สหรัฐอเมริกา...จะกลับมาเป็นฐานการผลิตรองเท้าที่สำคัญอีกครั้ง

Keyword:     speedfactory  usa  การผลิต  ภาวะเครื่องหนัง  อุตสาหกรรม  เครื่องหนังรองเท้า 

สหรัฐอเมริกา...จะกลับมาเป็นฐานการผลิตรองเท้าที่สำคัญอีกครั้ง

 

“นักลงทุนต่าง ๆ ให้ความสนใจที่จะใช้สหรัฐอเมริกาเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสหกรรมอีกครั้ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าในหมวดเครื่องประกอบการแต่งกาย”

 

โดยหนึ่งในองค์ประกอบหลักของเครื่องแต่งกายที่ผู้บริโภค ณ ตอนนี้ให้ความสำคัญและได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง นั้นคือ รองเท้า  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “รองเท้าผ้าใบ หรือ Sneakers” ชี้วัดได้จากปริมาณการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ  ในขณะเดียวกันรองเท้าผ้าใบที่วางจำหน่ายอยู่ในประเทศสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด เนื่องจากกระบวนการผลิตรองเท้ายังคงต้องพึ่งพาแรงงานคน (labor-intensive) เป็นหลัก ดังนั้น จึงส่งผลให้ค่าจ้างแรงงาน (ช่างทำรองเท้า) ในสหรัฐฯ มีอัตราค่าจ้างแรงงานที่ค่อนข้างสูง แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบทางตรงต่อภาพรวมต้นทุนการผลิตในสินค้าดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานการผลิตสินค้าในหมวดเครื่องนุ่งห่มของสหรัฐฯ ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยได้รับอิทธิพลจากกระแสของสินค้าในกลุ่ม fast fashion ดังนั้น แบรนด์อย่าง Nike และ Adidas จึงกำลังมองหากลยุทธ์วิธีการเพื่อที่จะผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาสามารถวางจำหน่ยและเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว มากกว่าที่จะการพึ่งพาโดยใช้เอเชียเป็นฐานการผลิตเหมือนในอดีต

 

ซึ่งวิธีการหนึ่งคือ การเร่งผลักดันให้สหรัฐฯ กลับมาเป็นฐานการผลิตหลัก โดยอาศัยทำเลที่ตั้งในประเทศที่เอื้ออำนวยและเหมาะสม ในการลดค่าใช้จ่ายภาพรวมสำหรับการผลิต แต่เนื่องจากต้นทุนในเรื่องของค่าจ้างแรงงานยังถือเป็นปัจจัยหลัก กอปรกับความเป็นจริงแล้วพบว่า อุตสาหกรรมรองเท้าได้ย้ายฐานการผลิตกลับเข้ามาในประเทศสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในกระบวนการผลิตจริงในโรงงานยังไม่สามารถขยายการรองรับเพื่อเป็นฐานการผลิตแทนเอเชียได้

 

ดังนั้น Adidas จึงเร่งสร้างโรงงานเพื่อผลักดันใช้เป็นแหล่งผลิตรองเท้าโดยใช้หุ่นยนต์ความเร็วสูง หรือ “SPEEDFACTORY” โดยโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่แอตแลนตา ซึ่งจะสามารถผลิตรองเท้าได้ 50,000 คู่ภายในปี 2017 ทั้งนี้ คาดว่าหากโรงงานดังกล่าสามารถเดินกำลังการผลิตอย่างเต็มที่ (Full Capacity) จะสามารถผลิตรองเท้าได้ถึงปีละ 500,000 คู่:ปี

 

999.jpg

หุ่นยนต์ความเร็วสูของ Adidas ชื่อว่า “SPEEDFACTORY”

 

ทั้งนี้ Mr.Matt Powell นักวิเคราะห์ของ NDP (The NPD Group, Inc.) แสดงความคิดเห็นกับ Bloomberg ในประเด็นดังกล่าวว่า “ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้ผลิตรองเท้าในสหรัฐฯ จะสามารถผลิตสินค้าดังกล่าวได้ในเชิงพาณิชย์ได้ ณ เวลานี้”

 

เนื่องจากในปัจจุบันโรงงานที่ยังคงเปิดดำเนินกิจการอยู่ สามารถจ้างแรงงานในกระบวนการผลิตสูงสุดได้เพียง 160 คน ซึ่งสามารถบ่งชี้ได้ว่าภาคการผลิตที่แท้จริงไม่ได้ขยายตัวเพื่อรองรับการเป็นฐานผลิตสินค้าดังกล่าว

 

และรวมถึง Mr. Michael Raphael ผู้ก่อตั้ง Under Armour-affiliated 3D-services company Direct Dimensions แสดงความคิดเห็นกับ Bloomberg ว่า “นอกเหนือจากกระบวนการผลิตสินค้าในโรงงานแล้ว กระบวนการจัดจำหน่าย การขาย การตลาด และการค้าปลีก รวมถึงการส่งมอบสินค้าเพื่อให้ถึงมือลูกค้า ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นผลผลิตที่สำคัญทั้งภาคผู้ผลิตและตลอดห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม”

 

สำหรับบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ (โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่ม fast fashion และสินค้าหรูหรา) นักวิเคราะห์ต่างเชื่อมั่นว่า การบริหารงานโดยนำผู้คนปัจจุบันของสหรัฐฯ จะเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญยิ่งต่อภาคการผลิตโดยเฉพาะอุตสาหกรรมรองเท้า ในการที่จะนำเอาเทคโนโลยีระบบปฏิบัติการอัตโนมัติมาใช้ทดแทนแรงงานคนในกระบวนการผลิต 100% พร้อมคาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาอันใกล้อย่างแน่นอน

 

ที่มา : Business Insider

 

Share this Post:
View article: 235