แนวโน้มด้านราคา การผลิต และการบริโภคของเส้นใยในตลาดโลก
    ความต้องการของตลาดโลกในสินค้าเส้นใยประดิษฐ์ลดลงในปี 2001 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ผลผลิตได้ลดลง 1.4% เหลือเพียง 27.9 ล้านตัน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 7.2 %ในปี 2000 ในขณะที่เส้นใยสังเคราะห์ได้ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1.1% (2001) ซึ่งการลดลงอย่างมีนัยคือสินค้าที่เป็น Cellulosics โดยลดลงถึง 5.4 % แต่อย่างไรก็ตามการลดลงก็ไม่ทำให้เกิดผลกระทบมากนัก เนื่องจากในปี 2000 สินค้าเส้นใยได้มีการเพิ่มมากขึ้นถึง 6.8 % มาแล้ว
    ตลาดของเส้นใยธรรมนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ซึ่งในช่วงปี 2001/02 ผลผลิตของฝ้ายอยู่ในระดับปกติแต่ระดับการบริโภคลดลง ด้วยเหตุนี้ทำให้ระดับของสินค้าคงเหลือมีมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาของฝ้ายลดลงต่ำสุดในรอบ 30 ปี อย่างไรก็ตามตลาดของฝ้ายกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าที่ต่ำกระตุ้นให้มีความต้องการซื้อมากขึ้น ในขณะที่ ความต้องการในการเพาะปลูกฝ้ายมีแนวโน้มลดลง ซึ่งทำให้คาดการณ์ได้ว่าราคาของฝ้ายจะสูงขึ้นตามกลไกตลาดเนื่องจากการลดลงของผลผลิต
    ตลาดของเส้นใยขนสัตว์ ยังคงตกต่ำเพราะการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาตั้งแต่ปี 2002 เนื่องจากการขาดแคลนพลังไอน้ำ ความต้องการสินค้ามีแนวโน้มลดลง ยกเว้นในประเทศจีนและสหภาพยุโรป ซึ่งราคาสินค้าในปัจจุบันยังคงที่ ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่ผลผลิตมีมากเกิน ในกลุ่มผู้ตัดขนแกะในประเทศออสเตรเลียได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในฤดูแล้งและการลดลงของจำนวนแกะเนื่องจากราคาเนื้อแกะในตลาดมีราคาที่เพิ่มขึ้น
    ในกรณีของเส้นใยประดิษฐ์ ปัญหาของการที่ผลผลิตล้นตลาดเนื่องจากผู้ผลิตหน้าใหม่พยายามที่จะเพิ่มส่วนครองตลาดของตน แม้ว่าผู้ผลิตหลายรายได้ทำการตัดราคาสินค้าของตนเพราะได้ตระหนักถึงการเติบโตของกำลังการผลิตในอดีตที่เกิดขึ้นไม่แน่นอน ในประเทศจีนตลาดผลผลิตยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของตลาดในประเทศที่พัฒนาแล้ว การลดลงของเส้นใยประดิษฐ์มีอัตราเร่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในมุมมองของการเปิดการค้าเสรีภายใต้ข้อกำหนดขององค์การการค้าโลก (WTO)
กนกวรรณ พีรประสิทธิพงศ์
แปลและเรียบเรียงจากหนังสือ Textile Outlook International ประจำเดือน กรกฎาคม - สิงหาคม 2002