จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคาม (SWOT) ของหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
10 ก.ย. 2556 Web Administrator 776 เข้าชม

การวิเคราะห์ SWOT 

เมื่อวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน ตลอดจนโอกาสและอุปสรรคของอุตสาหกรรม (SWOT Analysis) ของกลุ่มหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม สามารถสรุปได้ ดังนี้

จุดแข็งของหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

ไทยมีผ้าทอพื้นเมืองและภูมิปัญญาด้านสิ่งทอพื้นเมืองมากมาย มีวัตถุดิบจากธรรมชาติและเชิงวัฒนธรรม โดยเฉพาะผ้าไหมที่มีชื่อเสียงในระดับโลกแรงงานไทยมีความประณีต นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย สามารถประยุกต์สร้างจุดเด่นหรือความแตกต่างได้

จุดอ่อนของหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

การผลิตจํากัดอยู่ในระดับวิสาหกิจชุมชน ทําให้ผลิตได้ในจํานวนน้อย ผู้ผลิตในส่วนต้นน้ำและปลายน้ำขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังขาดการกระตุ้นความต้องการของตลาดในประเทศ ทําให้มีตลาดจํากัดเฉพาะกลุ่ม (Niche) ผู้บริโภคยังไม่นิยมหรือตระหนักในคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาไทยมากนัก ขณะที่ชุมชนเองก็มักผลิตสินค้ารูปแบบเดิม ขาดการพัฒนาสินค้าทําให้สินค้าไม่หลากหลายและไม่มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่ง ควบคุมมาตรฐานการผลิตยาก เนื่องจากเป็นสินค้าทํามือขาดแคลนวัตถุดิบ เช่น ไหม และฝ้าย นอกจากนี้ยังขาดความสนับสนุนของภาครัฐ และขาดหน่วยงานเจ้าภาพในการผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโต

โอกาสของหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

ตลาดโลกมีแนวโน้มบริโภคสินค้าเชิงคุณค่าวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสการรักษาสิ่งแวดล้อม จริยธรรมยังช่วยผลักดันให้สินค้าสิ่งทอจากธรรมชาติ สินค้าที่ช่วยเหลือสังคมชุมชนได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมท้องถิ่น ไทยเป็นที่รู้จักและได้รับรางวัลในระดับนานาชาติด้านการออกแบบหัตถกรรมสิ่งทอมากขึ้น นอกจากนี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ จะเป็นช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ เข้าถึงลูกค้าและเพิ่มช่องทางการจําหน่ายทางออนไลน์ และการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี ค.ศ. 2015 

ภัยคุกคามของหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

การที่ต่างประเทศมีมาตรฐานในการนําเข้าสิ่งทอโดยคํานึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมและแรงงานมากขึ้น คู่แข่งเกิดขึ้นมากอาทิ จีน อินเดีย ปากีสถาน และอินโดนีเซีย (ผ้าและผลิตภัณฑ์บาติก เป็นต้น) โดยเฉพาะประเทศจีน และอินเดีย ซึ่งเป็นคู่แข่งที่สําคัญของผ้าไหมไทยในตลาดต่างประเทศ