Nanotech เพิ่มประสิทธิภาพที่ให้กับเส้นใยฝ้าย ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าให้สิ่งทอ

Keyword:     fashionlink  functional textile  nanotech 

Anti-bacteria Cotton

นวัตกรรมสิ่งทอนาโนเทคที่เริ่มต้นขึ้นโดยรองศาสตราจารย์ Juan Hinestroza ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์สิ่งทอจาก Textile Nanotechnology Laboratory แห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) ประเทศสหรัฐอเมริกา และทีมนักวิจัย ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ Cotton-soft Nano มาเป็นเวลานาน จึงเกิดแรงบันดาลใจในการต่อยอดแนวความคิดในการพัฒนาสิ่งทอที่สามารถกำจัดแบคทีเรียได้ จัดการกับปัญหาไฟฟ้าสถิตย์หรือขจัดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่น ขจัดเชื้อมาลาเรีย การจัดการกับก๊าซให้โทษบางชนิด หรือการนำเอาเส้นใยเหล่านั้นถักทอเข้ากับวงจรต่างๆ เพื่อเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ทำให้สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้ ทั้งนี้รองศาสตราจารย์ Juan Hinestroza กล่าวว่า “ฝ้ายเป็นหนึ่งในสิ่งทอที่มีความน่าหลงใหล อย่างไรก็ตามคนทั่วไปยังมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับเส้นใยฝ้ายกันอยู่มาก สำหรับองค์ประกอบนาโนนั้น ทีมวิจัยและนักศึกษาสามารถควบคุมลักษณะของเส้นใยได้ถึงระดับเซลลูโลสซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นใยเลยทีเดียว”

Light Conductive Textile

หนึ่งในการทดลองของนักวิจัยกลุ่มนี้ได้คือการเปลี่ยนแปลงเส้นใยฝ้ายเป็นส่วนประกอบของวงจรอิเลคทรอนิคส์ เช่น ทรานซิสเตอร์ เทอร์มิสเตอร์ ทำให้ผ้าผืนเป็นตัวนำไฟฟ้า การวิจัยทำให้เห็นถึงมุมมองใหม่ของสิ่งทอที่นำองค์ประกอบทางไฟฟ้าเข้ามาใช้ในสิ่งทอ ซึ่งเป็นการปูทางไปสู่การสร้างสรรค์ Wearable Technology ที่มีความเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้รองศาสตราจารย์ Juan Hinestroza และทีมวิจัยได้เพิ่มเติมประสิทธิภาพของเส้นใยชนิดใหม่นี้ด้วยการเคลือบผิวด้วยอนุภาคระดับนาโนของทอง ซึ่งนอกจากจะสามารถเป็นสื่อพลังงานกึ่งตัวนำแล้ว ยังมีสื่อพลังงานในลักษณะของพอลิเมอร์ซึ่งมีความใกล้เคียงกับลักษณะทางธรรมชาติของเส้ยใยฝ้ายอีกด้วย ลักษณะของเส้นใยและผ้าที่ทอจากเส้นใยชนิดนี้นั้นจะมีความบาง ความยืดหยุ่น และคงลักษณะของผ้าฝ้ายไว้ได้เป็นอย่างดี

Selective Filtration

นอกจากนี้การสังเคราะห์อนุภาคในระดับนาโนและนำไปใช้กับเส้นใยฝ้ายนั้นไม่ได้มีเพียงประโยชน์ในด้านการนำไปใช้งานเพียงเท่านั้น หากแต่ยังมีผลต่อผิวหน้าของเส้นใย ซึ่งทำให้สีสันบนเส้นใยติดทนได้ดีกว่าและยังทำลายแบคทีเรียได้ถึงร้อยละ 99.9 ซึ่งเป็นช่วยผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในการนำไปใช้ในการยับยั้งโรคหวัดและโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของการพัฒนาเส้นใยฝ้ายที่เรียกว่า Metal Organic Framework Molecules (MOFs) ซึ่งเป็นโมเลกุลของโลหะอินทรีย์เคมี อยู่ในกลุ่มองค์ประกอบจำพวกผลึก โดยการนำเอาสะเก็ดของนาโนซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับองค์ประกอบของก๊าซไปใช้ในการดักจับก๊าซพิษ และนำไปผลิตผ้าปิดปากและหมวกที่สามารถดักจับก๊าซพิษได้ ซึ่ง MOFs นี้มีระบบการกรองที่สามารถกรองก๊าซได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการผลิต Hooded Bodysuit ซึ่งเป็นบอดี้สูทที่มีการฝังยาฆ่าแมลง โดยการใช้ MOFs ในการต่อต้านไข้มาลาเรียที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งไข้มาลาเรียนั้นเป็นโรคร้ายหนึ่งที่คร่าชีวิตมนุษย์ไปถึง 600,000 คนต่อปีในแอฟริกา


Matilda Ceesay (ซ้าย) ขณะกำลังเดรปผ้ามัสลินบนชุด Hooded Bodysuit ที่สามารถต่อต้านไข้มาลาเรียได้

ที่มา: http://www.news.cornell.edu/stories/2015/07/nanotech-transforms-cotton-fibers-modern-marvel



Marcia Silva da Pinto นักวิจัยขณะทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของ Metal Organic Framework Molecules (MOFs) บนผ้าฝ้าย

สำหรับการดักจับและกรองก๊าซพิษ

ที่มา: http://www.news.cornell.edu/stories/2015/07/nanotech-transforms-cotton-fibers-modern-marvel

อย่างไรก็ตามรองศาสตร์จารย์ Juan Hinestroza ยังทำการค้นคว้าต่อไปเกี่ยวกับแนวทางใหม่ๆ ในการนำเอาเส้นใยฝ้ายนำมาดัดแปลงให้มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น เช่น การดัดแปลงให้มีความใกล้เคียงกับผ้าแคนวาส (Canvas) โดยมีเป้าหมายคือความต้องการการปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ดั้งเดิมของเส้นใยธรรมชาติไปยังวัสดุทางวิศวกรรมในปัจจุบัน ซึ่งต้องให้เข้ากับการใช้งานที่มีความหลากหลายมากขึ้นและยังต้องสามารถประยุกต์ให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย



เรียบเรียงโดย นลินี เนติธรรมากร

Share this Post:
View article: 1677