โอกาสทางการค้าอัญมณีจากการขยายความร่วมมือกับศรีลังกา...เกาะแห่งอัญมณี

Keyword:     กฎระเบียบอัญมณี  การค้า  ศรีลังกา  อัญมณีและเครื่องประดับ  อุตสาหกรรม 

โอกาสทางการค้าอัญมณีจากการขยายความร่วมมือกับศรีลังกา...เกาะแห่งอัญมณี

1111.jpg

ศรีลังกามีลักษณะเป็นเกาะขนาดเล็กและตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบสลับกับภูเขามีประชากรราว21 ล้านคน ภายหลังจากสงครามกลางเมืองอันยาวนานกว่า 30 ปี ได้สิ้นสุดลงรัฐบาล

ศรีลังกาได้พยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านตลาดการค้าและการลงทุนให้เป็นระบบยิ่งขึ้น จนปัจจุบันมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจราวร้อยละ 6-8 ต่อปีได้ส่วนหนึ่งมาจากการค้าอัญมณีหลากหลายชนิดที่มีอยู่ภายในประเทศ จนก่อให้เกิดรายได้สำหรับนำมาใช้ฟื้นฟูและพัฒนาประเทศ ตลอดจนทำให้ศรีลังกาเริ่มเป็นที่สนใจแก่ผู้ประกอบการอัญมณีทั่วโลกในฐานะที่เป็นแหล่งวัตถุดิบอัญมณีสำคัญที่มีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งของโลก

ศรีลังกา..แหล่งอัญมณีล้ำค่าของโลก

ศรีลังกาเป็นประเทศที่มีข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากเป็นแหล่งอัญมณีที่มีทั้งพลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก จนได้ชื่อว่าเป็นรัตนทวีป หรือเกาะแห่งอัญมณี (Island of Gems) ทั้งนี้ พบว่าพื้นที่กว่าร้อยละ 70 ของประเทศมีศักยภาพในการทำเหมืองอัญมณี ด้วยปริมาณอัญมณีที่มีอยู่มาก และประเภทที่หลากหลายกว่า 75 ชนิด ส่งผลให้อัญมณีกลายเป็นสินค้าสำคัญของศรีลังกาในยุคปัจจุบัน

2222.jpg

การทำเหมืองในศรีลังกาส่วนใหญ่เป็นการเปิดประมูลให้สัมปทานแก่ภาคเอกชน โดยภายใต้กฎระเบียบที่เคร่งครัดจากทางรัฐบาลในเรื่องสิ่งแวดล้อมและแรงงานเหมืองการทำเหมืองเป็นแบบอนุรักษ์นิยม (Conservative or Local Gem Mining) ที่ใช้แรงงานคนในการขุดเป็นหลักโดยเหมืองอัญมณีมากกว่าร้อยละ 80 ตั้งอยู่ที่เมืองรัตนปุระ (Ratnapura) ซึ่งอยู่ในเขตปกครอง Sabaragamuwaนอกนั้นที่เหลือกระจายตัวไปตามเมืองมาตาเล (Matale) เมืองบาดุลลา (Badulla) และเมืองโมเนรากาลา (Moneragala) ก่อให้เกิดการจ้างงานเฉพาะแรงงานเหมืองกว่า 6 แสนคนโดยอัญมณีที่มีชื่อเสียงและเป็นสินค้าสำคัญของศรีลังกา คือ พลอยแซปไฟร์สีน้ำเงิน ที่มีชื่อเรียกตามแหล่งขุดค้นว่า “ซีลอนแซปไฟร์” (Ceylon Sapphire) รวมถึงพลอยที่มีเอกลักษณ์เป็นสตาร์สโตน (Star Stone) หรือแซปไฟร์สาแหรก นอกจากนี้ ยังขุดพบอัญมณีล้ำค่าชนิดอื่น ๆ ได้แก่ ทับทิม คริโซเบริล แอเมทิสต์ โกเมนทัวร์มาลีน สปิเนล โทแพซ มูนสโตน เพทาย และเพริดอตซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าและทำให้ศรีลังกาเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญแห่งหนึ่งของโลก

การค้าอัญมณีระหว่างไทยกับศรีลังกา

จากการที่ศรีลังกาพัฒนาเทคนิคการเผาพลอย และการเจียระไนอัญมณีมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันเกิดเป็นความชำนาญได้ส่งผลต่อการส่งออกอัญมณีที่แต่เดิมส่วนใหญ่ส่งออกกิวด้า (Geuda Stones) หรือพลอยก้อนตระกูลคอรันดัมที่ยังไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพเป็นสินค้าหลัก เปลี่ยนมาเป็นการส่งออกอัญมณีเจียระไนทั้งเพชรและพลอยเจียระไน ด้วยสัดส่วนถึงร้อยละ 48 และร้อยละ 42 ของการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมด สำหรับด้านกฎระเบียบการค้าในปัจจุบันพบว่าศรีลังกาห้ามไม่ให้ส่งออกพลอยก้อนประเภทพลอยเนื้ออ่อน แต่จะเน้นส่งออกพลอยทุกประเภทที่ผ่านการเผาหรือเจียระไนภายในประเทศแล้วเท่านั้น ขณะที่ในส่วนของพลอยกิวด้ายังคงมีการส่งออกอยู่โดยผู้ซื้อหรือผู้ส่งออกจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของข้อตกลงการค้ากิวด้าแบบเดิมที่จะต้องมีใบอนุญาตและทำการค้าผ่านThe Geuda Trading Center ที่รัตนปุระเท่านั้นเพียงแต่การซื้อขายพลอยกิวด้าในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมลดลงเนื่องจากพลอยตระกูลนี้ได้ถูกนำไปปรับปรุงคุณภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นส่วนใหญ่ คงเหลือแต่พลอยกิวด้าที่มีคุณสมบัติปานกลางเท่านั้นที่ศรีลังกานำออกมาขาย ด้านการค้าพลอยสีระหว่างศรีลังกากับไทยในปัจจุบัน นอกจากศรีลังกาจะเป็นแหล่งค้าวัตถุดิบที่ผลิตได้โดยตรงจากภายในประเทศแล้ว ยังเป็นทางผ่านในการไหลเข้าของพลอยสีจากทวีปแอฟริกามายังไทยด้วย โดยจากสถิติการค้าปี 2559 พบว่าไทยมีการนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากศรีลังการาว 11.58 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 28.81 ของมูลค่าการนำเข้าสินค้ารวมทุกประเภทจากศรีลังกา โดยสินค้าอัญมณีส่วนใหญ่ที่นำเข้าเป็นพลอยสี มีมูลค่ารวม 9.62 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 83.09 ของการนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมดจากศรีลังกา ซึ่งมูลค่าการนำเข้าดังกล่าวนี้ อาจต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่ค่อนข้างมาก เพราะผู้ประกอบการไทยนิยมซื้อวัตถุดิบโดยตรงจากพ่อค้าชาวศรีลังกาที่ถือพลอยติดตัวเข้ามาค้าขายในประเทศไทยมากกว่าซื้อขายผ่านระบบศุลกากรขณะที่ในด้านการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากไทยไปยังศรีลังกาพบว่าขาดดุลการค้า เพราะศรีลังกายังไม่ใช่ตลาดพัฒนาแล้วที่มีการบริโภคสินค้าประเภทนี้ อย่างกว้างขวาง หากแต่เป็นตลาดผู้ค้าวัตถุดิบเสียมากกว่า โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ เป็นพลอยเจียระไน และเครื่องประดับทอง

โอกาสทางการค้าและพัฒนาความร่วมมือด้านอัญมณีระหว่างไทยกับศรีลังกา

3333.jpg

ไทยกับศรีลังกามีความสัมพันธ์และทัศนคติอันดีระหว่างกันในทุกมิติ สำหรับด้านอัญมณีและเครื่องประดับนั้น นอกเหนือไปจากความสัมพันธ์ทางการค้าวัตถุดิบที่มีระหว่างกันแล้วปัจจุบันทั้งสองประเทศกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอัญมณีศาสตร์และการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของศรีลังกาผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ที่ทำการค้ากับพ่อค้าหรือหุ้นส่วนชาวศรีลังกามักมีทัศนคติที่ดีต่อคนศรีลังกาเพราะสามารถเจรจาการค้าได้ง่ายพ่อค้าศรีลังกาไม่ค่อยกดราคาพลอยและผู้ซื้อได้สินค้าที่ตรงตามความต้องการแต่ทั้งนี้หากเป็นการค้าพลอยก้อนบางประเภทยังคงมีข้อจำกัดอยู่ เนื่องจากศรีลังกาประกาศห้ามไม่ให้มีการส่งออกพลอยก้อนประเภทพลอยเนื้ออ่อนที่ยังไม่ผ่านการเจียระไนแต่ทั้งนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยความพยายามของไทยกับศรีลังกาที่จะพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันในระยะยาว ทั้งกรอบความร่วมมือเฉพาะอย่าง และแผนที่จะจัดทำ FTA ระหว่างกัน ก็ถือเป็นทิศทางที่ดีต่อการค้าในอนาคตโดยเมื่อพิจารณาถึงประเทศไทยจะเห็นว่าปัจจุบันต้องนำเข้าวัตถุดิบอัญมณีเกือบทั้งหมดจากต่างประเทศ ศรีลังกาถือเป็นแหล่งวัตถุดิบคุณภาพแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ ดังนั้น หากทั้งสองประเทศมีความเป็นหุ้นส่วนที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อาจเป็นโอกาสของฝ่ายไทยที่จะเปิดการเจรจาใหม่ให้ศรีลังกาผ่อนปรนการส่งออกพลอยก้อนแก่ไทยได้ในอนาคต โดยเฉพาะพลอยเนื้ออ่อนซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกทั้งยังช่วยทำให้การค้าอัญมณีมีความคล่องตัวและมีปริมาณการค้ามากขึ้น ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะนำเอาวัตถุดิบมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจต่อไป นอกจากนี้ในส่วนของภาครัฐ หากมีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการศรีลังกานำพลอยสีเข้ามาขายในไทยเพิ่มมากขึ้น นอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเลือกซื้อพลอยสีให้แก่ผู้ประกอบการไทยแล้ว ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลกด้วย

ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแหงชาติ (องคการมหาชน)

ตุลาคม 2560

ข้อมูลอ้างอิง :-

1. โอกาสการค้าและการลงทุนของไทยในสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา, Thai Trade Centre, Chennai, India.

2. INDUSTRY CAPABILITY REPORT, Export Development Board (EDB), Sri Lanka 2016.

3. Exporters’ handbook, National Gem and Jewellery Authority, Sri Lanka.

4. FTA ไทย-ศรีลังกา ตลาดใหม่เอเชียใต้, หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ (วันที่ 29 ส.ค. 2560)




 

Share this Post:
View article: 142