อุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะไม่เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมส่งออกสูงสุด แต่มูลค่าส่งออกสูงถึง 60,000 ล้านบาทต่อปี ก่อให้เกิดการจ้างงานราว 350,000 คน กระจายอยู่ตามโรงงานมากกว่า 3,500 โรงงาน อุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้านี้ประกอบไปด้วย การทำหนังดิบ หนังฟอก หนังอัด กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าถือ กระเป๋าธนบัตร กระเป๋าเอกสาร เครื่องใช้ในการเดินทาง เครื่องใช้ในสำนักงาน เข็มขัด การทำรองเท้ายางและพลาสติก รองเท้ากีฬา รองเท้าแตะ รองเท้าหนังแท้ หนังเทียม รองเท้าเชือกสาน รองเท้าอื่นๆและส่วนประกอบของรองเท้า
ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้าของไทยยังมีศักยภาพอยู่มาก
แต่สินค้าเครื่องหนังและรองเท้าของไทย ก็เริ่มสูญเสียความสามารถในการแข็งขันในตลาดทุกระดับ
กล่าวคือในตลาดระดับบนไทยจะเสียเปรียบ อิตาลี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวันและเกาหลีใต้
ในเรื่องการออกแบบที่หลากหลายตามแฟชั่น การตัดเย็บที่ละเอียดปราณีต การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
ส่วนในตลาดระดับกลางลงมา ไทยเสียเปรียบ สเปน อาร์เจนตินา อินเดีย จีน อินโดนีเซีย
และเวียดนาม ทางด้านต้นทุนผลิตโดยรวม การขาดแคลนหนังฟอก ที่มีคุณภาพภายในประเทศทำให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
ส่งผลให้ต้นทุนของสินค้าสูงกว่าประเทศคู่แข่ง เพราะหนังฟอกเป็นวัตถุดิบหลัก คิดเป็นกว่า
60 % ของต้นทุนผลิตรวม ปัญหาวัตถุดิบนี้เป็นปัญหาสำคัญ ที่ทำให้ผู้ผลิตไทยไม่สามารถผลิตได้เต็มศักยภาพ
ในขณะที่อนาคตตลาดยังสดใส เพื่อให้อุตสาหกรรมของประเทศไทยอยู่รอดได้ จะต้องมีการปรับปรุงและเตรียมตัวขนานใหญ่เพื่อรองรับตลาดการค้าโลกที่ปรับตัวเข้าสู่ระบบเสรี
ซึ่งจะส่งผลต่อสินค้ารองเท้าและเครื่องหนังของไทยทั้งทางด้านบวกและลบ กล่าวคือผู้ผลิตจะต้องเผชิญกับการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศที่เข้ามาขยายตลาดในประเทศ
เนื่องจากการลดภาษีนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปโดยเฉพาะสินค้าในระดับกลางและล่าง จากประเทศที่มีต้นทุนผลิตโดยรวมต่ำกว่า
ผู้ผลิตไทยที่ไม่สามารถปรับตัวได้ก็จะต้องออกจากอุตสาหกรรมไป โดยเฉพาะผู้ผลิตรายเล็ก
ในขณะเดียวกันการเปิดเสรีจะช่วยให้สินค้าไทยสามารถขยายตลาดได้กว้างมากขึ้นเช่นกัน
เนื่องจากข้อจำกัดต่างๆ ทางด้านภาษีลดลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการยกระดับคุณภาพสินค้าของผู้ผลิตไทย
ให้สูงกว่าประเทศคู่แข่งที่อยู่ในระดับเดียวกันละเทียบเท่าประเทศคู่แข่งที่เหนือกว่า
โดยจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิตการลดต้น
ทุนการผลิต ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
ทันสมัย รวดเร็วการส่งเสริมการขาย เพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลกศึกษาถึงความเป็นไปได้ของ
e-commerce การพัฒนากำลังคนและระบบการบริหารการจัดการ
ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวิเคราะห์พื้นฐานเบื้องต้น ของภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้าของไทยในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต วิเคราะห์ถึงอุปสงค์อุปทานของตลาดในประเทศและตลาดโลกจุดอ่อนจุดแข็งของผู้ผลิตในไทยและประเทศคู่แข่ง เพื่อนำมากำหนด จัดทำแผนยุทธศาสตร์แม่บทอุตสาหกรรมของไทย
ในการจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์แม่บทอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า
เพื่อเสนอเป็นแนวทางการวางนโยบายและปฎิบัติการส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้านี้
คณะผู้ดำเนินการศึกษามีกรอบแนวคิดที่สำคัญ 4 ประการ ที่คาดว่าจะเป็นตัวแปรที่สำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมคือ
1. ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อ
จุดแข็งและจุดอ่อนของอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า
2. โอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและตลาดโลก
การเปิดการค้าเสรีมาตราการแอบแฝงในการกีดกันการค้า
3. ความสามารถและการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้าของประเทศคู่แข่ง
4. โครงสร้างอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้าของไทย