AEC ไม่รู้ไม่ได้ : เครื่องนุ่มห่มสัญลักษณ์ชาวอินโดนีเซีย
6 พ.ย. 2555 ผู้ลงข่าว Web Administrator ข่าวเศรษฐกิจ ช่อง 7 412 เข้าชม

 

หากพูดถึงเอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย แน่นอนว่าทุกคนคงคิดถึง ผ้าบาติก ที่สวมใส่กันอย่างแพร่หลายในประเทศอินโดนีเซีย จนกลายเป็นวัฒนธรรมเครื่องนุ่มห่ม ที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของประเทศได้เป็นอย่างดี
 
               ผ้าบาติกเป็นศิลปะที่ถูกถ่ายทอดจากบรรพบุรุษของชาวอินโดนีเซียตั้งแต่ในอดีต กระทั่งปี พ.ศ. 2552  ผ้าบาติกยิ่งโด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วโลก หลังจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนให้ผ้าบาติกเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นงานหัตถกรรมของประเทศอินโดนีเซีย
 
               ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวอินโดนีเซียมากยิ่งขึ้นกับงานศิลปะอันล้ำค่า และตอนนี้อินโดนีเซียตอบรับกระแสเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมากขึ้น โดยจะผลักดันผ้าบาติกเอกลักษณ์ของชาติสู่สายตาของมิตรประเทศในอาเซียน 
 
               นายลุตฟี่ ราอุฟ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย บอกว่า การออกแบบลายผ้า บาติกของอินโดนีเซีย ได้รับอิทธิพลมาจากวิถีชีวิต ศาสนา ความเป็นอยู่ หรือแม้แต่ตัวบุคคล ทำให้ลาย ผ้าบาติกของอินโดนีเซีย มีเสน่ห์เฉพาะตัว บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของศิลปวัฒนธรรมของอินโดนีเซียได้อย่างดี และทำให้ชาวอาเซียนรู้จักอินโดนีเซียผ่านลายผ้ามากขึ้น
 
               ความโด่งดังของผ้าบาติกอินโดนีเซีย ทำให้หลายชาติรวมทั้งไทยสนใจจะเรียนรู้กระบวนการผลิต และเทคนิกการทำผ้าบาติกมากขึ้น จึงไม่แปลกที่วันนี้ อินโดนีเซียมีคู่แข่งในการผลิตผ้าบาติกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไทย มาเลเซีย ลาว และเวียดนาม
 
               โดยเฉพาะไทยได้เปรียบชาติอื่นๆ ในเรื่องการออกแบบ การเขียนลวดลาย เทคนิค และสีสัน  ที่เรานำเทคนิกการผลิตผ้าสมัยใหม่มาประยุกต์ ทำให้สามารถผลิตได้ในปริมาณมากกว่า มีลวดลายที่วิจิตรและคมชัดยิ่งกว่าด้วย
 
               อินโดนีเซียกำลังเผชิญคู่แข่งสำคัญจากหลายชาติในอาเซียน ทำให้ทุกวันนี้อินโดนีเซียต้องเร่งปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ และพัฒนาลายผ้าให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรักษาสมบัติอันล้ำค่าอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศตัวเองไว้
 
               นี่เป็นตัวอย่างชาติสมาชิกอาเซียน ที่เผยแพร่เอกลักษณ์ และศิลปะของชาติ เพื่อรับกับกระแสการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และปฏิเสธไม่ได้ว่า สินค้าเหล่านี้เป็นตัวแปรสำคัญที่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่ดีให้กับชาติสมาชิก