โอกาสทางการตลาดเสื้อผ้าเด็กในฮังการี

Keyword:     marketing  ภาวะสิ่งทอ  ฮังการี  เสื้อผ้าเด็ก 

โอกาสทางการตลาดเสื้อผ้าเด็กในฮังการี

ภาพรวมตลาดเสื้อผ้าเด็กในฮังการีและในยุโรปกลาง จะจัดกลุ่มตามช่วงอายุตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึง 14 ปี หรือที่ขนาดตั้งแต่ 56-176 size โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่ เด็กทารก (แรกเกิด-2 ปี) เด็กเล็ก (2-8 ปี) และเด็กโต (8-14 ปี) โดยส่วนสูงและอายุของเด็กจะถูกนำมาใช้ในการกำหนดขนาดเสื้อผ้า ขนาดเสื้อผ้าเด็กในยุโรปจะใกล้เคียงกัน จะแตกต่างกันบ้างระหว่างทางยุโรปเหนือและยุโรปใต้ ซึ่งประเทศทางยุโรปใต้จะมีขนาดเล็กกว่า เสื้อผ้าเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสองปีขนาดของเสื้อผ้าจะแบ่งตามยุตามช่วงเดือน เช่น 12-18 เดือน (ช่วงอายุ 1-1 ขวบครึ่ง) เป็นต้น

การจัดกลุ่มตลาดเสื้อผ้าเด็ก

111.jpg

ขนาดเสื้อผ้ามาตรฐานยุโรป

222.jpg

สถานการณ์ตลาด

ปริมาณการค้าปลีกเสื้อผ้าเด็กในฮังการียังคงหยุดนิ่ง เนื่องจากมีการแข่งขันในส่วนของเสื้อผ้ามือสองและสินค้าตราของผู้จำหน่าย (Private label/House brand) อย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเสื้อผ้ากลุ่มเด็กแรกเกิดถึง 2 ปี มีการเติบโตสูงสุดที่ร้อยละ 3 นอกจากนี้เทสโก้ยังคงเป็นผู้นำตลาด มีสัดส่วนร้อยละ 30 ของตลาดเสื้อผ้าเด็กโดยรวม

แม้ว่าอัตราการเกิดในฮังการีจะเพิ่มขึ้นแต่ยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราค่อนข้างต่ำ ผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทำให้จำนวนครอบครัวชนชั้นกลางลดลงและคนรุ่นใหม่เลือกที่จะมีบุตรเพียง 1-2 คนเป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับผลิตภัณฑ์สำหรับทารกและเด็กวัยหัดเดินสามารถใช้ได้ในช่วงเวลาอันสั้นเพียง 3-4 เดือน ผู้บริโภคส่วนมากที่มีรายได้ปานกลาง-ต่ำ จึงไม่นิยมซื้อของใหม่ มักซื้อเสื้อผ้ามือสองหรือได้รับเสื้อผ้าต่อมาจากญาติหรือเพื่อน ๆ

คุณภาพและวัตถุดิบของสินค้า

222.jpg

เนื่องจากการทำความสะอาดเสื้อผ้าของเด็ก จำเป็นต้องใช้น้ำอุณหภูมิค่อนข้างสูงเพื่อชำระคราบสกปรก เสื้อผ้าเด็กที่จำหน่ายในฮังการีและยุโรปกลาง ส่วนใหญ่จึงผลิตจากผ้าฝ้าย เพราะมีคุณสมบัติไม่หดตัวมากนักเมื่อซักในน้ำร้อน หรือสีไม่ซีดจาง นอกจากนี้ผู้บริโภครู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ ผ้าฝ้ายอินทรีย์ Biological cotton จึงเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับเสื้อผ้าเด็กในฮังการรี/ยุโรปกลาง เนื่องจากปราศจากสารเคมีจากสีย้อมผ้าและการตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืช ผ้าฝ้ายอินทรีย์มีคุณภาพสูงกว่าผ้าฝ้ายธรรมดาและให้สัมผัสที่นุ่มสบายกว่า จึงเป็นทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อสุขภาพและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญสำหรับความสำเร็จของผ้าฝ้ายอินทรีย์คือ การป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้

การออกแบบสินค้า

วัยแรกเกิด-2 ปี : คนฮังการีให้ความสำคัญกับสีของเสื้อผ้า เพื่อแยกแยะเพศโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กแรกเกิด - 2 ปี สีฟ้าจะหมายถึงผู้ชาย และสีชมพูสำหรับเด็กผู้หญิง การเลือกซื้อเสื้อผ้าในกลุ่มนี้จึงเจาะจงสีค่อนข้างชัดเจน การออกแบบเน้นสีอ่อนและลวดลายน่ารัก เสื้อผ้าแบบชิ้นเดียวที่ง่ายต่อการสวมใส่เป็นที่นิยมสูงในกลุ่มของทารก การออกแบบควรหลีกเลี่ยงสายห้อยหรือริบบิ้นที่ระโยงระยาง ซึ่งอาจเกิดอันตรายกับเด็กได้

333.jpg444.jpg

เด็กเล็ก 2-8 ปี : การออกแบบนิยมใช้สีสดใส ลวดลายการ์ตูนที่เป็นที่ชื่นชอบและได้รับความนิยมของเด็ก ๆ ในขณะนั้น หรือการใช้ลวดลายรูปสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งนอกจากสัตว์เลี้ยงทั่วไปแล้ว เด็กผู้หญิงจะชื่นชอบม้าหรือโพนี่เป็นพิเศษ เป็นที่น่าสังเกตว่าเด็ก ๆ ในฮังการีและยุโรปกลางส่วนใหญ่จะรู้จักและได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนหรือภาพยนต์จากอเมริกา ในขณะที่เด็กไทยได้รับอิทธิพลจากการ์ตูนญี่ปุ่น และสำหรับเด็กโต คือ 8-14 ปี การออกแบบจะใช้สีเข้มและลวดลายเรียบ ๆ เริ่มตามแฟชั่นคล้ายเสื้อผ้าของผู้ใหญ่

กฎระเบียบ/เงื่อนไข

  1. การติดฉลากและบรรจุภัณฑ์ (Labelling and packaging) ซึ่งจะต้องระบุข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสินค้า เช่น

  • เครื่องหมายสัญลักษณ์ในการดูแลรักษา (care symbols)

  • องค์ประกอบ : ปริมาณเส้นใย หรือเปอร์เซ็นต์ของเส้นใยที่ใช้ (composition)

  • ขนาด (Size)

  • ประเทศผู้ผลิต (Made in)

  1. ข้อมูลบนฉลากสินค้าควรมีภาษาท้องถิ่นและหลายภาษาให้เลือก

  2. ข้อความหรือสัญลักษณ์แนะนำวิธีการดูแลรักษาหรือทำความสะอาด

กลุ่มผู้บริโภค พฤติกรรม และปัจจัยในการตัดสินใจซื้อสินค้า

กลุ่มผู้บริโภคแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักตามรายได้คือ กลุ่มผู้มีรายได้สูง กลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำ กลุ่มรายได้ปานกลาง-ต่ำ จะซื้อเสื้อผ้ามือสองหรือเสื้อผ้าราคาถูกจากประเทศจีนและเวียดนาม กลุ่มที่มีรายได้ปานกลางจะเลือกซื้อจากร้านค้าท้องถิ่น ร้านเสื้อผ้าต่างประเทศหรือจากไฮเปอร์ (private label) ส่วนกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้สูงจะเลือกซื้อแบรนด์ต่างประเทศราคาแพง

333.jpg

ในขณะที่ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อสินค้า ประกอบด้วย ความนุ่มสบาย (Comfort), ควาปลอดภัย (Safety) วัสดุที่ใช้สำหรับเสื้อผ้าเด็กควรเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติและปราศจากสารเคมี และสุดท้ายความสะดวก (Convenience) สามารถทำความสะอาดและขจัดคราบสกปรกได้ง่าย

สภาวะการแข่งขัน

ตลาดเสื้อเด็กทารก-2 ปี : คู่แข่งในกลุ่มนี้มีไม่มากนัก สินค้าแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักได้แก่ Brendon เป็นแบรนด์มีชื่อเสียงมากที่สุดและเป็นผู้นำตลาดในฮังการี สินค้ามีความหลากหลายด้านราคา และเจาะกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ C+ ถึง A คู่แข่งรายสำคัญของ Brendon คือ สินค้าแบรนด์ Mamas and Papas ซึ่งมีราคาสินค้าแพงกว่าและวางจำหน่ายสินค้าทางหน้าร้านและออนไลน์ จำนวนร้านค้าปลีกของ Mamas and Papas ยังมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับ Brendon ส่วนกลุ่มลูกค้าที่รายได้อยู่ในกลุ่ม B-C มักซื้อสินค้าจากร้านขายปลีกท้องถิ่นซึ่งสั่งซื้อสินค้าจากผู้ค้าส่งหรือผู้นำเข้าในประเทศ นอกจากนี้ยังนิยมสินค้า Private label ของไฮเปอร์มาร์เก็ตและเสื้อผ้าแบรนด์ต่างประเทศชั้นนำบางราย

ตลาดเสื้อผ้าเด็กเล็ก 2-8 ปี และ 8-14 ปี : การแข่งขันจะอยู่ระหว่างร้านค้าปลีกเสื้อผ้าท้องถิ่นไฮเปอร์มาร์เก็ต (private label) และร้านเสื้อผ้าแบรนด์ข้ามชาติต่าง ๆ เช่น ZARA, H&M, C&A, Takko เป็นต้น ผู้ผลิตสินค้าเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้วยการขยายผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น สินค้า private label ได้รับนิยมมากขึ้นในกลุ่มนี้ เนื่องจากนำเสนอสินค้าคุณภาพที่คุ้มค่าราคา ไม่แพงเมื่อเทียบกับสินค้าเสื้อผ้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ

การนำเข้าและแนวโน้มตลาด

สินค้ากว่าร้อยละ 96 เป็นการนำเข้าจากสหภาพยุโรป ผู้ผลิตสินค้าจากจีนมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 3 ในขณะที่ภาษีนำเข้า (Import duty) ร้อยละ 12 (MFN) และภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 27 สถิติการนำเข้าของสหภาพยุโรปไม่มีการแยกประเภทสินค้า สถิติการนำเข้าเครื่องแต่งกายเด็กจึงรวมอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่

สำหรับแนวโน้มตลาด พบว่า ลูกค้าฮังการีและยุโรปกลาง ใส่ใจและต้องการสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น ชี้วัดได้จากสินค้าซึ่งจับกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึง High-end (รวมทั้งเสื้อผ้าเด็ก) มียอดขายเพิ่มมากขึ้น บทบาทของไฮเปอร์มาร์เก็ตและสินค้า private labels กำลังเพิ่มความสำคัญในกลุ่มผู้บริโภครายได้ระดับกลาง ในขณะที่เสื้อผ้าผลิตจากวัตถุดิบออร์แกนิคกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ปกครองที่มีกำลังซื้อ เสื้อผ้าแบรนด์หรูทุกรายแตกไลน์สินค้าสำหรับเด็ก และออกแบบคอลเลคชั่นใกล้เคียงกับของผู้ใหญ่ที่เรียกว่า “mini-me” สำหรับกลุ่มลูกค้าตั้งแต่ C-B+ นั้นจะมีแบรนด์สินค้ารายใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ คุณภาพและความสบายในการสวมใส่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค อาทิ เสื้อผ้าที่ใช้ในโอกาสพิเศษมีความต้องการสูงเช่นกัน เช่น วันเปิดภาคเรียนหรืองานพิธีการที่นักเรียนจำเป็นต้องแต่งตัวสุภาพ เด็กผู้หญิงจะใส่เสื้อสีขาวและกระโปรงสีดำ ส่วนเด็กผู้ชายจะใส่เสื้อสีขาวและกางเกงสีดำ

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงบูดาเปสต์

 

Share this Post:
View article: 273