระหว่างกิจการที่อยู่ในสายการผลิตตลอดสายตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิตไปจนจบกระบวนการที่ผู้บริโภค
โดยการแบ่งปันข่าวสารข้อมูลที่จำเป็น และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดร่วมกัน
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้สูงสุด
ผลที่ได้รับจะทำให้ผู้ประกอบการตลอดสายสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของตนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ได้รับผลตอบแทนจากการดำเนินงานดีขึ้น สามารถแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น
น่าจะเป็นการมองที่ใกล้เคียงกับความหมายที่แท้จริงมากกว่า
ในช่วงระยะเวลา
10 - 15 ปีที่ผ่านมาวงการอุตสาหกรรมและการค้าปลีกได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหารกันขนานใหญ่
ในส่วนของการผลิตได้มีการพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อลดต้นทุนและปรับปรุงการจัดการด้านคุณภาพ
เช่น Just in Time และ Total Quality Management ในด้านการค้าปลีกก็พัฒนาแนวทางใหม่
ๆ เพื่อสนองตอบกับความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
เช่น Quick Response และ Efficient Consumer Response ขึ้นมาเช่นกัน
ในวงการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มของสหรัฐอเมริกาเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการระบบ
Supply Chain โดยเริ่มจากวงการแฟชั่น Limited เป็นผู้เริ่มปฎิวัติปรัชญาการบริหาร
Supply Chain ในสหรัฐอเมริกา ทั้งในด้านการออกแบบ การสั่งซื้อ
การรับสินค้าจากต่างประเทศ (จากประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้)
จากเดิมซึ่งเคยใช้เวลามากกว่าหกเดือนให้เหลือเพียง 3 - 5
สัปดาห์เท่านั้น เช่นเดียวกันกับอีกองค์กรหนึ่ง Beneton
เป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการในการแข่งขันด้วยการนำระบบสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์กร
เช่นการออกแบบ การสั่งซื้อ การผลิต การเก็บเข้าคลังสินค้า
ตลอดจนการเรียกเก็บเงินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนองค์กรใหญ่
ๆ ซึ่งเคยประสบความสำเร็จแต่ไม่ปรับตัวก็พบกับความล้มเหลวได้เช่นกัน
ตัวอย่างเช่นในรายของ Laura Ashley ซึ่งประสบกับผลขาดทุนตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ
1990 อันเป็นผลมาจากการไม่สามารถส่งสินค้าที่มีไปขายยังร้านค้าได้ทันกับฤดูกาลซื้อสินค้าของลูกค้า
ทั้ง ๆ ที่มีสินค้าค้างอยู่ในสต็อกของร้านมากมายก็ตาม
ดังนั้นแนวคิด
Quick Response จึงได้ถือกำเนิดขึ้นจากอุตสาหกรรมสิ่งทอของสหรัฐอเมริกา
ในทศวรรษ 1980 โรงงานสิ่งทอในสหรัฐเริ่มสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในประเทศให้กับผู้จัดหาสินค้าและวัตถุดิบที่มาจากตะวันออกไกล
สมาคมสินค้าสิ่งทอในอเมริกาจึงได้ศึกษาถึงสาเหตุของปัญหาและพบว่ากระบวนการใน
Supply Chain ของสหรัฐเองมีปัญหา กล่าวคือเริ่มตั้งแต่วัตถุดิบจนกระทั่งแปรรูปเป็นสินค้าส่งถึงมือผู้บริโภค
ใช้เวลาถึง 66 สัปดาห์ โดยใช้เวลาที่โรงงานผลิต 11 สัปดาห์
เก็บรักษาในคลังสินค้าอีก 40 สัปดาห์ และอยู่ที่ร้านค้าอีก
15 สัปดาห์ นั่นหมายความว่ามีเงินทุนจมอยู่ในกระบวนการนี้มากถึง
25,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี จึงได้มีการศึกษาหาวิธีที่จะตอบสนองความต้องการได้เร็วกว่านี้
ซึ่งก็เป็นที่มาของแนวคิดเรื่อง Quick Response System และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน
ซึ่งได้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในทศวรรษที่ 1990
ประโยชน์ที่ได้รับจากการบริหารห่วงโซ่อุปทาน
เมื่อผู้ประกอบการตลอดสายในห่วงโซ่อุปทานจับมือเป็นพันธมิตรในสายผลิตภัณฑ์นั้นกระบวนการที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือการปรับระบบการทำงานให้เหมาะสมกัน
แบ่งปันข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกัน
แน่นอนสิ่งที่ตามมาก็คือผลตอบแทนแก่ผู้ประกอบการที่ร่วมมือกันตลอดสาย
และสิ่งที่ต้องเตรียมการที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือข้อตกลงการจัดสรรแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันนั้น
แน่นอนว่าในปีค.ศ.
2005 ประเทศไทยจะต้องเปิดระบบการค้าให้เป็นการแข่งขันแบบเสรีผลที่ตามมาก็คือมีการเข้ามาของธุรกิจต่างชาติ
ซึ่งจะทำให้สภาพการแข่งขันทั้งในและนอกประเทศเข้มข้นยิ่งขึ้น
สภาพของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยในปัจจุบันยังแบ่งเป็นสองส่วน
ส่วนแรกเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ตระหนักถึงปัญหานี้เป็นอย่างดีและมีการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้แล้ว
ส่วนหลังเป็นองค์กรขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรายย่อยมาก ๆ เช่นผลิตกันในครัวเรือน
องค์กรเหล่านี้มักจะมีจุดเด่นในเรื่องของต้นทุนที่ต่ำ จับตลาดในส่วนล่างซึ่งมักจะมองว่าการแข่งขันในระบบการค้าเสรีเป็นของไกลตัว
ส่วนหลังนี้เองที่หลายฝ่ายกำลังเป็นห่วงว่าจะสามารถแข่งขันภายใต้สภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นได้หรือไม่
ทางเดินของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยจะซ้ำรอยกับกิจการค้าปลีกที่ต้องต่อสู้กับธุรกิจค้าปลีกขนาดยักษ์จากต่างชาติหรือไม่
จะเริ่มต้นสร้าง
Supply Chain Management อย่างไร
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากในการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรตลอดสายการผลิต
ที่สามารถต่อไปจนถึงผู้บริโภคคนสุดท้ายได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วสายห่วงโซ่อุปทานนี้มีตัวตนอยู่แล้ว
เพราะถ้าไม่มีก็จะไม่สามารถผลิตสินค้าออกมาถึงมือผู้บริโภคได้เลย
แต่สายห่วงโซ่อุปทานที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ได้ถูกจัดการให้อยู่ภายใต้ระบบที่มีการประสานงานกันอย่างดีภายใต้วัตถุประสงค์เดียวกัน
ในทางตรงกันข้ามบางช่วงของห่วงโซ่อุปทานยังจ้องที่จะเอาเปรียบคู่ค้าด้วยกันเองด้วยหวังเพียงผลกำไรในระยะสั้น
การเริ่มต้นแบบง่าย ๆ คือมองลูกค้าของคุณ หรือ Supplier
ที่เสนอขายวัตถุดิบให้คุณที่มีอยู่ในปัจจุบันก่อน พยายามต่อสายลงไปจนถึงผู้บริโภคเพื่อสร้างช่องทางให้ข้อมูลไหลกลับ
ทำให้ผู้ประกอบการตลอดสายการผลิตสามารถรับข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้สามารถปรับตัวได้ทันท่วงที ถ้าห่วงโซ่ไม่สามารถต่อไปจนถึงผู้บริโภคคนสุดท้ายได้แล้วจะทำให้กระบวนการขาดในส่วนของข้อมูลตอบกลับที่มีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ของการต่อห่วงโซ่ก็จะไม่สมบูรณ์
การเลือกพันธมิตรในระบบ
Supply Chain เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มีลักษณะการพึ่งพากันนั้นมีหลักสำคัญที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาคื