|
Oeko Tex Standard 100
ปัจจุบันประชากรในสหภาพยุโรปตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างการผลิตสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสารเคมีอันตรายที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ ซึ่งทำให้ผู้ผลิตสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มได้ให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ไม่มีสารอันตราย หรือการผลิตสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการระมัดระวังในการเลือกใช้สารเคมีในการฟอกย้อม การฟอกโดยไม่ใช้คลอรีน และหลีกเลี่ยงการใช้สารฟอมัลดีไฮด์ในการตกแต่งสำเร็จ ซึ่งการหลีกเลี่ยงสารดังกล่าวสามารถผลิตสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบันผู้ผลิตและผู้ส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มาก โดยการขอรับรองมาตรฐานฉลาก Oeko Tex Standard 100
ในปัจจุบันเกือบ 7,500 บริษัททั่วโลกได้รับการรับรองมาตรฐานฉลาก Oeko Tex Standard 100 โดยบริษัทที่ด้รับฉลาก Oeko Tex Standard 100 เป็นบริษัที่ผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอ่อนและเด็กเล็ก และผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับผิวหนังผู้ใช้โดยตรง เช่น เสื้อผ้าสตรี บุรุษและชุดชั้นในในเยอรมัน ฉลาก Oeko Tex Standard 100 เป็นที่ยอมรับในสากล โดยผู้ผลิตสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ได้ฉลาก Oeko Tex Standard 100 เป็นผู้ผลิตในทวีปยุโรป และหนึ่งในสามทวีปเป็นผู้ประกอบการจากทวีปเอเซีย และทวีปอเมริกา ทวีปแอฟฟิกา และทวีปออสเตเรีย ตามลำดับ
Oeko Tex Standard 100 ได้มีการจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1993 โดยสถาบันวิจัยด้านสิ่งทออิสระในประเทศออสเตรียและเยอรมันนี (The Austrian Textile Research Institute and The German Hohenstein Research Institute) ซึ่งเป็นข้อกำหนดเพื่อการทดสอบสารตกค้างในผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ใช้ไม่มีอันตรายจากสารเคมีตกค้างหรือปลดปล่อยออกมา ซึ่งความปลอดภัยนี้จะเน้นในเรื่องอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มให้ความสำคัญกับการรับรองมาตรฐานฉลาก Oeko Tex Standard 100 มากขึ้นเนื่องจากผู้ผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มได้รับประโยชน์จากมาตรฐานฉลาก ดังนี้
- - Oeko Tex Standard 100 เป็นการรับรองมาตรฐานฉลากสากลที่เป็นที่ยอมรับและเทียบเคียงมาตรฐานสากล ว่าการผลิตผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม จะไม่มีอันตรายจากสารตกค้างซึ่งมีผลกับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภค
- - Oeko Tex Standard 100 เป็นวิธีการที่ง่ายและสะดวกในการสื่อสารระหว่างผู้ผลิตสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์สินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค
- - Oeko Tex Standard 100 สามารถส่งเสริมการตลาดและการขายให้กับผลิตภัณฑ์สินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ฉลาก Oeko Tex Standard 100 มีการจัดแบ่งหมวดของผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้
- กลุ่มที่ 1 ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอ่อน และเด็กเล็กที่อายุไม่เกิน 3 ปี (Products for Babies) ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอ่อนและเด็กเล็ก (0 36 เดือน) ทุกรายการยเว้นเสื้อผ้าที่ทำจากหนัง
- กลุ่มที่ 2 ผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับผิวหนังผู้ใช้โดยตรง (Products with Direct Contact to Skin) เช่น เสื้อเชิ้ต เสื้อสตร และชุดชั้นใน
- กลุ่มที่ 3 ผลิตภัณฑ์ที่ไม่สัมผัสกับผิวหนังผ็ใช้โดยตรง (Products without Direct Contact to Skin) เช่นวัสดุสำหรับบุ (Lining Stuffing)
- กลุ่มที่ 4 ผลิตภัณฑ์สำหรับตกแต่งบ้าน (Decoration Material) เช่น ผ้าปูโต๊ะ ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน พรม และที่นอน
หมวดของผลิตภัณฑ์
|
ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อน |
ผลิตภัณฑ์สัมผัสกับผู้ใช้โดยตรง |
ผลิตภัณฑ์ไม่สัมผัสกับผู้ใช้โดยตรง |
ผลิตภัณฑ์สำหรับการตกแต่ง |
ค่าความเป็นกรด ด่าง (pH value )1 |
|
4.0 - 7.5 |
4.0 - 7.5 |
4.0 - 9.0 |
4.0 - 9.0 |
ปริมาณฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) |
Law 112 |
n.d. 2 |
75 |
300 |
300 |
ปริมาณโลหะหลักที่หลุดจากผลิตภัณฑ์ (Extractable heavy metals) |
Sb (Antimony) |
30.0 |
30.0 |
30.0 |
|
As (Arsenic) 3 |
0.2 |
1.0 |
1.0 |
1.0 |
Pb ( Lead) 4 |
0.2 |
1.0 |
1.0 5 |
1.0 5 |
Cd (Cadmium) |
0.1 |
0.1 |
0.1 5 |
0.1 5 |
Cr (Chromium) |
1.0 |
2.0 |
2.0 |
2.0 |
Cr(VI) |
under detection limit 6 |
Co (Cobalt) |
1.0 |
4.0 |
4.0 |
4.0 |
Cu (Copper) |
25.0 5 |
50.0 5 |
50.0 5 |
50.0 5 |
Ni (Nickel) 7 |
1.0 |
4.0 |
4.0 |
4.0 |
Hg (Mercury) 8 |
0.02 |
0.02 |
0.02 |
0.02 |
ยาฆ่าแมลง (Pesticides [ppm]) 8 |
Sum (incl. PCP/TeCP ) 9 |
0.5 |
1.0 |
1.0 |
1.0 |
Chlorinated phenols [ppm] |
Pentachlorphenol (PCP) |
0.05 |
0.5 |
0.5 |
0.5 |
2,3,5,6-Tetrachlorphenol (TeCP) |
0.05 |
0.5 |
0.5 |
0.5 |
PVC plasticizers (phthalates) [%] |
DINP, DNOP, DEHP, DIDP, BBP, DBP
Sum 9 |
0.1 |
|
|
|
สารประกอบดีบุกอินทรีย์ (Organic tin compounds [ppm]) |
TBT |
0.5 |
1.0 |
1.0 |
1.0 |
DBT |
1.0 |
|
|
|
สารเคมีตกค้างอื่น ๆ (Other chemical residues [ppm]) |
Orthophenylphenol (OPP) |
50.0 |
100.0 |
100.0 |
100.0 |
Dyes / Colorants |
cleavable arylamines9 |
not used 6 |
carcinogens 9 |
not used |
allergens 9 |
not used 6 |
Chlorinated benzenes and toluenes [ppm] 9 |
|
1.0 |
1.0 |
1.0 |
1.0 |
Biological active products |
|
none 10 |
ความคงทนต่อไฟ (Flame retardant products)9 |
general |
none10 |
PBB, TRIS, TEPA |
not used |
ความคงทนต่อสี (Colour fastness (staining)) |
to water |
3 |
3 |
3 |
3 |
to acidic perspiration |
3 - 4 |
3 - 4 |
3 - 4 |
3 - 4 |
to alkaline perspiration |
3 - 4 |
3 - 4 |
3 - 4 |
3 - 4 |
to rubbing, dry 11, 12 |
4 |
4 |
4 |
4 |
to saliva and perspiration |
resistant |
|
|
|
ปริมาณสารระดหยที่ปลดปล่อยออกมา (Emission of volatiles [mg/m3]) 13 |
Formaldehyde |
0.1 |
0.1 |
0.1 |
0.1 |
Toluol |
0.1 |
0.1 |
0.1 |
0.1 |
Styrol |
0.005 |
0.005 |
0.005 |
0.005 |
Vinylcyclohexen |
0.002 |
0.002 |
0.002 |
0.002 |
4-Phenylcyclohexen |
0.03 |
0.03 |
0.03 |
0.03 |
Butadien |
0.002 |
0.002 |
0.002 |
0.002 |
Vinylchlorid |
0.002 |
0.002 |
0.002 |
0.002 |
Aromatic hydrocarbons |
0.3 |
0.3 |
0.3 |
0.3 |
Organic volatiles |
0.5 |
0.5 |
0.5 |
0.5 |
กลิ่น (Determination of odours) |
general |
no abnormal odour 14 |
SNV 195 65113 (modified) |
4 |
|
|
4 |
ขั้นตอนการสมัครขอการรับรอง
ผู้ให้การรับรอง ผู้ที่สนใจยื่นขอการรับรองผลิตภัณฑ์สามารถยื่นใบสมัครไปยังหน่วยงานที่เป็นสมาชิกของ Oeko Tex Association ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 24 สถาบันฯ และตัวแทนอีก 3 แห่งทั่วโลกโดยสามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากเว็บไซต์ www.oeko-tex.com
ระยะเวลาของใบรับรอง
ใบรับรองจะมีอายุ 1 ปี และสามารถต่ออายุได้ การตรวจสอบผลิตภัณฑ์จะทำการทดสอบ 2 ครั้งต่อปี โดยค่าใช้จ่ายในการทดสอบผู้สมัครจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
ผู้ที่สามารถยื่นขอการรับรอง
ผู้ที่สามารถยื่นขอการรับรอง คือ ผู้ผลิต โรงงาน หรือร้านค้าปลีก
ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่ายที่ผู้สมัครจะต้องชำระ คือ ค่าใบรับรอง ซึ่งค่าธรรมเนียมของการออกใบรับรองคือ 700 ยูโร ต่อ 1 ใบส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าจัดส่งเอกสารและค่าทดสอบ จะขึ้นอยู่กับชนิดและกลุ่มของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการรับรอง
การตรวจสอบ
ทุก ๆ ปี ทาง Oeko Tex Association จะเข้าตรวจสอบผลิตภัณฑ์อย่างน้อย 15% ของผลิตภัณฑ์ที่ได้ออกใบรับรอง โดยจะสุ่มตรวจจากผลิตภัณฑ์ที่มีการขายอยู่ในตลาด หรือไม่ผู้ตรวจสอบก็จะไปตรวจสอบที่โรงงานซึ่งทาง Oeko Tex Association จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ
ขั้นตอนการสมัคร
ขั้นตอนการสมัครจะเหมือนกับ EU Eco label คือเมื่อกรอกรายละเอียดในใบสมัครเรียบร้อยแล้ว ให้แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดพร้อมตัวอย่างสินค้าไปพร้อมกับใบสมัคร แล้วส่งให้กับตัวแทนหรือสถาบันที่เป็นสมาชิกของ Oeko Tex Association ซึ่งหน่วยงานที่รับใบสมัครไปจะทำการตรวจเอกสาร และหากจำเป็นจะทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามความเหมาะสม ค่าใช้จ่ายในการทดสอบผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากต้องข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.oeko-tex.com
|