การออกแบบเชิงนิเวศและการออกแบบให้มีความคุ้มค่า

Keyword:     carbon footprint  eco fibers  eco-design  slow design  upcycling  การออกแบบเชิงนิเวศ 

อาจารย์รุ่งทิพย์ ลุยเลา

ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

การออกแบบเชิงนิเวศเน้นการผลิตที่ใช้กระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ในลักษณะที่เป็นการนำกลับมาใช้ใหม่ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษวัสดุหรือของเหลือใช้ (upcyle) ปัจจุบันสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่มีความสำคัญสูงมาก นักออกแบบจำนวนมากเน้นการทำงานของตนมาใส่ใจในกระบวนการผลิตและวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความใส่ใจต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม การพูดถึงเรื่องรอยเท้าคาร์บอน (carbon footprint) ของการผลิตในโรงงานต่าง ๆ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศทั่วโลกต่างสนับสนุนให้มีการออกแบบเชิงนิเวศจนเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ดึงดูดลูกค้าทุกระดับ มีการสนับสนุน นักออกแบบ ธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ  ให้เอาใจใส่ต่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมแฟชั่น

 

การออกแบบให้มีความคุ้มค่า (slow design) หรือการกลับไปสู่การใช้วิธีการของงานฝีมือและการฝึกฝนภูมิปัญญาท้องถิ่น นักออกแบบหลายคนได้มีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมานานและทักษะงานฝีมือหรือการผสมผสานภูมิปัญญาเข้าด้วยกัน ลดความเป็นวัตถุนิยม หรือการแต่งเติมที่มากเกินไป ใช้วิจารณญาณมากขึ้นในการกิน ดื่ม อยู่อาศัย และการสร้างสัมพันธ์กับคนในชุมชน ซึ่งจะเป็นรูปแบบธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) และการทำธุรกิจแบบมีจริยธรรม เน้นการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นและทำให้ทรัพยากรนั้นมีใช้อย่างต่อเนื่องไปในอนาคตด้วย  อีกทั้งยังส่งเสริมพฤติกรรมการซื้ออย่างมีสติ กระตุ้นให้ตระหนักถึงวัสดุหรือทรัพยากรที่นำมาจากสภาพแวดล้อมเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน และพยายามที่จะส่งเสริมแนวความคิดด้านสิ่งแวดล้อม โดยการสร้างสรรค์ที่เน้นแนวทางความยั่งยืนโดยใช้ทักษะแบบดั้งเดิม (traditional skill) และวัสดุที่มีในท้องถิ่น ผสมผสานกับเทคนิคมืองานหัตถกรรม (hand-crafting techniques) โดยให้ความสำคัญด้านคุณภาพเป็นหลัก คือการเลือกวัสดุที่มีคุณภาพ กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงแรงงานที่มีคุณภาพด้วย(Choi, T. M.,2013)

 

นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการออกแบบภายใต้แนวคิด การนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วมาทำให้มีคุณภาพและมูลค่าเพิ่มขึ้น หรือที่เรียกว่าอัพไซคลิ่ง (Upcycling) หมายถึง กระบวนการแปลงสภาพเศษวัสดุเหลือใช้ หรือการทำให้วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถใช้งานตามหน้าที่เดิมได้แล้วกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพและมีมูลค่าสูงขึ้นและมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การนำเศษวัสดุที่ไม่มีคุณภาพมาแปลงสภาพให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และยังทำให้เห็นถึงศักยภาพทางการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น และส่วนค่าใช้จ่ายของวัสดุที่ลดลง การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้โดยผ่านกระบวนการอัพไซคลิ่ง สามารถเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการที่ไม่ยุ่งยากไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีขึ้นสูงเข้ามาช่วย หากต้องเข้าใจกระบวนการในการผลิตและสามารถเลือกสรรขั้นตอนที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์หรือวัสดุใหม่ที่ได้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ สร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์และช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้มากที่สุด (สิงห์และรุ่งทิพย์,2556)

 

จากแนวคิดดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในปัจจุบันจำเป็นต้องมีมุมมองที่หลากหลาย ผนวกกับสร้างความเชื่อมโยงขององค์ความรู้และแนวคิดใหม่ ๆ มาปรับใช้กับสิ่งที่มีอยู่ โดยต้องพัฒนากระบวนการคิด ออกแบบ สร้างสรรค์ แล้วนำไปสู่การค้นคว้าทดลองในหลากหลายมุมมอง ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งสามารถสรุปเป็นภาพได้ดังนี้

 

 

ภาพที่ 1 กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่

 

 

Share this Post:
View article: 1507