THTI
 
 

[ บทนำ ] [Quick Response] [Agility] [Responsiveness] [บทสรุป]

Agile and Responsive Supply Chain     โดย ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย

               Agility
               Agility หมายถึงความไวต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในโซ่อุปทาน ความไม่แน่นอนต่างๆ (uncertainties) นั้นเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้ในโซ่อุปทาน และยังสามารถเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริหารโซ่อุปทานล้มเหลวได้ หลักการนี้จะกล่าวถึงการบริหารโซ่อุปทานให้เกิดความไวต่อการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนต่างๆ ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 2 แนวคิดคือ
               - การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดหวังและไม่ได้คาดหวัง
               - การใช้การเปลี่ยนแปลงนั้นให้เป็นโอกาสในการชนะคู่แข่งได้
               Zhang และ Sharifi (2000) กล่าวว่าในองค์กรต่างกันความไม่แน่นอนจะเกิดขึ้นต่างๆ กันไป และเกิดผลกระทบต่อระบบต่างกัน ดังนั้นจึงต้องการความสามารถในการตอบสนองต่างกันไปด้วย ในการสร้าง Agility ขึ้นในโซ่อุปทานนี้นจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่า Agility มีส่วนประกอบอยู่ 3 ส่วนคือ Agility drivers, Agility capabilities และ Agility providers ดังแสดงในรูปที่ 1 นี้

              1. Agility Drivers หมายถึงความไม่แน่นอนหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและเป็นตัวขับดันที่ทำให้ระบบหรือโซ่อุปทาน ทั้งนั้ต้องให้ความสนใจ เพื่อจะรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ได้ Agility Drivers นี้อาจเกิดได้ทั้งในเชิงรุก (Proactive) และเชิงรับ (Reactive) ในเชิงรุกนั้นจะเป็นตัวขับดันที่ใช้การเปลี่ยนแปลงนั้นให้เกิดโอกาสในการแข่งขัน ส่วนในเชิงรับนั้นเป้นการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างฉับไว
               ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจนั้นก่อให้เกิด Agility Drivers ได้จากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ดังนี้คือ
               1.1 ปัจจัยทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างการตลาดความต้องการของตลาด ส่วนแบ่งตลาด ราคาสินค้า วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค
               1.2 ปัจจัยทางการแข่งขัน เช่น ความสามารถของคู่แข่ง สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน ความสามารถในการตอบสนองของคู่แข่งขัน เป็นต้น
               1.3 ปัจจัยความต้องการของลูกค้า เช่น ความต้องการการเปลี่ยนแปลงของลูกค้า คาดหวังของลูกค้าในด้านราคา คุณภาพหรือเวลาการจัดส่ง เป็นต้น
               1.4 ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี เช่น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การแนะนำสินค้าหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นต้น
               1.5 ปัจจัยทางสังคม เช่น กฎหมาย นโยบายของรัฐ สภาพเศรษฐกิจ เป็นต้น
               1.6 ปัจจัยความซับซ้อนในระบบ เช่น จำนวนผลิตภัณฑ์ ความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ความซับซ้อนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

               2. Agility Capabilities คือความสามารถที่โซ่อุปทานใช้ในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงหรือความไม่แน่นอนอย่างฉับไวได้ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 4 ส่วน คือ Responsiveness, Competency, Flexibility และ Speed
               2.1. Responsiveness คือความสามารถที่จะตอบสนองต่อตัวกระตุ้นต่างๆที่เกิดขึ้นโดยมุ่งเน้นที่เป้าหมาย ซึ่งจะกล่าวโดยละเอียดในส่วนต่อไป ในที่นี้ Responsiveness คือส่วนหนึ่งของ Agility capabilities
               2.2. Competency เป็นความสามารถที่จะทำให้องค์กรทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เช่น
                    - การมีวิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์
                    - การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
                    - คุณภาพของผลิตภัณฑ์
                    - คุณภาพของผู้ทำงาน
                    - การบริหารการเปลี่ยนแปลง
                    - การแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเสมอ
                    - ความร่วมมือระหว่างกัน
                    - ความเป็นหนึ่งเดียวกันในองค์กร เป็นต้น
                2.3. Flexibility เป็นความสามารถที่จะทำงานหลายๆชนิดโดยใช้ทรัพยากรสิ่งเดียวกันได้ Flexibility จะมีความหมายหลายแบบตามลักษณะการทำงาน เช่น
                    - Flexibility ในการผลิตจำนวนที่ต่างกัน
                    - Flexibility ในการปรับเปลี่ยนกระบวนการ
                    - Flexibility ในการเปลี่ยนแปลงองค์กร
                    - Flexibility ในการปรับเปลี่ยนกำลังการผลิต
                    - Flexibility ของบุคลากรที่จะทำงานได้หลายแบบ เป็นต้น
                2.4. Speed เป็นความสามารถที่จะทำงานในเวลาที่สั้นที่สุด เช่น
                    - ความเร็วของการจัดส่งสินค้า
                    - ความเร็วในการผลิต
                    - ความเร็วในการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นต้น

                3. Agility Providers หมายถึงสิ่งต่างๆในองค์กรที่สามารถนำมาซึ่ง Agility ได้ ในโซ่อุปทานจะหมายถึง 4 สิ่งหลักคือ องค์กร บุคลากร นวัตกรรม และเทคโนโลยี หากแต่ 4 สิ่งนี้ต้องถูกเชื่อมโยงและรวมเข้าด้วยกันโดยการไหลแลกเปลี่ยนของข้อมูล
                 ในโซ่อุปทานใดๆ หากต้องการความไวต่อการเปลี่ยนแปลงนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงส่วนประกอบทั้ง 3 นี้และเชื่อมโยงเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับสภาพแแวดล้อมของโซ่อุปทานนั้น การบริหารความไวนั้นจะสำเร็จได้ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือกันในโซ่อุปทานและการวิเคราะห์ปัญหาของความไม่แน่นอนหรือการเปลี่ยนแปลงในโซ่อุปทานนั้นๆ ดังจะนำเสนอในส่วนต่อไป