|
Dye Standards
สหภาพยุโรปได้กำหนดบังคับใช้ EU Directive (2002/61/EC) ในวันที่ 11 กันยายน 2546 เพื่อควบคุมการตลาดและการใช้สารเคมีอันตรายบางประเภทที่ใช้ในการผลิตสิ่งทอ ข้อบังคับนี้ระบุการห้ามใช้สารฟอกย้อม Azodyes ที่ก่อให้เกิดสารจำพวก amines เกิน 30 ppm ในผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่ใช้การผลิตสิ่งทอและเครื่องหนังซึ่งอาจสัมผัสโดยตรงหรือทางอ้อมกับผิวหนังมนุษย์หรือทางปาก ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้ Dye Standardsได้แก
- - เสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ผ้าเช็ดตัว เครื่องประดับผม วิกผม หมวก เครื่องนอน และถุงนอน
- - รองเท้า ถุงมือ แถบนาฬิกาข้อมือ กระเป๋าถือ กระเป๋าสตางค์ผู้หญิง กระเป๋า เอกสาร ผ้าคลุมเก้าอี้
- - ของเล่นที่ทำด้วยสิ่งทอหรือหนัง และของเล่นที่มีสิ่งทอหรือหนังเป็นส่วนประกอบเส้นใยและผ้าผืนสำหรับการใช้งานของผู้บริโภคโดยตรง
นอกจาก EU Directive (2002/61/EC) แล้ว สหภาพยุโรปได้ออก Directive 2003/03/EC เพื่อห้ามการใช้สารฟอกย้อมจำพวก chromate-based azo dye (blue colorant) สำหรับสิ่งทอ ซึ่งข้อบังคับนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2547 อย่างไรก็ดี การใช้ Dye Standard ในแต่ละประเทศมีความเข้มงวดไม่เท่ากัน เช่น รัฐบาลเยอรมนีประกาศห้ามใช้สี Azo dyestuff ซึ่งเป็นสีสังเคราะห์ทางเคมี ที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ ถ้าใช้สารนี้ในผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เครื่องหนัง รองเท้า และอื่นๆ ที่มีการสัมผัสกับผิวหนังของผู้ใช้
สารอะโรมาติก เอมีน( Aromatic Amines ) ในสีประเภทอะโซ (Azo dyes)
สารอะโรมาติกอาไมน์หลายชนิด มีอันตรายต่อสุขภาพในด้านการก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์และสัตว์ สารประเภทนี้จำนวนหลายชนิด ถูกขึ้นบัญชีรายชื่อสารที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์และสัตว์ ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศเยอรมันในปี 1998 ซึ่งห้ามการใช้สีประเภทอะโรมาติกอาโซในผลิตภัณฑ์ที่จะสัมผัสกับผิวหนังในการใช้งานปกติ สีประเภทอาโซ ( Azo dye ) มักจะเป็นสารพวกอะโรมาติกซึ่งเป็นตัวให้ผลในการเกิดเป็นสีต่างๆ ซึ่งสารที่แตกตัวออกมาก็จะเป็นสารอะโรมาติกอาไมน์ ( Aromatic Amines ) ต่อมาสหภาพยุโรปจึงได้ออกกฎหมายบังคับในปี 2003 และขึ้นบัญชีรายชื่อสารอะโรมาติกอาไมน์ที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งไว้ล่าสุดจำนวน 22 ชนิด ดังปรากฏในตารางข้างล่าง
รายการสารอะโรมาติกอาไมน์ ต้องจำกัดตามประกาศของสหภาพยุโรป EU Directive 2002/61/EC
| ชนิดที่ |
ชื่อสารอะโรมาติกอาไมน์ |
CAS Number (หมายเลขตาม Chemical Abstract Series ) |
1 |
4-aminodiphenyl |
92-67-1 |
2 |
benzidine |
92-87-5 |
3 |
4-chloro-o-toluidine |
95-69-2 |
4 |
2-naphthylamine |
91-59-8 |
5* |
4-amino-2', 3-dimethylazobenzene |
97-56-3 |
6* |
2-amino-4'-nitroluene |
99-55-8 |
7 |
4-chloroaniline |
106-47-8 |
8 |
2,4-diaminoanisole |
615-05-4 |
9 |
4,4'-diaminodiphenylmethane |
101-77-9 |
10 |
3,3'-dichlorobenzidine |
91-94-1 |
11 |
3,3'-dimethoxybenzidine |
119-90-4 |
12 |
3,3'-dimethylbenzidine |
119-93-7 |
13 |
3,3'-dimethyl-4, 4'-diaminodiphenylmethane |
838-88-0 |
14 |
4-cresidine |
120-71-8 |
15 |
4,4'-methylene-bis-(2-chloroaniline) |
101-14-4 |
16 |
4,4'-oxydianiline |
101-80-4 |
17 |
4,4'-thiodianiline |
139-65-1 |
18 |
2-aminotoluene |
95-53-4 |
19 |
2,4-diaminotoluene |
95-80-7 |
20 |
2,4,5-trimethylaniline |
137-17-7 |
21 |
2-methoxyaniline |
90-04-0 |
22 |
4-aminoazobenzene |
60-09-3 |
หมายเหตุ : * ชนิดที่ 5 และ 6 วิเคราะห์โดยการทำปฏิกิริยารีดิ๊วซิ่งให้เป็นสารชนิดที่ 18 และ 19 แล้วจึงทำการวิเคราะห์หาปริมาณสารชนิดที่ 18 และ 19 แทน
วิธีการทดสอบหาปริมาณสารอะโรมาติกอาไมน์ที่แตกตัวจากสีประเภทอะโซ :
ทำตามวิธี CEN ISO/TS 17234:2003, IUC 20 หรือ DIN 53316 โดยการนำตัวอย่างหนังมาย่อยสลายในสารละลายที่มีคุณสมบัติรีดิ๊วซิ่ง (เช่น โซเดียมไดไทโอไนท์ Na2S2O4 ) ที่มีค่า pH = 6 และอุณหภูมิ 70 oC สีประเภทอาโซซึ่งใช้ย้อมสีหนังจะแตกตัวเป็นอะโรมาติกอาไมน์ละลายอยู่ในสารละลาย นำสารละลายไปหาปริมาณอะโรมาติกอมาไมน์โดยวิธี HPLC (High Performance Liquid Chromatograph) โดยใช้แสงยูวี วิธีนี้มีความสามารถในการตรวจพบอะโรมาติกอาไมน์ในระดับที่ต่ำสุด 30 ppm (30 ส่วนในล้านส่วนหรือ 30 มิลิกรัม/กิโลกรัม) หรือวิธีตาม 35LMBG 82-02-3 ตามกฎหมายของเยอรมัน
|