รายงานความคืบหน้าจีเอสพีสินค้ากระเป๋าและเครื่องเดินทาง

Keyword:     usa  กฎระเบียบ  กฎระเบียบเครื่องหนัง  กระเป๋า  อุตสาหกรรม  เครื่องหนังและรองเท้า  เครื่องเดินทาง 

รายงานความคืบหน้าจีเอสพีสินค้ากระเป๋าและเครื่องเดินทาง

 

ความเป็นมา

โครงการจีเอสพีภายใต้รัฐบาลยุคประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้ากระเป๋าและเครื่องเดินทางให้เฉพาะประเทศจีเอสพีกลุ่มด้อยพัฒนาหรือยากจน เช่น กัมพูชา พม่า บังคลาเทศ และกลุ่มประเทศอัฟริกา ที่ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ หรือ AGOA แต่ไม่ครอบคลุมประเทศจีเอสพีในกลุ่มกำลังพัฒนา เช่น ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ปากีสถาน หรือ ศรีลังกา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้ากลุ่มนี้ที่สำคัญ นอกเหนือไปจากจีน

สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ดำเนินการพิจารณาทบทวนการขยายสิทธิพิเศษ GSP ให้ครอบคลุมทุกประเทศตามการเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา และสำนักผู้แทนการค้าฯ จะต้องแจ้งผลการพิจารณาในเดือนมกราคม 2560 แต่นายไมเคิ้ล โฟรแมน ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เปลี่ยนใจไม่แจ้งผลและผลักดันให้เป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์

 

สถานการณ์

ในช่วงเดือนมีนาคม 2560 กลุ่มพันธมิตรสมาคมสินค้าต่าง ๆ กว่า 12 แห่งในสหรัฐฯ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์พิจารณาการยกเว้นภาษีนำเข้ากลุ่มกระเป๋าและเครื่องเดินทางและรายการเดินทางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมสินค้า จำนวน 28 รายการ ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่มีการผลิตในสหรัฐฯ ให้แก่แหล่งผลิตจีเอสพีทุกประเทศ ไม่มีการยกเว้น โดยอ้างเหตุผลว่า ผลประโยชน์ที่ได้รับจากกลุ่มประเทศจีเอสพีด้อยพัฒนาไม่เพียงพอที่จะให้ผลประโยชน์แก่ผู้นำเข้าในสหรัฐฯ

กลุ่มพันธมิตรให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า หากการยกเว้นภาษีครอบคลุมจีเอสพีทุกประเทศ จะส่งผลต่การเพิ่มการจ้างงานในสหรัฐฯ และรวมไปถึงการจ้างงานที่เกี่ยวโยงกับการนำเข้าสินค้า การยกเว้นภาษีจะช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมกระเป๋าและเครื่องเดินทางประหยัดเงินไม่ต้องชำระภาษีนำเข้าไม่ต่ำกว่าวันละ 200,000 เหรียญสหรัฐฯ อีกทั้งยังประโยชน์ไปยังผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าในราคาย่อมเยาว์หากสินค้าปลอดภาษีนำเข้า

กลุ่มพันธมิตรเสริมว่า สินค้ากระเป๋าและเครื่องเดินทางจากประเทศจีนเอสพีกลุ่มกำลังพัฒนาต้องชำระภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 3.0-20.0 และสินค้านำเข้าจีนชำระภาษีอัตราเดียวกันนี้ การยกเว้นภาษีนำเข้าให้แก่กลุ่มประเทศจีเอสพีทั้งหมด จะเป็นการสร้างข้อได้เปรียบและเพิ่มสถานะการแข่งขันให้แก่กลุ่มประเทศจีเอสพี และจะส่งผลกระทบให้สหรัฐฯ ลดการนำเข้าสินค้ากระเป๋าและเครื่องเดินทางจากจีน หรือเป็นการผลักดันการโยกย้ายฐานและการพึ่งพานำเข้าออกจากจีนและกระจายไปสู่แหล่งนำเข้าอื่น ๆ

 

การนำเข้าสินค้า

สหรัฐฯ นำเข้าสินค้ากระเป๋าและเครื่องเดินทางในปี 2559 เป็นมูลค่า 10,725.83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงไปจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 6.64 แยกเป็นการนำเข้ากลุ่มสินค้าที่เสียภาษีอากรนำเข้าประมาณ 6,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของการนำเข้าทั้งหมด และสินค้านำเข้าไม่เสียภาษีอากรนำเข้าอีกประมาณ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือร้อยละ 37

จีนยังคงครองอับดับหนึ่งโดยเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญที่สุดของสหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 60 ของการนำเข้าทั้งหมดของสหรัฐฯ แต่การนำเข้าของสหรัฐฯ เริ่มลดลงในปี 2559 ถึงร้อยละ 12 และสหรัฐฯ หันไปเพิ่มการนำเข้าจากแหล่งผลิต 2 กลุ่ม คือ กลุ่มประเทศต้นทุนผลิตต่ำซึ่งสินค้าไม่ได้จีเอสพี เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ และการนำเข้าจากกลุ่มนี้ขยายตัวร้อยละ 21 และกลุ่มประเทศด้อยพัฒนาซึ่งสินค้าได้จีเอสพี เช่น ลาว กัมพูชา พม่า บังคลาเทศ ปากีสถาน ขยายตัวร้อยละ 50

ในปี 2559 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้ากระเป๋าและเครื่องเดินทางจากไทยรวมเป็นมูลค่า 86.55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 20.75 จากปีก่อน โดยแยกเป็นสินค้าสำคัญที่เสียภาษีนำเข้า 57.08 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงไปจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 12.94

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีโรงงานผลิตกระเป๋าและเครื่องเดินทาง (Made in USA Travel Goods) หลายราย เช่น กลุ่มกระเป๋าเดินทาง ได้แก่ York Luggage, Zero Hilliburton, InUSA Mfg. และ Revo Luna กลุ่มกระเป๋ากีฬา ได้แก่ TOPO Designs, Tom Bihn และ Duluth Pack เป็นต้น ดังนั้น การยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้ากระเป๋าและเครื่องเดินทางให้แก่กลุ่มประเทศจีเอสพีทั้งหมด อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้ผลิตสินค้าเครื่องเดินทางในสหรัฐฯ ซึ่งจะขัดกับนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ในด้านการส่งเสริมการผลิตและเพิ่มการจ้างงานเพื่อสร้างประเทศให้เข้มแข็ง จึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการพิจารณายกเว้นเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากระเป๋าและเครื่องเดินทางให้แก่ประเทศจีเอสพีทั้งหมด

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก

 

Share this Post:
View article: 133