EU ประกาศหลักเกณฑ์ในการขอฉลาก Ecolabel สำหรับผลิตภัณฑ์รองเท้า

Keyword:    

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 EU ได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ทางนิเวศวิทยาในการขอฉลาก Ecolabel สำหรับผลิตภัณฑ์รองเท้า (COMMISSION DECISION (EU) 2016/1349) และให้ใช้เลขรหัส 017 สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ทางนิเวศวิทยา รวมทั้งการประเมินที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดในการตรวจพิสูจน์จะมีผล 6 ปีนับตั้งแต่วันที่ Decision ฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการที่ขอฉลาก Ecolabel สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ภายใต้หลักเกณฑ์เดิม (Decision 2009/563/EC) ยังสามารถใช้ต่อไปได้อีก 12 เดือนนับจากวันที่ Decision ฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ โดยหลักเกณฑ์การขอ Ecolabel สำหรับผลิตภัณฑ์รองเท้า ฉบับใหม่ประกอบด้วย

1. วัสดุประเภทหนังสัตว์ ฝ้าย ไม้และไม้ก๊อก เส้นใยเซลลูโลสประดิษฐ์ (man-made cellulose fibres) และพลาสติก : มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้วัสดุที่เป็นองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ ดังนี้

- หนัง/หนังดิบ : ห้ามใช้สัตว์ที่เลี้ยงเพื่ออุตสาหกรรมหนังโดยเฉพาะ และห้ามใช้หนังสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธ์ตาม Red List ของ International Union for Conservation of Nature (IUCN)

- เส้นใยฝ้าย และเส้นใยเซลลูโลสธรรมชาติจากเมล็ดอื่นๆ ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ : ต้องมีสัดส่วนของฝ้ายอินทรีย์ (organic cotton) หรือฝ้าย IPM ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยการขอรับรองมาตรฐานอินทรีย์ ต้องใช้เส้นใยฝ้ายอินทรีย์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 และห้ามใช้เส้นใยฝ้าย GMO ขณะที่ฝ้าย IPM ต้องได้รับมาตรฐาน IPM หรือตามระบบการผลิตพืชอินทรีย์ (Integrated Crop Management – ICM)

- วัสดุไม้ และไม้ก๊อก : ต้องได้การรับรองทางป่าไม้ เช่น จากองค์กร Forest Stewardship Council  (FSC) โปรแกรม Programme for the Endorsement of Forest Certification (PEFC) หรือมาตรฐานอื่นๆ ที่เทียบเท่า และห้ามใช้วัสดุ GMO

- เส้นใยเซลลูโลสประดิษฐ์ รวมถึงเส้นใยประเภท viscose, modal และ lyocell : สัดส่วนของเยื่อไม้ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ (non-recycled pulp fibres) ต้องได้มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนของ UN FAO และมีสัดส่วนอย่างน้อยร้อยละ 25 ของเยื่อไม้ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ผู้ผลิตต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบควบคุมการค้าไม้ Regulation (EU) No 995/2010 ซึ่งบังคับให้ผู้ประกอบการต้องได้รับใบอนุญาตการค้าไม้ FLEGT (EU Forest Law Enforcement, Governance and Trade), CITES (UN Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) หรือจากหน่วยงานอื่นๆ ที่มีมาตรฐานเทียบเท่า

- พลาสติก : ห้ามใช้พลาสติก PVC เป็นองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์

2. ปริมาณการใช้น้ำและข้อจำกัดในการฟอกหนัง : มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณการใช้น้ำในกระบวนการฟอกสีหนัง/หนังดิบแต่ละประเภท และข้อห้ามในการใช้สารโครเมียมในการฟอกหนังเพื่อรักษาสภาพหนังดิบสำหรับผลิตภัณฑ์รองเท้าเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี

3. ปริมาณการปล่อยมลพิษลงน้ำจากการผลิตเครื่องหนัง ผ้า และยาง : มีข้อกำหนดปริมาณ Chemical Oxygen Demand (COD) ในกระบวนการฟอกหนัง กระบวนการตกแต่งสำเร็จ (textile finishing process) กระบวนการผลิตยางธรรมชาติ (natural rubber) และยางสังเคราะห์ (synthetic rubber) รวมไปถึงข้อกำหนดปริมาณโครเมียมจากน้ำทิ้งของโรงงานฟอกหนัง

4. ปริมาณการปล่อยสาร Volatile Organic Compound (VOC) : มีข้อกำหนดปริมาณการปล่อยสาร VOC ในการผลิตผลิตภัณฑ์รองเท้าขั้นสุดท้าย โดยกำหนดให้ไม่เกิน 18 กรัมต่อคู่

5. สารอันตรายในผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบรองเท้า : ห้ามใช้สารอันตรายที่อยู่ใน candidate list ภายใต้กลุ่มสาร Substances of Very High Concern (SVHCs) ตามกฎระเบียบ REACH Regulation และกลุ่มสารเคมีอันตรายตามกฎระเบียบ CLP Regulation

6. รายชื่อ Restricted Substances List : มีข้อกำหนดปริมาณการใช้สารเคมีและรายชื่อสารเคมีที่ห้ามใช้ในกระบวนการการผลิต (เช่น การย้อมสีผ้า) สารเคมีที่ใช้ในกระบวนการการผลิต (เช่น สาร Auxiliaries) วัสดุเนื้อเดียวกัน (เช่น ยางธรรมชาติ หรือยางสังเคราะห์) ตามที่กำหนดใน Decision ฉบับนี้

7. ความทนทานของผลิตภัณฑ์ : มีข้อกำหนดให้ผลิตภัณฑ์จะต้องประทับตรา CE รับรองมาตรฐานความทนทานของผลิตภัณฑ์ตามช้อบังคับ Directive 89/686/EEC

8. ความรับผิดชอบต่อสังคมด้านแรงงาน : โรงงานผลิตประกอบรองเท้า (assembly site) ต้องได้รับรองมาตรฐานแรงงานขั้นพื้นฐานของ ILO และข้อบทเพิ่มเติม ประกอบด้วย แรงงานเด็ก แรงงานบังคับและการเกณฑ์แรงงาน (Forced and Compulsory Labour) เสรีภาพในการชุมนุมและสิทธิการเจรจาต่อรองร่วมกัน การเลือกปฏิบัติ เวลาการทำงาน ค่าตอบแทน และสุขภาพและความปลอดภัย

9. บรรจุภัณฑ์ : บรรจุภัณฑ์ชั้นในหรือบรรจุภัณฑ์ปฐมภูมิ (primary packaging) ที่เป็นบรรุจภัณฑ์ที่ติดกับผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขข้อบังคับ Directive 94/62/EC เกี่ยวกับการนำบรรจุภัณฑ์และของเสียที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์มารีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่

10. การระบุข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ : มีข้อกำหนดให้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการทำความสะอาดและดูแลรักษา การระบุข้อความ “Repair your footwear rather than throw it away. This is less damaging to the environment.” และ “Please dispose of your footwear in the appropriate local collection point.” รวมไปถึงข้อมูลที่ต้องระบุบนฉลาก Ecolabel อย่างน้อย 3 ข้อความ ดังต่อไปนี้

         – “Natural origin raw materials sustainably managed”

         – “Reduced pollution in production processes”

         – “Minimised use of hazardous substances”

         – “Tested for durability”

         – “xx % organic cotton used”

ท่านผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขอฉลาก Ecolabel สำหรับผลิตภัณฑ์รองเท้าเพิ่มเติม ได้ที่ http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/HTML/?uri=CELEX:32016D1349&from=EN

 


ที่มา : ไทยยุโรปดอทเน็ต Post on 30 ส.ค. 2559

 

 

Share this Post:
View article: 797