สถานการณ์การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2561

Keyword:     git  นำเข้า  นำเข้าส่งออกอัญมณี  ปี 2561  ม.ค.-ก.พ.  ส่งออก  อัญมณีและเครื่องประดับ  อุตสาหกรรม 

สถานการณ์การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2561

มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในรูปเงินเหรียญสหรัฐตามพิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71* ในระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2561 ลดลงร้อยละ 16.71 (ร้อยละ 24.51 ในหน่วยของเงินบาท) จากเดิมในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2560 ที่มีมูลค่า 2,641.75 ล้านเหรียญสหรัฐ (93,222.87 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 2,200.27 ล้านเหรียญสหรัฐ (70,371.37 ล้านบาท) นับเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญในอันดับที่ 3 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.44 ของสินค้าส่งออกโดยรวมของไทย ทั้งนี้ หากนำมูลค่าดังกล่าวข้างต้นหักออกด้วยการส่งออกทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปพบว่า การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 1,437.31 ล้านเหรียญสหรัฐ (45,846.26 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 4.26 (ลดลงร้อยละ 5.64 ในหน่วยของเงินบาท)

แผนภาพที่ 1 แสดงตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2561

ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

สถานการณ์การส่งออก

สินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุดในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ คือทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูปในสัดส่วนร้อยละ 34.68 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย และมีมูลค่าลดลงร้อยละ 39.60 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 จากการส่งออกไปยังตลาดหลักใน 3 อันดับแรกทั้งสวิตเซอร์แลนด์ กัมพูชา และสิงคโปร์ได้ลดลงร้อยละ 5.12 ร้อยละ 8.67 และร้อยละ 79.74 ตามลำดับ ทั้งนี้ ราคาทองคำในเดือนกุมภาพันธ์ยังอยู่ในระดับทรงตัว โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,331.52 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์  (http://www.kitco.com) ซึ่งปรับตัวลดลงเล็กน้อยเพียงร้อยละ 0.01 เท่านั้น ผู้ประกอบการไทยจึงชะลอการส่งออกเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา โดยรอเทขายทองคำฯ ในจังหวะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น สำหรับปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในช่วงไตรมาสแรกยังคงเป็นประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และความผันผวนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อค่าเงินเหรียญสหรัฐ และตลาดหุ้นของโลก

เครื่องประดับแท้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญในอันดับที่ 2 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30.99 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม เติบโตได้ร้อยละ 2.68 โดยการส่งออก เครื่องประดับทองขยายตัวร้อยละ 6.09 เนื่องมาจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดี หนุนให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ประกอบกับราคาทองคำที่ค่อนข้างทรงตัวไทยจึงส่งออกเครื่องประดับทองไปยังหลายตลาดสำคัญได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และกาตาร์ ตลาดหลักใน 3 อันดับแรกที่ต่างขยายตัวได้ร้อยละ 0.17, ร้อยละ 13 และร้อยละ 70.27 ตามลำดับเครื่องประดับเงินหดตัวลดลงเล็กน้อยร้อยละ 0.97 จากการส่งออกไปยังฮ่องกง ตลาดสำคัญในอันดับ 4 ได้ลดลงมากถึงร้อยละ 62.71 ในขณะที่ตลาด 3 อันดับแรกอย่างเยอรมนีสหรัฐอเมริกา และจีน เติบโตได้ร้อยละ 19.81, ร้อยละ 3.80 และร้อยละ 19.74 ตามลำดับ เครื่องประดับแพลทินัมเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.53 อันเป็นผลจากการส่งออกไปยังฮ่องกง ตลาดในอันดับ 2 ได้เพิ่มสูงกว่า 1.01 เท่า แม้ว่ามูลค่าการส่งออกไปยังญี่ปุ่น ตลาดอันดับ 1 จะลดลงร้อยละ 11.21 ก็ตามทั้งนี้ ตลาดที่มีแนวโน้มเติบได้ดีคือ สิงคโปร์ กาตาร์ และอิตาลี ซึ่งไทยส่งออกไปได้สูงกว่า 1.8 เท่า, 57.88 เท่า และ 18.43 เท่า ตามลำดับ

เพชร เป็นสินค้าส่งออกรายการสำคัญในอันดับ 3 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 15.08 และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 9  ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย จากการส่งออกเพชรเจียระไน ซึ่งเป็นสินค้าหลักในสัดส่วนราวร้อยละ 96 ด้วยมูลค่าขยายตัวร้อยละ 9.98 โดยตลาดส่งออกหลักใน 4 อันดับแรกของไทยไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง เบลเยียม อินเดีย และสหรัฐอเมริกาล้วนมีมูลค่าเติบโตร้อยละ 4.52, ร้อยละ 15.62, ร้อยละ 47.19 และร้อยละ 59.33 ตามลำดับ สำหรับตลาดที่น่าจับตาคือ กาตาร์ ซึ่งไทยเพิ่งส่งออกเพชรเจียระไนไปกาตาร์เป็นครั้งแรก แต่กลับทำให้กาตาร์ก้าวขึ้นมาเป็นตลาดส่งออกในอันดับที่ 5 แซงหน้าตลาดเดิมอื่นๆ อาทิ อิสราเอล และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นต้น        

พลอยสี เป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 4 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.37 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวมของไทย ขยายตัวร้อยละ 2.03 โดยสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้เป็นพลอยเนื้อแข็งเจียระไน (ทับทิม แซปไฟร์ และมรกต)ปรับตัวลดลงต่อเนื่องร้อยละ 2.32 โดยเป็นผลจากการส่งออกไปยังฮ่องกงที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดราวร้อยละ 65 ได้ลดลงร้อยละ 4.30 ส่วนตลาดสำคัญรองลงมาอย่างสหรัฐอเมริกา และอิตาลี ตลาดในอันดับ 2 และ 3 ยังสามารถเติบโตได้ร้อยละ 1.53 และร้อยละ 16.54ตามลำดับ ส่วนการส่งออกพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.66 เนื่องจากการส่งออกไปยังฮ่องกง และสหรัฐ-อาหรับเอมิเรตส์ ตลาดในอันดับ 1 และ 3 ได้สูงขึ้นร้อยละ 18.20 และกว่า 17.04 เท่า ตามลำดับ ในขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ตลาดในอันดับ 2 หดตัวลงร้อยละ 13.54

เครื่องประดับเทียมเป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 5 ในสัดส่วนร้อยละ 2.81และมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 24.02 อันเป็นผลจากการส่งออกไปยังลิกเตนสไตน์ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดราวร้อยละ 40 และสิงคโปร์ ตลาดในอันดับ 2 ได้เพิ่มสูงถึงร้อยละ 24.24 และร้อยละ 84.66 ตามลำดับ

(โดยมีรายละเอียดตามแนบ)

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

27 มีนาคม 2561

*พิกัดอัตราศุลกากรตอนที่ 71 ว่าด้วย “ไข่มุกธรรมชาติหรือไข่มุกเลี้ยง รัตนชาติหรือกึ่งรัตนชาติ โลหะมีค่า โลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า และของที่ทำด้วยของดังกล่าว เครื่องเพชรพลอย และรูปพรรณที่เป็นของเทียม เหรียญกษาปณ์”

 

Share this Post:
View article: 110