เทคโนโลยีและความก้าวหน้าของการพิมพ์ผ้า

Keyword:     fashionlink  printing  การพิมพ์ 

การพิมพ์ผ้าเป็นหนึ่งในกระบวนการการผลิตสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มที่มีกรรมวิธีที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์โดยตรง (Direct Printing) การพิมพ์ทับ (Over Printing) การพิมพ์แบบรูปลอก (Transfer Printing) การพิมพ์แบบฉีดพ่นสี (Jet Printing) เป็นต้น และกรรมวิธีการพิมพ์ก็ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์มาโดยตลอด ทั้งในด้านอุปกรณ์ แม่พิมพ์สำหรับพิมพ์ เช่น แม่พิมพ์บล็อก แม่พิมพ์ซิลค์สกรีน แม่พิมพ์โรตารี และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการพิมพ์ ซึ่งกรรมวิธีการพิมพ์ต่างๆ เหล่านี้ถูกพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อความก้าวหน้าของสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มและปริมาณความต้องการที่มากขึ้นตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ความนิยมในสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มที่มีลวดลายสวยงามตระการก็ได้รับความนิยม ประกอบกับปริมาณของนักออกแบบที่มีความชื่นชอบในการใช้ลวดลายผ้ามาสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าของตนให้มีความโดดเด่นก็มีมากขึ้น เช่น Dries Van Noten, Diane von Furstenberg หรือ Kenzo เป็นต้น

อย่างไรก็ตามการพิมพ์ผ้าในปัจจุบันยังพบปัญหาในเรื่องของราคาที่ยังสูงและจำเป็นต้องมีจำนวนในการสั่งผลิตผ้าพิมพ์ที่โรงงานผลิตผ้าพิมพ์ส่วนใหญ่จะตั้งจำนวนขั้นต่ำในการสั่ง ซึ่งปัญหานี้อาจเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่สำหรับแบรนด์ขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ยังมีเงินทุนของแบรนด์ไม่มากนัก ดังนั้นคงจะดีไม่น้อยถ้ามีนวัตกรรมการพิมพ์ผ้าแบบใหม่ที่มีความง่ายและรวดเร็ว และมีต้นทุนในการผลิตในราคาที่ไม่สูงมากและสามารถสั่งผลิตในจำนวนที่ไม่มากจนเกินไปได้ ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยสามารถพิมพ์ผ้าออกมาได้เอง เพื่อเป็นการรองรับความต้องการของนักออกแบบทั้งแบรนด์ขนาดเล็กไปจนถึงแบรนด์ที่มีลักษณะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ตลอดจนโรงงานผลิตผ้าพิมพ์ลายทั้งหลาย  


เครื่องพิมพ์ผ้าจาก Epson

Epson ผู้นำด้านเทคโนโลยีการพิมพ์จึงเล็งเห็นช่องว่างดังกล่าว จึงทดลองสร้างสรรค์เครื่องพิมพ์ผ้าด้วยการระเหิดด้วยความร้อน (Dye Sublimation) โดยเครื่องพิมพ์นี้มีชื่อว่า SureColor F7170 ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ 20,000 ดอลลาห์สหรัฐหรือราว 648,000 บาท โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเครื่องมือหนึ่งให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและทำให้การผลิตผ้าพิมพ์ที่มีราคาต้นทุนที่ต่ำลงสำหรับแบรนด์สิ่งทอเครื่องนุ่งห่มที่ไม่มีกำลังทรัพย์มหาศาล โดยการเปิดตัวครั้งแรกในแถบอเมริกาใต้ เป็นการพิมพ์ลายผ้าแบบเต็มตัวสำหรับชุดกีฬา ซึ่งนักออกแบบสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มได้ให้ความสนใจกับเทคโนโลยีนี้มาก ดังนั้น Epson จึงเปิดตัวเทคโนโลยีนี้อีกครั้งในงาน New York Fashion Week ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวนวัตกรรมการพิมพ์ที่ทันสมัยพร้อมๆ ไปกับแฟชั่นได้เป็นอย่างดี โดยได้นำเสนอในคอลเลคชั่น “Digital Couture"  จากนักออกแบบจำนวน 11 คน มาร่วมในโครงการ Project Runway-style ในแนวความคิดของการออกแบบ The Future of Fashion เพื่อเป็นการสนับสนุนการแสดงออกทางความคิดของนักออกแบบที่มีความแตกต่างกันของวัฒนธรรม โดยนักออกแบบทั้ง 11 คน ได้แก่

1. Ay Not Dead จากอาร์เจนติน่า

2. Pilar Briceño จากโคลอมเบีย  

3. Dual จากคอสตาริก้า

4. ESOSA จากนิวยอร์ก

5. Leonor Silva จากเวเนซูเอล่า

6. Elisa Guillén จากเอกวาดอร์

7. Maggie Barry จากลอสแองเจลิส

8. Marco Antonio Farías จากชิลี

9. Mariana Morrell จากบราซิล

10. Moah Saldaña จากเปรู

11. Pineda Covalin จากเม็กซิโก


ภาพวาดลายเส้นจากนักออกแบบทั้ง 11 คน

ที่มา : http://www.epson.com/community/offbeat/



ภาพประชาสัมพันธ์งานของ Epson New York Fashion Week

ที่มา : http://www.ecouterre.com/epson-flaunts-digital-fabric-printer-at-fall-2015-new-york-fashion-week/epson-digital-couture-new-york-fashion-week-9/?extend=1



แฟชั่นส่วนหนึ่งจากคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่พิมพ์ลายด้วยเครื่อง SureColor F7170

ที่มา : http://www.clearmag.com/epson-prints-magic/


Catalina Frank ซึ่งดำรงตำแหน่ง Product Manager, Professional Imaging ของ Epson America, Inc. กล่าวว่า SureColor F7170 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการพิมพ์ผ้าแบบดิจิตอล (Digital Printing) สำหรับอุตสาหกรรมผ้าพิมพ์ เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณผลผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ ทั้งยังเป็นการย่นระยะเวลาของกระบวนการพิมพ์ทำให้ใช้เวลาในการผลิตสิ่งทอน้อยลงและเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจผ้าพิมพ์อีกด้วย

SureColor F7170 ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ด้วยระบบเครื่องกลของ MicroPiezo TFP Printhead ที่มีความละเอียดในการพิมพ์ถึง 720 x 1440 dpi สามารถพิมพ์ให้เกิดสัมผัสบนผิวผ้ากว้างถึง 63 นิ้ว มีความเร็วในการพิมพ์ได้มากถึง 633 ตารางฟุตต่อชั่วโมงสามารถพิมพ์ผ้าได้ถึง 200 หลา ต่อวัน ซึ่งเร็วกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์ที่เป็นคู่แข่งทางการตลาดหลักในตลาดเครื่องพิมพ์นั่นคือ Miamaki JV33-160 ลักษณะการทำงานแบบการระเหิดด้วยความร้อนนี้ คล้ายคลึงกับการรีดผ้าด้วยความร้อน ซึ่งการใช้ความร้อนนี้เองจึงเป็นจุดด้อยจุดหนึ่งของเครื่อง SureColor F7170 นั่นคือ สามารถพิมพ์ได้บนสิ่งทอที่ทำจากใยสังเคราะห์เท่านั้น เช่น โพลีเอสเตอร์ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีราคาไม่สูงมาก ในขณะที่วัสดุอื่นๆ เช่น ฝ้าย ไหม หรือหนัง จะไม่สามารถนำเข้าพิมพ์ลายในเครื่องนี้ได้  นอกจากนี้ในส่วนของหมึกพิมพ์ของ SureColor F7170 ยังมีคุณสมบัติที่แห้งเร็ว และเครื่องนี้ยังสามารถสั่งการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลวดลายได้ตลอดเวลา เช่น เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งสามารถเปลี่ยนคำสั่งในการพิมพ์ได้ในทันทีในลำดับการพิมพ์ถัดไป



เครื่องพิมพ์ผ้า SureColor F7170 กับลวดลายและสัสันที่ได้

ที่มา : http://www.psfk.com/2015/02/epson-surecolor-f7170-printer-fashion-designers.html


เครื่องพิมพ์ผ้าจาก Hallanders

Hallanders ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ผ้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งนวัตกรรมล่าสุดจาก Hallanders นั้นคือเครื่องพิมพ์ผ้าแบบดิจิตอลที่เรียกว่า ColorBooster DS-320 ซึ่งได้เปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้ภายในงาน FESPA 2015 และประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการต่างๆ เป็นอย่างดี

เครื่องพิมพ์ ColorBooster DS-320 เป็นรุ่นที่พัฒนามาจาก ColorBooster 250 โดยเพิ่มเติมคุณสมบัติในการพิมพ์ผ้าให้ได้หน้าผ้าที่กว้างขึ้น โดยสามารถพิมพ์ผ้าได้หน้ากว้างถึง 3.2 เมตร ในขณะเดียวกันก็สามารถปรับหน้าผ้าตามต้องการได้ตั้งแต่ 0.5-3.2 เมตรเช่นเดียวกัน จากเดิมที่เครื่อง ColorBooster 250 ทำได้เพียง 2.5 เมตร ในส่วนของสีที่ใช้พิมพ์ ลักษณะของสีที่ใช้ก็สามารถรองรับได้หลายรูปแบบ เช่น สีแบบ Dye-sub สีแบบ Reactive สีแบบ Acid และสีแบบ Pigment สามารถกำหนดการพิมพ์สีได้ตั้งแต่ การพิมพ์แบบ 4 สี การพิมพ์แบบ 6 สี หรือการพิมพ์แบบ 8 สี ความละเอียดในการพิมพ์ 1,080x720dpi. และรองรับวัสดุสำหรับพิมพ์ที่มีความหนาได้ถึง 10 มิลลิเมตร สามารถพิมพ์ผ้าด้วยความเร็ว 64 ตารางเมตร/ชั่วโมง ซึ่ง Hallanders นำเสนอว่าเครื่องพิมพ์ ColorBooster DS-320 นี้เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีคุณภาพดีที่สุดในระดับราคาที่ถูกที่สุดเมื่อเปรียบเทียบราคาต่อตารางเมตร นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์ได้ทั้ง 2 ด้านในเวลาเดียวกัน และรองรับการทำงานที่มีความจำเป็นต้องดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว ColorBooster 250 ในงาน FESPA Digital 2014 การกลับมาในครั้งนี้นั้นก็ได้รับความสนใจทั้งจากคู่แข่งทางการตลาดของตลาดเครื่องพิมพ์ผ้าและผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่มซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการการผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้นและต้องการลดตุ้นทุนการผลิตไปด้วยในเวลาเดียวกันอีกด้วย



เครื่องพิมพ์ผ้าแบบดิจิตอล ColorBooster 320

ที่มา: http://www.fespa.com/news/industry-news/hollanders-sells-its-first-colorbooster-320-at-fespa-2015.html


เครื่องพิมพ์ผ้าจาก M&R Companies

นอกจากการพิมพ์แบบดิจิตอลแล้ว สิ่งทอเครื่องนุ่งห่มและเครื่องแต่งกายในปัจจุบันก็ยังคงใช้การพิมพ์สกรีน (Screen Print) อยู่ ทว่าการพิมพ์ผ้าด้วยวิธีการสกรีนยังเป็นกรรมวิธีที่มีผู้ผลิตเครื่องจักรออกมารองรับไม่มากนัก ในขณะที่ความต้องการกรรมวิธีในสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มและเครื่องแต่งกายมีอยู่สูง โดยทั่วไปการสกรีนในระบบอุตสาหกรรมสิ่งทอนั้นจะมีขั้นตอนที่หลากหลายด้วยกัน ซึ่งขั้นตอนการพิมพ์แบบสกรีนทั้งหมดจะแบ่งตั้งแต่ก่อนการพิมพ์ (Pre-press) ขณะพิมพ์ (On-press) และหลังการพิมพ์ (Post-press) เพื่อเป็นลวดลายบนสิ่งทอที่ต้องการ อาทิเช่น การสร้างแบบ การเป่าสีให้แห้ง (Dryers) การสร้างต้นแบบในบล็อคสกรีนเพื่อพิมพ์ (Direct-to-screen Imaging) เป็นต้น

M&R Companies เป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องพิมพ์ผ้าแบบสกรีนที่ใหญ่ที่สุดของโลกจากสหรัฐอเมริกา จึงได้สร้างสรรค์และพัฒนาเครื่องจักรที่สามารถรองรับต่อความต้องการและยังครอบคลุมกรรมวิธีการพิมพ์ผ้าแบบสกรีนได้อย่างครบวงจร โดยในงาน FESPA 2015 M&R Companies ได้นำเสนอเครื่องสกรีนผ้าด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า i-Image XE ซึ่งเป็นเครื่องที่ถูกพัฒนามาจาก i-Image STE ซึ่งเป็นเครื่องแรกของโลกที่มีการทำงานที่ครบวงจรและสั่งงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Computer-to-Screen (CTS)) เพื่อรองรับกระบวนการสกรีนผ้าตามลวดลายที่ต้องการในโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องพิมพ์ i-Image XE นี้ประกอบด้วยระบบ UV LED ซึ่งสามารถทดแทนการใช้ฟิล์มในการสร้างบล็อคสกรีนที่ใช้ในการพิมพ์สกรีนแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังงรองรับโปรแกรมกราฟฟิคต่างๆ ที่พัฒนามากขึ้นในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ผลตอบรับที่ได้สำหรับเครื่อง i-Image XE นั้นถือว่าประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก เนื่องจากความสามารถในการพิมพ์ ความรวดเร็ว และสามารถช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ข้อดีของการพิมพ์ด้วยการสกรีนที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ สามารถพิมพ์ให้ได้สีตามที่ผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการต้องการและสีที่ได้นั้นมีความเหมือนกับ Pantone มากกว่าการพิมพ์แบบดิจิตอล



ลักษณะของเครื่อง i-Image XE

ที่มา: http://www.fespa.com/news/industry-news/interview-with-joel-glasener-of-m-r-at-fespa-2015.html



ลักษณะการพิมพ์ของเครื่อง i-Image XE

ที่มา: http://www.fespa.com/news/industry-news/interview-with-joel-glasener-of-m-r-at-fespa-2015.html



ผู้เข้าชมการสาธิตการพิมพ์ผ้าของเครื่อง i-Image XE

ที่มา: http://www.fespa.com/news/industry-news/interview-with-joel-glasener-of-m-r-at-fespa-2015.html

 

ในยุคก่อนการสร้างสรรค์สิ่งทอตามความต้องการของลูกค้าเป็นไปได้ยากสำหรับนักออกแบบที่ไม่ได้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากราคาการพิมพ์ผ้านั้นสูงและจำนวนการสั่งผลิตไม่ถึงตามความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเครื่องนี้จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ยังช่วยลดระยะเวลาในการผลิตผ้าพิมพ์ลายอีกด้วย เครื่องพิมพ์ผ้าเหล่านี้ที่สามารถพิมพ์ผ้าด้วยความร้อนได้ขนาดใหญ่ เพื่อช่วยนักออกแบบสิ่งทอเครื่องนุ่งห่มหรือโรงงานผลิตผ้าในการสร้างลวดลายลายผ้าใหม่ๆ เป็นผลงานลงบนผืนผ้าอย่างรวดเร็ว และต้นทุนยังอยู่ในราคาที่สามารถสมเหตุสมผลอีกด้วย จึงสามารถสร้างความเชื่อมั่นว่าได้ว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถรองรับธุรกิจของในแบรนด์สิ่งทอเครื่องนุ่งห่มขนาดเล็กไปจนถึง แบรนด์ขนาดกลางได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้โรงงานพิมพ์ผ้าที่ต้องการเครื่องที่ช่วยให้การพิมพ์ผ้ามีความรวดเร็วมากขึ้นและต้องการการพิมพ์ผ้าในจำนวนไม่มากนัก เช่น สำหรับลวดลายที่อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาลวดลาย (Fabric Development) และโรงงานต้องการพิมพ์ผ้าเพื่อเป็นตัวอย่างหรือต้นแบบในการผลิตจริง (Prototype Sample) เครื่องนี้ก็ยังสามารถตอบโจทย์และเป็นทางออกที่ดีสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมการพิมพ์ผ้าได้เช่นกัน


เขียนโดย นลินี เนติธรรมากร

Share this Post:
View article: 8797