ฉลองใหญ่ 1 ปี ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย

Keyword:     news  ข่าวรายวัน  ผ้าขาวม้า  หัตถศิลป์ไทย 

ฉลองใหญ่ 1 ปี ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย

 

ประชารัฐรักสามัคคี ประเทศไทย โชว์ผลงาน 365 วัน โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย สืบสานอาชีพ ส่งเสริมอัตลักษณ์ และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าทอมือ

 

 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การดำเนินงานคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และประชารัฐ (E3) จัดงาน “ผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย : The Charm of Pakaoma”  เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ในงาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี" ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 – 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานของโครงการฯ ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา   ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน 4 มิติ ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้และความสนใจในผ้าขาวม้าทอมือในกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ , การสร้างนวัตกรรมการผลิตและแปรรูปสินค้าจากผ้าขาวม้าทอมือเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการใช้งาน , การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างชุมชนและผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ อาทิ การใช้สีธรรมชาติ และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งการผลักดันให้เกิดการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของชุมชนทั้งในด้านลิขสิทธิ์ลายผ้า เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตรต่าง ๆ

 

 

ทั้งนี้ นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะเลขานุการร่วมภาครัฐ และ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ  เป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัลให้กับชุมชนที่ได้รับรางวัลในการประกวดชิ้นงานผ้าขาวม้าทั้ง 4 ประเภท จำนวน  21 ชุมชนจากทั่วประเทศ  พร้อมร่วมชมแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษฝีมือของ Young Designers  ที่ออกแบบและตัดเย็บในคอนเซปต์ชุดราตรีผ้าขาวม้า  โดยมีคุณต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด  พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย ได้แก่  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ญาณวิทย์ กุญแจทอง  รองอธิการบดี ( ศิลปวัฒนธรรม ) มหาวิทยาลัยศิลปากร , คุณเพลินจันทร์ วิญญรัตน์    นักออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ  , คุณณรงค์  บุ่ยศิริรักษ์  รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน  และคุณนิติกร กรัยวิเชียร  ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน

 

 

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะเลขานุการร่วมภาครัฐ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ  กล่าวว่า “สำหรับโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย เป็นหนึ่งในหลายโครงการของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ  โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐ และคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน ส่วนผมรับหน้าที่เลขาธิการภาครัฐ ซึ่งในส่วนราชการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐในโครงการนี้ 

 

 

"ประเทศไทยผ้าขาวม้าเปรียบดังผ้าอัศจรรย์ สารพันประโยชน์ตอนเด็กใช้เป็นเปลนอน โตขึ้นมาเป็นเสื้อผ้านุ่งห่ม โพกศีรษะ บังแดดยามออกไปทำงาน ซึ่งอยู่ในวิถีชีวิตคนไทยมาตลอดทุกช่วงอายุ   ชาวบ้านใช้ผ้าขาวม้ามาตั้งแต่สมัยเชียงแสน ปรากฎหลักฐานภาพวาดอยู่ในวัดที่จังหวัดน่าน เป็นภาพคนเชียงแสนไม่ใส่เสื้อ แต่นุ่งผ้าขาวม้า ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สื่อถึงวิถีชีวิตของชุมชนมานานกว่า 700 ปี  ฉะนั้น ทางกรมการพัฒนาชุมชนกับบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรทำโครงการนี้เพื่อให้ผ้าขาวม้ากลับมาได้รับความสนใจในวงกว้าง เพราะเป็นผ้าที่ชุมชนผลิตได้ง่าย และมีชุมชนผลิตทั่วประเทศ เป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับประชาชนระดับฐานราก”อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าว

 

 

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เปิดเผยว่า “โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย เป็นความตั้งใจของทีมงานทุกคนในส่วนของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ทีมงานมีโอกาสลงพื้นที่ไปศึกษาชุมชน ได้รู้จักคนท้องถิ่นของแต่ละชุมชน และพูดคุยกันว่าอยากทำแผนพัฒนาผ้าขาวม้า เพราะเป็นสิ่งใกล้ตัวและใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน อยากสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น  เลยมานั่งคิดว่าเดิมในการทอผ้าขาวม้าไม่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในแต่ละชุมชน  เราจึงอยากให้แต่ละชุมชนมีผ้าขาวม้าที่เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เพราะทุกจังหวัดมีสีประจำจังหวัด รวมทั้งช่วยหาช่องทางในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งจะมีการเชื่อมโยงคนในชุมชนกับภาคเอกชน เชื่อมโยงกับลูกค้าได้ซึ่งจะทำให้มีโอกาสในการอุดหนุนผ้าขาวม้าในพื้นที่เขามากยิ่งขึ้น

 

 

นายฐาปน กล่าวว่าโครงการได้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่  การจัดการประกวดผ้าขาวม้าของแต่ละชุมชน ,  การจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้า เพื่อพัฒนาชุมชนที่ผลิตผ้าขาวม้าให้มีความสามารถในการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าขาวม้า   เปิดโอกาสให้แต่ละชุมชนมาเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ ในการผลิตผ้าขาวม้า  อาทิ  การทอ  การใช้สีจากธรรมชาติ  แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้ผลิตผ้าขาวม้า  รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ผลิตด้วย  นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนผ้าขาวม้าทอมือของไทยจำนวนกว่า 30 ชุด ไปสู่เวทีแฟชั่นระดับโลกบนรันเวย์งานAmazon Fashion Week  TOKYO  2017  ณ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยฝีมือการออกแบบของดีไซน์เนอร์สาวคนเก่ง คุณลินดา เจริญลาภ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า  LALALOVE  ร่วมกับคุณโอ๋-หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ  การประกวดผลงานภาพถ่ายอินสตาแกรมผ้าขาวม้า รวมทั้งการจัดประกวดชิ้นงานผ้าขาวม้า 4 ประเภท การดำเนินเรื่องเครื่องหมายการค้าให้กับชุมชนผู้ผลิต 8 ชุมชน และการออกแบบชุดราตรีผ้าขาวม้าโดยYoung Designers ในโครงการ IESA (Educational Institute Support Activity) ที่ได้มาโชว์ให้เราได้ชมในวันนี้    ซึ่งในแต่ละกิจกรรมก็ได้รับความสนใจจากชุมชนผู้ผลิต รวมทั้งชุมชนต่าง ๆ เป็นอย่างดี  ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ไกลเกินฝันในการที่ทำให้ผ้าขาวม้าแต่ละหมู่บ้านมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น   ประเทศไทยจะมีผ้าขาวม้าประจำหมู่บ้านได้อย่างแน่นอน”

 

น.ส.ต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้ดูแลโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย  เปิดเผยว่า “โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนที่ผลิตผ้าขาวม้าผ่าน 3 แนวทางหลัก คือการแปรรูปผ้าขาวม้าได้หลายรูปแบบมากขึ้น   การสร้างกระแสความสนใจในหมู่คนรุ่นใหม่ และผลักดันผ้าขาวม้าที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นให้ได้รับการรับรองลิขสิทธิ์หรือมีแบรนด์ของตนเอง โดยเราเห็นว่ามีหลายชุมชนทั่วประเทศที่สามารถผลิตผ้าขาวม้าได้ ถ้าสามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้เขา  ชุมชนทั่วประเทศก็จะได้รับประโยชน์  วันนี้โครงการฯ ได้ดำเนินงานมาครบ 1 ปี  เราได้เห็นความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯที่ตั้งไว้แต่แรก คือการพัฒนาและผลักดันการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าขาวม้าทอมือจากชุมชนทั่วประเทศ  ซึ่งจะส่งผลให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนนั่นเอง  ดังจะเห็นได้จากการจัดแสดงในบูธของโครงการฯ  ที่มีลายผ้าใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากความร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน  ที่ตั้งใจช่วยกันสร้างอัตลักษณ์ผ้าขาวม้าทอมือของชุมชนตัวเอง   มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขาวม้าที่หลากหลายที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าขาวม้าทอมือ นอกจากนี้ยังมีการผลักดันให้เกิดความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของชุมชนอีกด้วย
 



ที่มา : http://www.banmuang.co.th/news/economy/88543

Image Gallery

Share this Post:
View article: 853