เขตศก.พิเศษแบบคลัสเตอร์ เร่งปั้นอุตสาหกรรมอนาคต

Keyword:     คลัสเตอร์  สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม  อุตสาหกรรมอนาคต  เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ  เครื่องนุ่งห่มเครื่องแต่งกาย 

เขตศก.พิเศษแบบคลัสเตอร์ เร่งปั้นอุตสาหกรรมอนาคต
„ดังนั้น! การที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พยายามผลักดัน “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ” ให้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันจำกัดนี้ก็เช่นกัน“
 

„ด้วยกระแสโลกตอนนี้ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบเทคโน โลยีอันทันสมัย... จึงทำให้การกำหนดนโยบายของรัฐบาลแต่ละประเทศต้องทำให้สอดคล้องตามกระแสโลกไปด้วย โดยประเทศไทยเองหากหวัง“กินบุญเก่า” อย่างการส่งเสริมการทำเกษตรเพียงอย่างเดียว อีกไม่นาน...ก็คงไปไม่รอด!

แต่หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน หันมาเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนนโยบาย ด้วยการส่งเสริมเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อช่วยพลิกโฉมสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น และเป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้ซื้อ นั่นแหละ!!! จะกลายเป็นทางรอดของชาติไทยอย่างแท้จริง เฉกเช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้วได้ลงมือทำไปก่อนหน้านี้

ดังนั้น! การที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พยายามผลักดัน “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ” ให้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันจำกัดนี้ก็เช่นกัน เพราะนอกจากการเดินหน้าปั้นเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่แนวชายแดน 10 จังหวัด ที่ส่วนใหญ่เน้นการค้าขายสินค้าเดิม ๆ เช่นสินค้าอุปโภคบริโภค และการแปรรูปเกษตร ออกมาแล้ว

ล่าสุด...ยังได้เร่งสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ “ตอนใน” ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาสู่กระบวนการผลิตสินค้าหลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตหวังพลิกโฉมประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีความทันสมัย มีการผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมโดยออกเป็นนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบ “คลัสเตอร์อุตสาหกรรม” เพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งไทย และนานาชาติ ให้หอบเงินมาลงทุนในกิจการที่กำหนดไว้จำเพาะที่ตรงกับความต้องการของรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้

หวังไทยเนื้อหอมอีกรอบ

แนวคิดการผลักดันรูปแบบการส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้เริ่มจากทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ นำโดย “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ตั้งความหวังว่าอยากทำให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่กลับมาเนื้อหอมอีกครั้ง หลังจากเกิดคลื่นของนักลงทุนหลั่งไหลเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในช่วงเริ่มแรกของโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก หรืออีสเทิร์น ซีบอร์ด เมื่อหลายทศวรรษที่ผ่านมา จนทำให้เศรษฐกิจของไทยสามารถพัฒนาและเดินหน้ามาได้จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งในรอบนี้ก็เช่นกัน...ที่ต้องการให้ “ระลอกคลื่นการลงทุน” เกิดขึ้นมาอีกครั้ง...โดยการหาจุดขายใหม่ด้วยการสนับสนุนการสร้างอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ดึงดูดใจนักลงทุนจากทั่วโลก

หลังจากตั้งหลักได้แล้ว...รัฐบาลก็ใส่เกียร์ห้า เดินหน้าการผลักดันแนวคิดนี้ทันทีโดยให้กระทรวงอุตสาหกรรม รับเป็นแม่งานไปพิจารณารายละเอียดทั้งหมด ทั้งรูปแบบของกิจการแห่งอนาคตพื้นที่ที่เหมาะสม รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ ที่เข้ามาล่อใจนักลงทุนด้วย โดยไม่นานจากนั้นกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ได้ข้อสรุปและเสนอให้ที่ประชุมครม.ไฟเขียว ออกมาเป็นนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาลแบ่งออกมาเป็น 2 รูปแบบ คือ ซุปเปอร์คลัสเตอร์และคลัสเตอร์เป้าหมายอื่น ๆ

ซุปเปอร์คลัสเตอร์หลัก

สำหรับเขตเศรษฐกิจในรูปแบบของซุปเปอร์คลัสเตอร์นั้น แบ่งออกเป็น4กลุ่มหลัก คือคลัสเตอร์อุตสาหกรรมและชิ้นส่วน ครอบคลุม7จังหวัด คือพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครราชสีมา มีตัวอย่างกิจการเป้าหมาย ทั้งการผลิตจักรยานยนต์ขนาดตั้งแต่248ซีซีขึ้นไป การผลิตเครื่องยนต์สำหรับยานพาหนะ การผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่ยังไม่มีการผลิตหรือมีน้อยราย

ต่อมาเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์โทรคมนาคม ครอบคลุม7จังหวัด เช่นเดียวกับคลัสเตอร์แรกมีตัวอย่างกิจการเป้าหมาย ทั้งการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีสูง เช่น อุปกรณ์โทรคมนาคม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเครื่องมือแพทย์ ยานยนต์ อุตสาหกรรมและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในระดับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่นสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้

จากนั้นเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุม2จังหวัดคือ ชลบุรี และระยอง มีตัวอย่างกิจการเป้าหมาย ทั้งปิโตรเคมีหรือเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ พลาสติกหรือเคมีภัณฑ์ชีวภาพสุดท้ายเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมดิจิตอล ครอบคลุม2จังหวัด คือ เชียงใหม่และภูเก็ต มีตัวอย่างกิจการเป้าหมาย ทั้ง ซอฟต์แวร์ คลาวด์เซอร์วิส ดาต้าเซ็นเตอร์ซอฟต์แวร์พาร์ค และการสร้างภาพยนตร์ไทย และการบริการธุรกิจสร้างภาพยนตร์ โดยรัฐบาลวางแผนปั้นจังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางของดิจิตอลด้วย และยังเตรียมพิจารณาคลัสเตอร์เพิ่มเติม เช่นเรื่องของนวัตกรรมอาหาร และการบริการสุขภาพ เข้ามาอีกด้วย

ครอบคลุมทั่วประเทศ

ส่วนคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอื่น ๆ มี2กลุ่มคือ คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ครอบคลุม5ภาค คือ ภาคเหนือตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีกิจการเป้าหมายเน้นทางต้นน้ำทั้งปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ อาหารทางการแพทย์ และศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตรและสุดท้ายคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ครอบคลุม9 จังหวัด คือกรุงเทพฯ กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรีและสระแก้ว มีกิจการเป้าหมาย เช่น เส้นใยธรรมชาติหรือเส้นใยประดิษฐ์ด้ายหรือผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ การฟอกย้อม เครื่องนุ่งห่มเครื่องแต่งกายที่มีการออกแบบหรือใช้การวิจัยและพัฒนาและกิจการออกแบบและผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์

ให้สิทธิประโยชน์สูงสุด

สำหรับการส่งเสริมเขตเศรษฐกิจที่ว่านั้นกระทรวงอุตสาหกรรมได้สรุปสิทธิประโยชน์ที่หน่วยงานภาครัฐจะจัดเตรียมไว้ให้ โดยในส่วนแรกที่เป็นซุปเปอร์คลัสเตอร์หรือเป็นกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้กำหนดสิทธิประโยชน์สูงสุด ตามอำนาจของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) คือได้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล8ปีและได้รับลดหย่อนอีก50%เพิ่มอีก5ปีแต่ถ้าเป็นกิจการเพื่ออนาคตที่มีความสำคัญสูงตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงการคลังจะช่วยพิจารณายกเว้นภาษีให้สูงสุดถึง10-15ปีด้วย ส่วนในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอื่น ๆ บีโอไอจะให้สิทธิพิเศษ คือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล3-8ปี และได้รับลดหย่อน50%เพิ่มอีก5ปีพร้อมทั้งยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรให้

รูปแบบของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบของการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมที่ทันสมัยตามนโยบายของรัฐบาลที่ออกมานี้ แน่นอนว่า ทุกอุตสาหกรรมที่รัฐส่งเสริมจะเป็นการสร้างรากฐานแห่งอนาคตแต่ด้วยระยะเวลาอันจำกัดของรัฐบาล คงต้องมาดูด้วยว่า นโยบายที่ว่านี้ จะไปได้ไกลแค่ไหนกัน...

วสวัตต์ โอดทวี

ที่มา  http://www.dailynews.co.th/economic/367546
 


Share this Post:
View article: 1270