|
|
Logistics
& Supply Chain Management (ตอนที่1)
โดย อรุณ บริรักษ์ [22-12-2001]
ความสำคัญของ
Supply Chain การนำซัพพลายเชนเข้าไปปรับใช้ในทุกขั้นตอนของธุรกิจ ก็จะสามารถลดต้นทุนได้อย่างมาก
ซึ่งหากไม่มีการจัดกา รด้านนี้อย่างดีแล้ว ก็จะประสบปัญหาอย่างมาก แม้แต่การวางสินค้าไว้บนเชลฟ์
หรือในคลังสินค้า นั้นก็จะต้องศึกษาให้สามารถวางให้นานที่สุด เพื่อจะได้เก็บสต็อคสินค้าไว้ให้นานที่สุด
หากการคาดคะเนในการดำเนินการเป็นไปโดยไม่มีประสิทธิภาพ ตัวใดเกิดขาดขึ้นมา
ก็จะทำให้สินค้าด้านอื่นพลอยขาดแคลนไปด้วย มีอีกเหตุผลที่ก่อให้เกิดผลกระทบคือการขาดแคลนบุคลากรทางด้านโลจิสติกส์
ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ทั้งทางด้านผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม
หากการบริหารซัพพลายเชนเป็นไปดังที่หวังไว้ ลูกค้าก็จะเกิดความภูมิใจในการให้บริการมากยิ่งขึ้น
Supply
Chain management ยุคใหม่ ต้องตามความก้าวหน้าของโลกให้ทัน การบริหารซัพพลายเชนนั้นจะต้องอาศัย
Physical Flow และ Information flow ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึง Fund Flow
ด้วย จะต้องคำนึงว่า ในการพูดถึง Logistics และ supply Chain นั้นจะต้องมีการโต้ตอบแบบ
Two way Communication เหตุที่ไร้ประสิทธิผลในช่วงที่ผ่านมานั้น เนื่องจากความไม่ใส่ใจในการให้บริการ
ทำให้เกิดกรณีที่ไม่น่าเกิดขึ้น อย่างเช่น การส่งของผิดจากเป้าหมายที่ได้วางไว้"
สิ่งที่ทำให้ Supply Chain แตกต่างจากการบริหารแบบดั้งเดิมคือ การมี
Collaborative Planning Flow ซึ่งก่อให้เกิดกระบวนการทางด้าน Integration
ขึ้น โดยสิ่งเหล่านี้จะต้องมีเรื่องประสิทธิผลเข้ามาเกี่ยว ที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า
กระบวนการทำงานล่าช้าเป็นอย่างไร และก่อให้เกิดความเสียหายเพียงใด
ต้องคำนึงถึง Collaborative Planning ด้วยว่า ต่างฝ่ายร่วมมือกันมากน้อยเพียงใด
ในส่วนของการวัดผลนั้น จะต้องมีเรื่องของ Internal และ external ด้วยไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น
การร่วมมือกันแก้ไขปัญหาแบบ Integration นั้น จะต้องมีอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง
Supplyer และลูกค้าด้วย สิ่งอื่นที่จะต้องคำนึงถึงต่อไปคือ ช่องทางการจัดจำหน่าย
Channel of Distribution
ส่วนสำคัญด้านหนึ่งคือ
Category Management นั้น จะต้องเน้นความเข้าใจของผู้ซื้อรายสุดท้ายว่า
จะต้องดำเนินการให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร ในบางจุดนั้นเราไม่สามารถรับทราบได้ว่า
ลูกค้าจะสั่งสินค้าได้มากน้อยเพียงใด ลูกค้าก็ไม่บอกให้เราทราบ เพราะเขามองว่า
เป็นเรื่องความลับจึงไม่ได้มาบอกเรา ทั้งนี้มาจากการที่ต่างคนต่างวางแผนไม่มีการทำงานแบบ
Synchronize ซึ่งกันและกัน การบริหารโดยปล่อยให้มี Inventory มากๆนั้น
จะเกิดผลต่อกิจการอย่างแน่นอน
จะต้องมาจากระบวนการทางด้าน Information Sharing ที่ทุกฝ่ายจะต้องให้ข้อมูลเพื่อศึกษาอีกฝ่ายได้อย่างละเอียด
และจะต้องอาศัย Collaborative Relationship คือการร่วมมือในทุกส่วน จะต้องมีการปรึกษาหารือกันว่า
แต่ละจุดนั้น สามารถลดต้นทุนลงไปได้มากน้อยเพียงใด และจะไปให้ถึงที่สุดนั้น
ต้องมี Virtual Integration ที่จะต้องทำให้ความร่วมมือของแต่ละฝ่าย เป็นความร่วมมือร่วมกันของทุกองค์กรร่วมกัน
สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงต่อไปคือ
Process ที่ประสบความสำเร็จซึ่งจะต้องอาศัย การวางมาตรฐานต่างๆร่วมกัน
และ การขนส่งแต่ละขั้นตอนก็จะต้องมีการตรวจสอบ Inspection และการ Scan
สินค้าเมื่อเข้ามาด้วย อีกตัวหนึ่งที่มีความสำคัญคือ CPFR นั่นคือ corporative
Planning Forecasting and Replenishment
เห็นหรือยังครับกระบวนการจัดการธุรกิจสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับการจัดการว่าด้วยระบบ
Logistics และ Supply Chain การวางแผนหรือการกำหนดแผนงานจะต้องสอดรับที่เป็นระบบ
ความล้มเหลวในการบริหาร Logistics และ Supply Chain ย่อมหมายถึงความล้มเหลวขององค์กรรวมเป็นเนื้อแท้
ธุรกิจสมัยใหม่มีความจำเป็นต่อการให้ความใจใส่ต่อ Logistics และ Supply
Chain ที่ดี
ทั้งนี้การปรับตัวของวงการธุรกิจที่ผ่านมาทั้งการลดขนาดองค์กร
(Downsizing) ให้มีความสวยงามแต่ต้องแข็งแกร่งด้วย ถึงแม้ว่าจะมีบุคลากรไม่มากนัก
แต่ก็สามารถทำงานได้อย่างมากมาย ดังนั้นการจัดการด้านซัพพลายเชน จะต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
เคล็ดลับของการจัดการด้าน Supply Chain ว่า การดำรงธุรกิจในปัจจุบันให้คงอยู่ได้
จะต้องหันไปดูลูกค้าซัพพลายเออร์ที่ส่งสินค้าให้ว่า เป็น Chain ของใคร
และเป็น Chain ที่แข็งกว่า ฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ และการร่วมมือกันเป็นพันธมิตรนั้น
มีความผูกพันกันเพียงใดด้วย หลักการที่ได้จากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำคือ จะต้องลงมือต่อไปนี้
1.
ลดขั้นตอนในการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันอยู่อย่างมากมาย
2.
จะต้องมีการนำระบบบาร์โค้ด เข้ามาบันทึกข้อมูลภายในองค์กร เพื่อให้ไปสู่มาตรฐานสากล
3.
จะต้องให้การดำเนินการของพนักงานเป็นไปด้วยความแม่นยำและเที่ยงตรง โดยความผิดพลาดของมนุษย์นั้น
จะต้องลดจำนวนลงนี้ให้เหลือน้อยที่สุด
4.
จะต้องวัดพฤติกรรมของผู้ค้าขายกันว่า มีความสามารถมากน้อยเพียงใด
5.
จะต้องสนับสนุนให้องค์กรลดต้นทุนในการดำเนินการลงมาให้มากที่สุด แต่คงประสิทธิภาพสูงที่สุดไว้
6. ลดสินค้าคงคลังของบริษัทให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดขององค์กร
7. จะต้องใช้การบริหารเชิงรุกทางด้านธุรกิจเข้ามา เพื่อให้เกิดความพอใจในหมู่ของลูกค้า
และนักธุรกิจอื่นที่เราติดต่อด้วย
8. เชื่อมโยงระบบ EDI หรือ E-Commerce เข้าให้เป็นหนึ่งเดียว ทั้งนี้
Supply Chain Management เป็นสิ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดระบบทั้ง 2 นี้
9. จะต้องสร้างฐานความร่วมมือเชื่อมโยงกับลูกค้าให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งระบบ
|
|