บทสรุป
ในปัจจุบันหลักการโซ่อุปทานนั้นยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
ด้วยหลักการแห่งความร่วมมือ แลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลของอุปสงค์และอุปทานทำให้การทำงานมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน
มีเป้าหมายการทำงานร่วมกันและทำให้ผลการทำงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
หากแต่ว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่โซ่อุปทานจำเป็นต้องให้ความสนใจคือ
ความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้น บทความนี้จึงได้นำเสนอหลักการใหม่ๆที่ใช้จัดการบริหารตอบสนองต่อความไม่แน่นอนต่างๆอย่างฉับไว
อันเป็นเป้าหมายที่ควรคำนึงถึงในโลกปัจจุบัน QR และ Agility จะเน้นถึงความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเพื่อเพิ่มการตัดสินใจอย่างฉับไว
Responsiveness จะเป็นหลักการที่เพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ปัญหาเชิงปฏิบัติมากขึ้นกว่า
2 ทฤษฎีแรกโดยยึดแนวคิดที่ว่า ไม่มีสูตรสำเร็จใดในการแก้ปัญหาโซ่อุปทานได้ทุกสถานการณ์
จำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ถึงปัญหา ความสามารถและเป้าหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมชาติของธุรกิจและอุตสาหกรรม
จากนั้นจึงจะสามารถพัฒนาความสามารถในการตอบสนองให้ตรงส่วนและตรงกับปัญหาของระบบนั้นๆ
แนวคิดโซ่อุปทานในประเทศไทย
ณ ขณะนี้ยังคงอยู่ในขั้นเริ่มต้นและควรที่จะได้รับการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การหาหลักการบริหารเพื่อเพิ่มความสามารถในการตอบสนองอย่างฉับไวในโซ่อุปทานในประเทศไทยนั้นควรจะได้รับการศึกษาอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และธรรมชาติของธุรกิจและอุตสาหกรรม
งานวิจัยต่อเนื่องที่ผู้เขียนกำลังทำอยู่ในขณะนี้ได้มุ่งเน้นถึงการรวบรวมข้อมูล
Best practice ของการบริหารโซ่อุปทานในประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางให้อุตสาหกรรมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนำมาเป็นต้นแบบหรือบทเรียนสำหรับเรียนรู้ได้
นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้ทำการวิจัยเพื่อค้นหาบทประเมินความสามารถของการตอบสนองอย่างฉับไวในอุตสาหกรรมในประเทศไทย
เพื่อจะสามารถประเมินหาความสามารถของตนเองในการตอบสนองหรือการแข่งขันในอนาคตได้