โครงสร้างการทอและผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือ
โด ย อาจารย์สิริพิชญ์ เหลืองสุวรรณ
ศ.ม. (Clothing and Textile)
บทที่ 1
โครงสร้างและเทคนิคการทอ |
| โครวสร้างการทอ |
| การทอผ้าเป็นศิลปเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณหลายพันปีมาแล้ว
มนุษย์รู้จักการทอผ้าใช้เองดังแสดงให้เห็นจากหลักฐานที่พบในหลุมฝังศพของชาวอียิปต์โบราณ
และการออกแบบเครื่องปั้นดินเผาสมัยนั้น |
| การทอผ้าประกอบด้วยเส้นด้าย
2 ชุด คือ เส้นด้ายพุ่งและเส้นด้ายยืนมาขัดกันเป็นมุมฉาก การทอผ้าต้องอาศัยเครื่องทอผ้าในสมัยก่อนเครื่องทอจะไม่มีความซับซ้อนมากเหมือนสมัยปัจจุบัน
เครื่องทอผ้าแต่ละเครื่องอาจจะประกอบด้วยส่วนประกอบไม่เหมือนกัน แต่จะมีส่วนประกอบหลักที่ใช้ดังนี้ |

ภาพที่ 1 ส่วนประกอบพื้นฐานของเครื่องทอผ้า
|
1. แกนม้วนด้ายยืน
มีลักษณะเป็นแกนอยู่ด้านหลังของเครื่องทอ ใช้สำหรับม้วนด้ายยืน และปรับความตึงหย่อนของด้ายยืน |
| 2.
ตะกอ มีลักษณะเป็นซี่ลวด หรือซี่โลหะมีรูตรงกลาง ใช้สำหรับร้อยด้ายหรือสืบด้ายยืน
ไว้ทำลวดลาย |
| 3.
กรอบตะกอ ใช้ยึดตะกอในหูกแต่ละอันเป็นชุดๆ เครื่องทอ 1 เครื่องจะมีหรอบตะกออย่างน้อย
2 ชุด ทำหน้าที่ยกเส้นด้ายยืนขึ้นและลงอย่างละอันเพื่อสอดด้ายพุ่งให้เกิดเป็นการขัดในการทอ |
| 4.
กระสวยด้ายพุ่ง ใช้เพื่อบรรจุด้ายพุ่งและนำด้ายพุ่งผ่านช่องว่างกระทบด้วยฟืมหรือเครื่องกระทบด้ายพุ่ง
เพื่อให้เส้นด้ายพุ่งและเส้นด้ายยืนขัดกัน |
| 5.
แกนม้วนผ้าทอ มีลักษณะเป็นแกนอยู่ด้านหน้าของเครื่องทอ ใช้สำหรับม้วนผ้าที่ทอแล้วให้ติดอยู่ทางด้านหน้าของเครื่องทอ |
| กระบวนการทำงานของเครื่องทอ |
| 1.
สับตะกอให้เส้นด้ายยืนแยกตัวออกให้เกิดช่องว่าง เพื่อให้สอดด้ายพุ่งผ่าน |
| 2.
สอดกระสวยด้ายพุ่งผ่านช่องว่าง |
| 3.
กระทบด้วยฟืมให้เส้นด้ายพุ่งชิดติดกันเรียงเป็นเนื้อผ้า |
| 4.
เก็บหรือม้วนผ้า เมื่อทอผ้าได้ความยาวจำนวนหนึ่งแล้วม้วนเก็บในแกนม้วนผ้า
โดยผ่อนเส้นด้ายยืนแล้วจึงม้วนผ้าเข้าแกน |
| เทคนิคการทอ |
| ผ้าทอพื้นเมืองของไทย
มีเทคนิคการทอที่แตกต่างกันในแต่ละภาคแต่ละท้องถิ่น |
| มัดหมี่ |
| มัดหมี่เดิมเป็นภาษาอินโดนีเซีย
หมายถึง ลวดลายที่ปรากฏบนผืนผ้าหลังจากการมัดลายที่เส้นด้ายพุ่งด้วยเชือกก่อนนำไปย้อมสี
โดยปกติจะนิยมมัดลวดลายที่เส้นด้ายพุ่ง ยกเว้นพวกไทยวนที่ อำเภอแม่แจ่ม
มีกรรมวิธีการทอผ้าซิ่นแบบลัวะทำให้เกิดลวดลายที่เส้นด้ายยืนก่อนนำไปทอเป็นผืนผ้า
มัดหมี่มีเทคนิคการทอที่ต่างกันแต่ละท้องถิ่นและมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป
เช่น มัดหมีซิ่นไหมลาวครั่งจากพิจิตร ลายมัดก่าน หรือ คาดก่าน ของชาวไทยลื้อเมืองน่าน
|
| จก |
| จก
หรือ ผ้าตีนจก เป็นการทอที่ใช้เทคนิคเพิ่มเส้นด้ายพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วงๆ
ไม่ติดต่อกันตลอดทั้งหน้าผ้ากรรมวิธีคือ ใช้ไม้ปลายแหลม ขนเม่นหรือนิ้งมือยกหรือจกเส้นด้ายยืนแล้วสอดเส้นด้ายพุ่งเข้าไป
บางถ้องถิ่นจะคว่ำหน้าผ้าลงกับกี่ เพื่อให้สะดวกในการทอ |
| ขิด |
| ขิด
เป็นเทคนิคการทอโดยการเพิ่มเส้นด้ายพุ่งพิเศษคล้ายกับจกแต่ขิดจะทำลายติดต่อกับตลอดหน้าผ้า
โดยไม้ค้ำสอดใต้เส้นด้ายยืน หรือใช้เขาเก็บขิดแขวนไว้ในแนวดิ่งเหนือเส้นด้ายยืน
ไม้เก็บขิดจะใช้ทีละอัน อันที่ใช้แล้วจะนำไปเก็บไว้ด้านล่าง |
| ยกดอก |
| เป็นเทคนิคการทำลวดลายโดยใช้เขาหรือตะกอพิเศษมากกว่า
2 ตะกอ จะไม่เพิ่มเส้นด้ายเข้าไปในผืนผ้าเช่นเดียวกับผ้าจก หรือขิด
มีกรรมวิธีคล้ายกันคือเป็นการเพิ่มเขาหรือตะกอแต่ลวดลายที่เกิดเป็นลวดลายที่เกิดจากทอโดยการยกตะกอไม่ได้เกิดจากเส้นด้ายที่เพิ่มเขาไป
แต่จะมีเพียงบางกลุ่มที่มีการเพิ่มเส้นด้ายเข้าไปรวมเทคนิคการทอทั้ง
จก ขิด และยกดอกอยู่ด้วยกัน |
| เกาะ
หรือ ล้วง |
| เกาะ
เป็นการใช้เส้นด้ายพุ่งหลายสี เป็นช่วงๆ ทอด้วยเทคนิคธรรมดาโดยการเกี่ยวและผูกเป็นห่วงรอบด้ายเส้นยืนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเนื้อผ้า
เป็นลวดลายที่มีความละเอียดและซับซ้อน รู้จักกันในกลุ่มคนตระกูลไท
ยกเว้นไทลื้อ ในปัจจุบันเรียกว่า ล้วง และรู้จักกันในชื่อ "ผ้าลายน้ำไหล |
| มุก |
| เทคนิคการทอที่นิยมใช้มากในปัจจุบัน
โดยการเตรียมเส้นด้ายยืนพิเศษไว้ตอนบนเหนือเส้นด้ายยืนธรรมดาที่ขึงไว้
ลวดลายเกิดจากเขาที่ขึงไว้เหนือเส้นด้ายยืนพิเศษ คล้ายกับจกและขิด |
บทที่ 2 ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือ |
| ในปัจจุบันคนไทยให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาชาวบ้านมากขึ้น
หันมาบริโภคสินค้าไทย นิยมแต่งกายด้วยผ้าไทย ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอมือในโครงการส่งเสริมอาชีพงานศิลปวัฒนธรรมด้านต่างๆ
โดยเฉพาะผ้าทอมือของไทยมีเทคนิคการทอลวดลายที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นต่างๆ
มีเสน่ห์ในตัวเอง เป็นการสร้างสีสรรให้กับงานฝีมือของไทย เลือกซื้อหาได้ง่ายไม่น้อยไปกว่าผ้าทอในระบบอุตสาหกรรม
ดังเห็นได้จากภาพที่ 14 ในร้านมีสีสันมากมายให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ |
| ผ้าทอมือ
เป็นผ้าทอพื้นบ้านของไทยส่วนใหญ่จะใช้เส้นใยจากธรรมชาติทั้งฝ้ายและไหม
ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชื่นชมและหลงไหลเสน่ห์ผ้าทอมือของไทย
ดังเห็นได้จากการแสดงแฟชั่นโชว์ ผ้าทอพื้นเมืองไทยในภาคต่างๆ การแสดงผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือภาคต่างๆ
มีผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยทั่วไปการทำผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือเป็นงานที่ใช้ฝีมือในการทำ
เพราะส่วนใหญ่จะใช้เศษผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บเสื้อผ้าหรือผ้าที่เหลือจากการใช้ประโยชน์อื่นๆมาทำเป็นผลิตภัณฑ์
เนื่องจากมีต้นทุนในการผลิตสูงกว่าผ้าใยสังเคราะห์ แต่บางท้องถิ่น
เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ผ้าฝ้ายทอมือเป็นที่นิยมทำผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน
เช่น ผ้าฝ้ายทอมือเนื้อหนาไว้บุเก้าอี้ ผ้าไหมทอมือนำมาทำเป็นผ้าม่าน
หมอนจากผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ เป็นต้น |
| การออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือ |
| การออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือมีหลักการดังนี้ |
| 1.
สำรวจตลาดผู้บริโภคและความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือ เช่น สำรวจกลุ่มชุมชนที่ทอผ้าพื้นเมือง
ศึกษาหาจุดเด่นของลวดลายการทอแต่ละท้องถิ่น แล้วนำมาประยุกต์ให้เข้ากับความนิยมในปัจจุบัน
เช่น นำผ้ายกดอกที่มีลวดลายเก่าแก่มาผลิตเป็นกระเป๋าถือที่ดูหรูหราและเข้ากับสมัยนิยมในปัจจุบันดังในภาพ |
| 2.
แหล่งวัตถุดิบได้จากผ้าทอพื้นเมืองในท้องถิ่นต่างๆ อาจจะได้จากเศษหรือผ้าแถบที่ไว้สำหรับการตกแต่งเฉพาะ
และนำมาออกแบบ |
| 3.
กำหนดรูปแบบและขนาดของผลิตภัณฑ์ เช่น กระเป๋า กล่อง กรอบรูป ที่รองแก้ว
ที่รองจาน ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าม่าน เป็นต้น |
| 4.
เตรียมผืนผ้าและเลือกชนิดของผ้าให้เหมาะสมกับชิ้นงาน เช่น ผ้าไหมไว้สำหรับทำกล่องใส่เครื่องประดับหรือของมีค่า
เพราะผ้าไหมจะมีความมันวาวที่ผิวผ้ามีความสวยงามและมีคุณค่าในตัวเอง
ส่วนผ้าฝ้ายทอมือนิยมทำเป็นหมอนหรือผ้ารองจานสำหรับโต๊ะอาหารไว้ตกแต่งบ้าน
เพราะผ้าฝ้ายเมื่อมองดูแล้วไม่น่าเบื่อ (ดู classic) เป็นต้น ดังแสดงในภาพที่
19-20 นอกจากนั้นควรคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบน่าสนใจ
และเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย |
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ |
| ผ้าทอพื้นเมืองของไทยสามารถนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ได้มากมายหลายชนิดเช่น กรอบรูป กระเป๋า ถุงใส่ของ กล่องแบบต่างๆ เป็นต้น
|
| |
| การบรรจุภัณฑ์ |
| ผ้าทอมือจัดเป็นสินค้าประเภทงานฝีมือที่ต้องการความละเอียดอ่อนและใช้การบรรจุภัณฑ์
เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น จุดประสงค์หลักคือ เพื่อป้องกันสินค้าไม่ให้เกิดชำรุดหรือเสียหาย |
| การบรรจุภัณฑ์
ต้องดึงดูดใจลูกค้าคือต้องมีจุดเด่นเป็นพิเศษ เช่น ป้ายการดูแลรักษา
แหล่งที่ผลิต เป็นต้น เพื่อบอกถึงที่มาและคุณภาพของสินค้าเพื่อให้ลูกค้ามีความต้องการที่จะซื้อ
ตัวอย่างการบรรจุสินค้า เช่น ผ้าทอมือใช้ถุงพลาสติกใสเพื่อไม่ให้เปื้อนฝุ่น
กระเป๋าผ้าไหมใส่กล่องที่มีพลาสติกใสให้เห็นสินค้าในกล่อง เป็นต้น
|
| ผู้ประกอบอาชีพผ้าทอมือส่วนใหญ๋
ไม่คำนึงถึงเรื่องบรรจุภัณฑ์มากนัก แต่ถ้ามีผู้ให้ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือ
การบรรจุภัณฑ์ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสินค้าที่ไม่มีการบรรจุภัณฑ์
และสินค้าที่มีการบรรจุภัณฑ์ ที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้น จึงควรหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สินค้าดูมีค่า
มีราคา น่าใช้ เป็นทีต้องการของลูกค้าที่พบเห็น |
| |
| บทที่ 3 การจัดการธุรกิจผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือ
|
| แนวทางการจัดการธุรกิจผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือมีขั้นตอนดังนี้ |
| 1.
ศึกษาโอกาสการตลาดและการผลิต ได้แก่ กลุ่มเป้าหมาย รสนิยมลูกค้า ความต้องการใช้สินค้า
กำลังซื้อ โดยให้หาข้อมูลเพื่อศึกษากลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าโดยตรง
เช่น การออกร้านแสดงสินค้าตามสถานที่ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรงเพื่อการแนะนำประชาสัมพันธ์สินค้า
เป็นต้น |
| 2.
การวางแผนการตลาดและการผลิต การจัดโครงการระบุวิธีการและระบบงานการตลาด
และการผลิตสินค้าโดยต้องอาศํยเกณฑ์ในเรื่อง ความต้องของตลาด ทำเลที่ตั้ง
วัตถุดิบ บุคลากรที่เหมาะสมกับงาน รวมทั้งระบบการบริหารงานในร้าน เช่น
เงินทุมหมุนเวียนภายในร้าน การทำบัญชี การเขียนโครงการเพื่อขอเงินกู้สมทบ
เป็นต้น |
| 3.
การจัดตั้งระบบการตลาดและการผลิต เพื่อการทำงานที่ชัดเจนอย่างมีระบบ
ควรทำความเข้าใจเรื่องการซื้อขายกับลูกค้า การจัดส่ง ถ้าเป็นการผลิตแบบชุมชนโดยปกติจะมีผู้ไปรับสินค้าออกมาจำหน่าย
ควรตกลงกับลูกค้าว่ามีเงื่อนไขในการซื้อขายอย่างไร |
| 4.
การดำเนินการตลาดและการผลิต เป็นขั้นตอนการผลิตสินค้าจริงเพื่อให้ได้ตามคำสังลูกค้า
ต้องคำนึงถึงวัตถุดิบที่ใช้ การทำงาน การแก้ไขปัญหา ตลอดจนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับการสั่งสินค้า |
| 5.
การประเมินการตลาดและการผลิต เป็นการทบทวนการทำงานย้อนหลังเพื่อเก็บข้อมูลข้อบกพร่องของสินค้าทั้งด้านการตลาดและการผลิต
เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ |
| นอกจากการหาแนวทางการผลิตแล้ว
ยังต้องมีการคำนวณต้นทุน การตั้งราคาขาย เพื่อให้อยู่ในจุดคุ้มทุนในการผลิต
การทำบัญชีเพื่อให้ข้อมูลในการซื้อขาย การตลาดทั้งการผลิต การจำหน่าย
คุณภาพสินค้า การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่ผู้ผลิตควรศึกษาและหาแนวทางที่เหมาะสม
และเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมงานฝีมือและสินค้าไทยให้มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค |
| แนวโน้มการตลาด |
| ผ้าทอมือของไทยเป็นสินค้าที่มีอิทธิพลทั้งด้านแฟชั่น
การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในตลาดทั่วโลก แต่ยังมีการพัฒนาด้านแนวโน้มของสีแฟชั่นแต่ละประเทศหรือแต่ละฤดูกาลไม่เพียงพอ
ซึ่งสีอ่อนหรือสีเย็นออกไปทางสีหวาน รวมทั้งสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติเช่น
สีต้นไม่ ใบไม้ ดอกไม้ เป็นต้น จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างสูง
ดังนั้น การผลิตผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือจึงควรดูแนวโน้มของตลาดและแนวโน้มของสีแฟชั่นต่างๆ
ควรเรียนรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สนองต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน |
| ช่องทางการจำหน่าย |
| การจำหน่ายส่วนใหญ่จะมีพ่อค้าคนกลางไปรับถึงชุมชนที่ผลิตผ้าทอมือ
บางกลุ่มต้องจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงซื้อขาย ในปัจจุบันตลาดผ้าทอมือมีอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยว
เพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อหาได้โดยง่ายเป็นการเข้าถึงลูกค้าโดยตรง ผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือบางกลุ่มผู้ผลิต
มีการจัดวางสินค้าหน้าร้านเพื่อดึงดูดสายตาและเป็นจุดสนใจแก่ผู้พบเห็น
ตลาดที่สามารถส่งสินค้าในประเทศได้ เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
ตลาดไนท์พล่าซ่า ตลาดสำเพ็ง โบ๊เบ๊ ประตูน้ำ เป็นต้น นอกนั้นจะเป็นกลุ่มผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์จากผ้าทอมือซึ่งมีตลาดที่ต้องการสินค้าประเภทกล่องผ้าเพื่อทำเป็นบรรจุภัณฑ์
เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง ยุโรป เป็นต้น |
| ตลาดการซื้อขายผลิตภัณฑ์ผ้าทอมือของไทยยังมีอนาคตไกลถ้ารัฐบาลให้การสนับสนุน
รวมทั้งประชาชนคนไทยที่ต้องหันสนับสนุนสินค้าไทยเพื่อให้เงินหมุนเวียนภายในประเทศและยังช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนห่างไกลที่ผลิตสินค้างานฝีมือเหล่านี้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น |