สปอร์ตแฟชั่นสะเทือน ! เทรนด์ใหม่ "ยีน" โดนใจสาวมะกัน

Keyword:     fashion  sport  trend  แฟชั่นเครื่องนุ่งห่ม 

สปอร์ตแฟชั่นสะเทือน ! เทรนด์ใหม่ "ยีน" โดนใจสาวมะกัน

เทรนด์แอ็กทีฟแวร์หรือความนิยมการแต่งตัวด้วยชุดกีฬา-ชุดออกกำลังกายอย่างเสื้อวอร์ม กางเกงโยคะ รองเท้าวิ่งนั้นเป็นเทรนด์ที่แรงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนภาพที่ผู้คนใส่ชุดกีฬาเดินช็อปปิ้งในห้างกลายเป็นภาพชินตา

 

โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาซึ่งแฟชั่นนี้มีมูลค่าถึง4.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตถึง 16% สูงกว่าตลาดรวมที่โตเพียง 2% ส่วนในประเทศไทยเองก็เริ่มเห็นเทรนด์นี้ในหลายพื้นที่ เช่นเดียวกับร้านสินค้ากีฬาที่ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ด

 

 

แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าแม้แต่เทรนด์นี้จะหนีไม่พ้นวัฏจักรของวงการแฟชั่นเมื่อเริ่มมีสัญญาณชี้ว่าในสายตาสาวๆ ชาวอเมริกันการแต่งชุดกีฬานั้นเริ่มจะเอาต์แล้ว พร้อมกับการหันไปหาผ้ายีนอีกครั้ง

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ความนิยมแฟชั่นแอ็กทีฟแวร์ในตลาดอเมริกาเริ่มลดต่ำลง โดยมีสัญญาณบ่งชี้หลายประการ เช่น แนวโน้มราคาสินค้าเฉลี่ยที่ลดลงถึง 9% ตั้งแต่ไตรมาสแรก

 

และผลสำรวจของ "ไพเพอร์ เจฟฟรี" (Piper Jaffray) บริษัท วาณิชธนกิจระดับนานาชาติ ซึ่งระบุว่าผู้บริโภคหญิงชาวอเมริกันระดับกลางถึงบนหรือมีรายได้ 1.09 แสนเหรียญสหรัฐต่อปี เริ่มหันกลับมานิยมผ้ายีนอีกครั้ง ด้วยสัดส่วนความนิยม 19.5% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 14.1% เมื่อฤดูใบไม้ผลิและ 13.8% ในปีที่แล้ว ส่วนแอ็กทีฟแวร์มีสัดส่วน 15%

 

 

"แรนดอน โคนิค" นักวิเคราะห์ของไพเพอร์ เจฟฟรี อธิบายเรื่องนี้ว่า ผู้บริโภคอเมริกันค้นหายีนบนกูเกิลมากขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกับคำว่า กางเกงโยคะ ที่ลดน้อยลง เช่นเดียวกับการเติบโตของยอดขายสินค้าแอ็กทีฟแวร์ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องจากเฉลี่ย 7% ในช่วง 2-3 ปีก่อนมาเป็น 4-5% ในปี 2558 ที่ผ่านมา และปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 4-5% เช่นเดียวกัน

 

"เชื่อว่าตลาดแอ็กทีฟแวร์นั้นเลยจุดพีกมาแล้วและเริ่มเข้าสู่จุดทรงตัวหลังจากนี้การเติบโตจึงไม่หวือหวา"

 

สอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าว"บลูมเบิร์ก"ที่ระบุว่า ตลาดแอ็กทีฟแวร์นั้นกำลังอยู่ในสภาพหดตัวเพราะโครงสร้างราคา ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีร้านค้าปลีก อาทิ วอล-มาร์ตและทาร์เก็ต รวมถึงฟาสต์แฟชั่นอย่าง ฟอเรฟเวอร์ 21 หรือเอชแอนด์เอ็มต่างปล่อยไลน์อัพแอ็กทีฟแวร์ของตนเองออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมทำตลาดด้วยกลยุทธ์ราคา ส่งผลให้ราคาสินค้าโดยรวมลดลงถึง 9% ตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้

 

อย่างไรก็ตามยังมีหลายความเห็นมองว่าปรากฏการณ์นี้ เป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงของดีมานด์ในกลุ่มแอ็กทีฟแวร์เท่านั้น "แมต โพเวล" รองประธาน และนักวิเคราะห์สินค้ากีฬาของบริษัทวิจัยเดอะ เอ็นพีดี กรุ๊ป กล่าวว่า ผู้บริโภคเริ่มต้องการแอ็กทีฟแวร์ที่มีความเป็นแฟชั่นมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากยอดขายแอ็กทีฟแวร์แบบที่สามารถใส่ไปทำงานหรือกิจกรรมอื่น ๆ ได้เติบโตขึ้น ในขณะที่มีเพียง 1 ใน 3 ของผู้ซื้อแอ็กทีฟแวร์ที่นำไปใส่ออกกำลังกายจริง ๆ

 

ส่วนเทรนด์แฟชั่นอื่น ๆ ที่มาแรงนั้นบริษัทวิจัยกันตา เวิร์ลพาแนล วิเคราะห์ว่า กลุ่มเสื้อผ้าเด็กที่ดีไซน์ตามแบบเสื้อผ้าผู้ใหญ่ เช่น ยีนส์ขาเดฟ หรือแจ็กเกตหนัง ตามเทรนด์ "มินิ มี" (Mini Me) ซึ่งได้รับความนิยมจากบรรดาพ่อแม่รุ่นใหม่ ช่วยให้สินค้าเสื้อผ้าเด็กเติบโต 0.7% เช่นเดียวกับเทรนด์นิยมแฟชั่นยุค 90 ของกลุ่มมิลเลียนเนียนหรือผู้บริโภคอายุน้อยกว่า 25 ปี ช่วยให้แบรนด์อย่าง คาลวิน ไคลน์ เป็นที่นิยมจนเม็ดเงินจากกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นถึง 62%

 

นอกจากนี้เสื้อผ้าสำหรับสาวอวบหรือแฟชั่นพลัสไซต์ เป็นอีกกลุ่มที่มาแรงต่อเนื่องตลอดปี จนสามารถเห็นนางแบบพลัสไซต์ได้ในเกือบทุกงานแฟชั่นโชว์ โดยในประเทศอังกฤษตลาดเสื้อผ้าพลัสไซต์มีมูลค่ากว่า 6.6 พันล้านปอนด์ เนื่องจากครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคหญิงใส่เสื้อผ้าขนาดเอว 31 นิ้วขึ้นไป ส่งผลให้ยอดขายเสื้อผ้าขนาดเอว 38 นิ้วขึ้นไปเติบโต 2.8% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันในขณะที่เสื้อผ้าขนาดเอว 26 นิ้วลดลง 5.5%

 

ด้วยความเคลื่อนไหวเหล่านี้ตั้งแต่ช่วงท้ายปีการแข่งขันในวงการแฟชั่นโลกคงจะดุเดือดยิ่งขึ้นไปอีก

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์_www.facebook.com/PrachachatOnline (คอลัมมน์ Market Move)

 

Share this Post:
View article: 558