"กสอ.ร่วมกับ สถาบันฯสิ่งทอ พัฒนาต้นแบบไหมแคชเมียร์ สู่ตลาดไฮเอนด์ "

Keyword:    

            2 ก.ย. 57 ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในงาน เปิดตัวต้นแบบผ้าไหมแคชเมียร์” ภายใต้ “โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย” โดยมี นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวถึงความร่วมมือ และ H.E. Chimeddorj Battumur (ซิมิดดอร์จ บัตหูเบอร์) ฯพณฯ เอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย ร่วมกล่าวถึงความร่วมมือ ณ แฟชั่นแกลลอรี่ ชั้น 1 F ศูนย์กาารค้าสยามพารากอน

           กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และสถานทูตมองโกเลีย เปิดตัวต้นแบบ “ผ้าไหมแคชเมียร์” จากการผสมผสานไหมไทย และเส้นใยแคชเมียร์จากขนแพะภูเขาอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศมองโกเลียพร้อมโชว์ 4 ชุดต้นแบบความสวยงามของไหมแคชเมียร์ ภายใต้ คอลเลคชั่นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มสำหรับชายและหญิง เช่น เสื้อสูทบุรุษและสตรี เสื้อ กระโปรง กางกาง เป็นต้น คอลเลคชั่นเคหะสิ่งทอ ที่ใช้การตกแต่งภายในอาคารบ้านเรือนทั่วไป และคอลเลคชั่นเครื่องประดับและตกแต่ง (Accessories) เช่น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าห่ม ฯลฯ การเปิดตัวในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการยกระดับมูลค่าตลาดสิ่งทอของทั้งสองประเทศสู่การแข่งขันและการเชื่อมโยงในระดับสากล สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการร่วมฉลอง 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-มองโกเลีย ทั้งนี้ไทยและมองโกเลียมีมูลค่าการค้าระหว่างกันต่อปีเฉลี่ยประมาณ 13.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับที่ 158 ของไทย เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 136 และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 178 ในปี 2013

          อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้เตรียมนำผ้าไหมแคชเมียร์ที่ผลิตได้ไปจัดแสดงในงานนิทรรศการแสดงสินค้าระดับโลก “แคชเมียร์ เวิลด์ (Cashmere World)” ณ ประเทศฮ่องกง ระหว่างวันที่ 25 -27 กันยายน 2557 นี้ด้วย ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่มีความสำคัญอย่างมากในวงการสิ่งทอ เนื่องจากเป็นงานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์แคชเมียร์ระดับโลก

          ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า สืบเนื่องจากผลการประชุมระหว่างผู้นำมองโกเลียและไทย เมื่อครั้งอดีตนายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเยือนมองโกเลียอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในทุกด้าน และเพื่อฉลองความสัมพันธ์ 40 ปีทางการทูตไทยและมองโกเลีย ที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนานและให้การสนับสนุนซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ทั้งด้านการค้า การคมนาคม โดยไทยและมองโกเลียมีมูลค่าการค้าระหว่างกันต่อปีเฉลี่ยประมาณ 13.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับที่ 158 ของไทย เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 136 และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 178 ในปี 2013 การส่งออกของไทยไปมองโกเลียมีมูลค่า 14.41 ล้านเหรียญสหรัฐ และ ประเทศไทยมีการนำเข้าสินค้าจากมองโกเลียเป็นมูลค่า 82,187 เหรียญสหรัฐ (ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม) 

         กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) จึงได้นำแนวคิดตามความร่วมมือดังกล่าวมาพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยให้ร่วมสมัย เพื่อให้เป็นที่รู้จักและสามารถแข่งขันในตลาดโลกในระดับสากล จึงร่วมมือกับสถานทูตมองโกเลีย สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาต้นแบบผ้าไหมแคชเมียร์” ภายใต้ “โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย” เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาต้นแบบการประยุกต์ไหมไทยผสมผสานกับเส้นใยแคชเมียร์ที่ยังคงจุดเด่นของเส้นใยทั้งสองประเทศ และตอบสนองต่อความต้องการสินค้าคุณภาพสูง รวมทั้งการสร้างการรับรู้และเผยแพร่ผลงานในระดับนานาชาติ ในงาน แคชเมียร์เวิลด์ (Cashmere World) ณ ประเทศฮ่องกง ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2557 เป็นการยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอทั้งสองประเทศสู่การแข่งขันและการเชื่อมโยงในระดับสากล และเชื่อได้ว่าจะเป็นการปฏิวัติวงการผ้าไหมไทยให้สามารถก้าวเข้าสู่เวทีตลาดโลกได้อย่างมีศักยภาพ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมไหมไทยได้เป็นอย่างดียิ่ง

        ผลจากการดำเนินโครงการดังกล่าวสามารถพัฒนาเส้นด้ายใหม่ได้ 8 ชนิด และ สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ผ้า ไหมแคชเมียร์ ต้นแบบมากกว่า 20 ชิ้น โดยผลิตภัณฑ์ต้นแบบแบ่งเป็น 3 คอลเลคชั่น คือ

       1.กลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มสำหรับชาย หญิง (Men and Women Clothing) ประกอบไปด้วย ผลิตภัณฑ์ผ้าสำหรับตัดสูท ชุดเครื่องแต่งกายสุภาพสตรีและชุดสูทสำหรับสุภาพบุรุษที่ตัดเย็บและส่งตรงจากประเทศอิตาลี มีความสวยงาม เรียบหรู โดดเด่นและทันสมัยตามเทรนด์ Autumn – winter 2015-2016 

       2.กลุ่มเคหะสิ่งทอ (Home textiles) ประกอบไปด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าที่ใช้สำหรับการใช้งานและการตกแต่งภายใน เช่น ใช้ทำปลอกหมอน ผ้าปูโต๊ะ ผ้าบุผนัง หรือปูพื้น โดยนิยมใช้ทั้งการตกแต่งอาคารบ้านเรือนทั่วไป

       3.กลุ่มเครื่องประดับและตกแต่ง (Accessories) กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าที่ใช้สำหรับทำ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ เป็นต้น

       ด้าน นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า สถาบันฯสิ่งทอ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึงการพัฒนาและวิจัยเพื่อการเพิ่มมูลค่าและยกระดับสิ่งทอไทย โดยได้รับมอบหมายจาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในการสานต่อแนวทางการผลักดันความร่วมมือในด้านสิ่งทอโดยพัฒนาสิ่งทอแคชเมียร์และไหมไทยซึ่งมีคุณค่าทางมรดก วัฒนธรรมและเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่าไหมไทยให้เป็นสินค้าไฮเอนด์ โดยเริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูล เพื่อศึกษาแนวโน้มตลาด ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ ความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ ได้แก่ การผลิตเส้นใย การปั่นด้าย การถัก การทอ การออกแบบลายผ้า การฟอกย้อม และการออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ต้นแบบเส้นด้าย เส้นใย ไปจนถึงต้นแบบผ้าผืนที่ทันสมัยและคงเอกลักษณ์ 

       จากการดำเนินงานดังกล่าว พบว่าไหมไทยนั้นเป็นเส้นใยจากธรรมชาติ (เส้นใยยาว) มีคุณสมบัติ แวววาว (Luster) มีความไม่สม่ำเสมอของของเส้นด้ายทำให้ผ้ามีมิติ (Uneven) มีความพลิ้วไหวและไหลลื่น (Fluid) ในขณะที่แคชเมียร์ เป็นเส้นใยขนสัตว์ธรรมชาติคุณภาพสูงจากแพะภูเขา (เส้นใยสั้น) มีคุณสมบัติให้ความอบอุ่น นุ่มสบาย และมีน้ำหนักเบากว่าเส้นใยธรรมชาติอื่นๆ เมื่อนำมาถักทอร่วมกันจะได้ผลลัพธ์ผ้าที่มีความสวยงาม แวววาว พริ้วไหว สวมใส่สบาย ให้ความอบอุ่น ระบายอากาศดี และมีน้ำหนักเบา โดยใช้กระบวนการและเทคโนโลยีที่สำคัญ 4 ด้านคือ 

1.การปั่นด้าย การผสานเส้นไหมไทย ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยยาวโดยธรรมชาติ และ แคชเมียร์ ขนแพะภูเขา ซึ่งเป็นเส้นใยสั้น ให้มีความกลมกลืนและสวยงาม 

2.การทอผ้า เป็นการผสมกันระหว่าง 2 เส้นใย คือ ใช้เส้นไหมไทยเป็นเส้นด้ายยืน และแคชเมียร์เป็นเส้นด้ายพุ่ง

3.ผ้าถัก เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างสรรค์ได้ภายหลังการผสานกันระหว่างไหมไทยและแคชเมียร์

4.เทคโนโลยีการฟอกย้อมและตกแต่งสำเร็จช่วยให้ผ้ามีความนุ่มมากขึ้น รวมทั้งใช้เทคโนโลยีดิจิตอลปริ้นท์เข้ามาสร้างสีสันและลวดลายบนผืนผ้าให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

         พัฒนาจากความร่วมมือทางการทูตระหว่างไทยและมองโกเลีย มีนางออร์เนลล่า บิกนามิ ดีไซน์เนอร์ ชื่อดังชาวอิตาลี และ นายดาร์เนียล อะลิเวอร์ติ วิศวกรการออกแบบนวัตกรรมสิ่งทอผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จแบรนด์ดังระดับโลก และโรงงานในประเทศไทยจำนวน 4 โรงงาน ได้แก่ บริษัท สปันซิลค์ เวิลด์ จำกัด บริษัท อาร์ทรี จำกัด บริษัท วิชั่นเท็กซ์ เวิลด์ จำกัด บริษัท ซีซีพี เท็กซ์ไทล์ จำกัด ร่วมกันพัฒนา ต้นแบบที่สอดแทรก ดีไซน์ และนวัตกรรม โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะถูกนำไปจัดแสดงในงาน แคชเมียร์เวิลด์ (Cashmere World) ณ ประเทศฮ่องกง วันที่ 25-27 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าแฟชั่นประจำฤดูกาล และสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมจากผลิตภัณฑ์แคชเมียร์จากทั่วโลก ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศฮ่องกง ในศูนย์ประชุมและนิทรรศการฮ่องกง (HKCEC) 

         จากความร่วมมือดังกล่าว ก่อให้เกิดการพัฒนาเส้นใยสองชนิด ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูง สร้างแรงบันดาลใจและทางเลือกให้กับนักออกแบบของทั้งสองประเทศให้สร้างสรรค์คอลเลคชั่นใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์แฟชั่นสิ่งทอไฮเอนท์ และในโอกาสครบรอบ 40 ปี ของสัมพันธ์ภาพ ไทย – มองโกเลีย ถือเป็นโอกาสอันดีที่ ทั้งสองประเทศจะได้เกิดความร่วมมือในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเติบโตทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและยาวนานต่อไป

         สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่หก กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2202-4571-4 หรือที่ http://www.dip.go.th/ และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0 2713 5492 – 9 ต่อ 408, 413-414 หรือwww.thaitextile.org

Share this Post:
View article: 1915