บทความวิชาการ
เรื่อง สิ่งทอต้านไฟ
โด ย อาจารย์สิริพิชญ์ เหลืองสุวรรณ ศ.ม.
(Clothing and Textile)
|
| สิ่งทอต้านไฟ เป็นวิวัฒนาการด้านสิ่งทอที่นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในขั้นตอน
การผลิต หรือตกแต่งผืนผ้า เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการต้านการลุกติดไฟให้ดีขึ้น
เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับไฟ (นักผจญเพลิง) และสังคมส่วนรวมได้เป็นอย่างดี |
| ประวัติความเป็นมา |
| ประมาณยุคปลาย
ศตวรรษที่ 18 เมื่อมีการเกิดเหตุเพลิงไหม้จะมีเพียงกลุ่มอาสาสมัครเท่านั้น
ที่เข้ามามีบทบาทในการในการดับไฟ อาสาสมัครกลุ่มแรกที่เกิด ขึ้นในประเทศเยอรมันในปี
ค.ศ. 1792 คือ "THE ROYAL FIRE BRIGADE OF BERLIN" ในรูปของบริษัท
และในปัจจุบัน BAYER ได้ก่อตั้งขึ้นในรูปของนักผจญเพลิงส่วนตัว (Dupont,
1997) |
| ในปี ค.ศ. 1907 วิลแฮม
เวิลแดม (Wilhelm Vorndamme) เป็นครอบครัวแรกที่ทำกิจการตัดเสื้อของอาสาสมัครนักผจญเพลิง
และได้จดทะเบียนเป็นหนึ่งในชุดป้องกันความร้อนสำหรับนักผจญเพลิง ต่อมาครอบครัว
เวิลแดมได้พัฒนาผ้าลินินที่มีความสามารถดูดซึมน้ำได้นาน และเก็บรักษาความเย็นได้นาน
ซึ่งเป็นระบบการป้องกันไฟโดยการทำผ้าให้เปียกแบบโบราณ รวมทั้งระบบบรรจุภัณฑ์สายรัดของน้ำแข็ง
หรือน้ำเย็นในร่างกาย เป็นระบบที่ได้รับความนิยมและถูกพัฒนามาเป็นเวลานาน
(Dupont, 1997) อย่างไรก็ตามระบบนี้ ก็ยังช่วยการลดอุณหภูมิความร้อนได้ไม่มากเท่าที่ควร
และยังเป็นการเพิ่มไอน้ำที่ร้อน ทำให้ร่างกายเสียเหงื่อมากอีกด้วย
|
| เวิลแดมยังเป็นผู้ที่ริเริ่มงานการตัดชุดนักผจญเพลิงด้วยผ้าขนสัตว์
หนังสัตว์ และผ้าฝ้าย ที่นำวิวัฒนาการ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในขบวนการผลิต
รวมถึงการใช้สารที่มีส่วนประกอบของฟอสฟอรัส (Phosphorus) ที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติของผ้าในด้านการต้านไฟ
การพัฒนาคุณสมบัติการต้านไฟจึงเกิดขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา (Dupont,
1997) |
| ความสำคัญของสิ่งทอต้านไฟ |
| ความสำคัญของสิ่งทอต้านไฟ และ ความต้องการในการใช้สิ่งทอต้านไฟ
เข้ามามีบทบาทมากขึ้น การผลิตเส้นใย ที่นำมาทำเป็นผืนผ้าให้มีคุณสมบัติ
การต้านไฟที่ดี หรือ ที่เรียกว่า "ผ้าต้านไฟ" นั้นมีส่วนช่วยให้เกิดความปลอดภัยจากการเกิดเพลิงไหม้ได้อยู่ไม่น้อย
การพัฒนาเส้นใยที่นำมาผลิตเป็นผ้าต้านไฟที่มีคุณภาพสูง ให้เป็นที่ยอมรับจึงเป็นสิ่งจำเป็น
และจะต้องให้ความสำคัญมากขึ้น |
| ผ้าที่ใช้ภายในบ้าน อาคารสถานที่ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นชนวนอย่างดีในการลุกติดไฟ
เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ผ้าใยสังเคราะห์ต่างๆ ที่ไม่ได้รับการตกแต่งให้มีคุณสมบัติต้านไฟ
ทำให้การลุกติดไฟเกิดขึ้นได้อย่างลวดเร็ว ผลที่เกิดขึ้นตามมา คือ ก๊าซพิษต่างๆ
และกลุ่มควันที่เป็นอันตรายสำหรับคน (Samantha, 1997) |
| ในระหว่างการเกิดไฟไหม้ จะมีการกระจายตัวของ ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์
(Carbonmonoxide) และ คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbondioxide) ซึ่งคาร์บอนมอนนอกไซด์นี้เป็นก๊าซพิษที่รุนแรง
และเป็นอันตรายต่อร่างกาย และอัตราส่วนของคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศก็มีอิทธิพลต่อการลุกไหม้ให้รวดเร็วขึ้น
(S.C.Anand AND S.J.Garvey, 1997) |
| ในชีวิตประจำวันคนส่วนใหญ่ใช้เครื่องนุ่งห่มเป็นปัจจัยสำคัญ
เช่น ในสถานที่ทำงาน โรงแรม โรงพยาบาล เป็นต้น การเลือกใช้สิ่งทอต้านไฟจึงต้องให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าระบบการป้องกันไฟหรือแม้กระทั่งนักผจญเพลิงที่มีความเสี่ยงอันตรายจากไฟ
การให้ความปลอดภัยในเรื่องของชุดที่ผลิตจากสิ่งทอต้านไฟ เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่
ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องคำนึงถึง |
คำจำกัดความที่สำคัญเกี่ยวกับสิ่งทอต้านไฟ*
- FLAMMABILITY หมายถึง การลุกติดไฟ
- FLAME RETARDANCY หมายถึง การตกแต่งเพื่อให้มีคุณสมบัติต้านไฟ
- FLAME RESISTANCE หมายถึง การต้านไฟ
- ค่า LOI หมายถึง LIMITING OXYGEN INDEX ถ้า ค่า LOI สูงจะมีออกซิเจน
(OXYGEN) ในเส้นใยมาก จึงมีผลให้เส้นใยมีความสามารถในการต้านไฟได้มาก
และ ค่า LOI ต่ำจะมีออกซิเจนในเส้นใยน้อย จึงมีผลให้เส้นใยมีความสามารถในการต้านไฟได้น้อย
- FR FIBERS หมายถึง FLAME RETARDANT FIBERS เส้นใยที่ตกแต่งให้มีคุณสมบัติการต้านไฟ
- FIREFIGHTER หมายถึง นักผจญเพลิง หรือ นักดับเพลิง |
| *หมายเหตุ แปลจากบทความเรื่อง "FLAME RETARDANCY"
โดย (S.C.Anand AND S.J.Garvey, 1997) |
| ปัญหาของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ |
| การเกิดเพลิงไหม้ยังเป็นปัญหาสำคัญ และควรมีมาตรการในการป้องกัน
เพื่อความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม สิ่งที่ควรรู้ในการเกิดเพลิงไหม้
ได้แก่ สาเหตุสำคัญในการเกิดเหตุเพลิงไหม้ การป้องกัน รวมทั้งประโยชน์ของสิ่งทอ
ที่มีความสำคัญและช่วยลดการกระจายของไฟในการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่จะกล่าวต่อไป |
| สาเหตุและการป้องกัน |
| ในปัจจุบัน ภัยอันตรายจากไฟยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนในสังคม
และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ผลจากการสำรวจข้อมูลทางสถิติของสถาบันรัฐบาลอังกฤษ
ในปี ค.ศ. 1994 พบว่า ความเสียหายที่เกิดจากไฟนี้มีถึง 63,600 ราย
ในจำนวนนี้ 16,480 รายได้รับความเสียหายที่ไม่รุนแรง แต่อีก 676 รายได้รับความเสียหายที่รุนแรงมากบางรายถึงแก่ชีวิตบางก็มี
(S.C.Anand AND S.J.Garvey, 1997) |
| สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ |
| จากข้อมูลทางสถิติของกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ.2537
- 2542 (ดังแสดงในตาราง) |
| จำแนกตามประเภท, สาเหตุ, ความเสียหาย, สิ่งที่ถูกเพลิงไหม้ |
| |
|
พ.ศ.
|
จำนวน
เพลิงไหม้
|
ประเภท
|
สาเหตุ
|
ความเสียหาย
|
|
เพลิงไหม้
รายใหญ่
|
เพลิงไหม้
รายเล็ก
|
เพลิงไหม้ขยะ
และหญ้าแห้ง
|
ประมาท
|
อุบัติเหตุ
|
วางเพลิง
|
อยู่ระหว่าง
พิสูจน์สาเหตุ
|
คิดเป็นเงิน
ประมาณ
ล้าน/บาท
|
|
2537
|
664
|
43
|
621
|
1,552
|
75
|
97
|
3
|
489
|
230,067,720
|
|
2538
|
565
|
51
|
514
|
1,727
|
52
|
81
|
1
|
431
|
689,948,012
|
|
2539
|
664
|
49
|
615
|
953
|
81
|
57
|
4
|
522
|
1,109,991,600
|
|
2540
|
616
|
43
|
573
|
1,959
|
64
|
63
|
2
|
487
|
867,295,940
|
|
2541
|
514
|
49
|
465
|
2,104
|
76
|
63
|
2
|
373
|
279,358,340
|
|
2542
|
531
|
35
|
496
|
1,392
|
57
|
51
|
1
|
422
|
167,869,630
|
|
|
พ.ศ.
|
สิ่งที่ถูกเพลิงไหม้
|
|
ตึกแถว
ห้องแถวไม้
|
บ้านพัก
อาศัย
|
ของใช้
|
โรงงาน
อุตสาหกรรม
|
สถานที่
ราชการ
|
วัด
|
โรงแรม
|
แผงลอย
|
โรงเรียน
|
อู่ซ่อม
รถยนต์
|
โกดัง
เก็บของ
|
อาคารสูง
|
ห้าง
สรรพสินค้า
|
|
2537
|
131
|
177
|
110
|
31
|
12
|
3
|
4
|
|
4
|
5
|
10
|
|
5
|
|
2538
|
108
|
165
|
82
|
27
|
17
|
6
|
4
|
1
|
3
|
5
|
5
|
12
|
5
|
|
2539
|
117
|
141
|
126
|
42
|
17
|
5
|
5
|
3
|
1
|
5
|
10
|
7
|
4
|
|
2540
|
113
|
155
|
109
|
20
|
12
|
4
|
6
|
2
|
1
|
3
|
15
|
17
|
4
|
|
2541
|
107
|
126
|
68
|
28
|
14
|
6
|
5
|
2
|
1
|
8
|
9
|
11
|
1
|
|
2542
|
86
|
118
|
107
|
22
|
14
|
5
|
6
|
7
|
6
|
2
|
9
|
9
|
5
|
|
ตาราง : สถิติเพลิงไหม้ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2537-2542
ที่มา
: http://www.fire.police.go.th/stat.html กรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย
|
| จากตารางจะแสดงให้เห็นว่าการเกิดเพลิงไหม้ส่วนใหญ่
เกิดจากอุบัติเหตุและความประมาทมากที่สุด สิ่งที่ถูกเพลิงไหม้ส่วนใหญ่เป็นอาคาร
บ้านเรือน และห้องแถวไม้ ที่เป็นเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี การเกิดเพลิงไหม้แต่ละครั้งนั้นสร้างความสูญเสียให้แก่เจ้าของทรัพย์สินเป็นจำนวนไม่น้อย |
| Hans
(1997) กล่าวถึงปัจจัยสำคัญที่เป็นสาเหตุในการเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ได้แก่ |
| 1.โครงสร้างของตัวอาคาร
และการวางแบบแปลน ที่จะต้องสร้างให้ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น มีบันไดหนีไฟ
มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกดับเพลิง รวมทั้ง ระบบสัญญาณเตือนไฟ เป็นต้น |
| 2.อุปกรณ์ตกแต่งภายในอาคาร
เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่มีส่วนประกอบของไม้ ผ้าม่านที่ผลิตจากเส้นใยที่ลุกติดไฟได้ง่าย
เป็นต้น ที่จะเป็นชนวนสำคัญในการเกิดเพลิงไหม้ และให้ไฟกระจายตัวได้อย่างลวดเร็ว |
| 3.พื้นที่ๆ
มีความเสี่ยงสูง เช่น โกดังเก็บสินค้า โรงงานเสื้อผ้าสำเร็จรูป (GARMENT)
โรงงานกระดาษเป็นต้น ที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องการเกิดเพลิงไหม้มากเป็นพิเศษ |
| 4.ระบบสาธารณูประโภค
เช่น ระบบสัญญาณเตือนภัย ระบบการตรวจจับควัน เป็นต้น ที่ไม่ได้มาตรฐาน
และมองข้ามระบบต่างๆที่ให้ความปลอดภัยเหล่านี้ |
| สาเหตุต่างๆเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
และสามารถป้องกันได้ เพราะถ้าเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นจะเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว
ดังนั้น จึงควรหาวิธีการป้องกันเพื่อความปลอดภัยแก่ตนเอง และสังคม |
| การป้องกันการเกิดเหตุเพลิงไหม้ การเกิดเหตุเพลิงไหม้สามารถป้องกันได้
โดยสิ่งต่างๆ ดังนี้ (Hans, 1997) |
| 1.แปลนโครงสร้างอาคารควรเป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมาย
เช่น จัดให้มีบันไดหนีไฟที่อยู่นอกตัวอาคาร ไม่ต่อเติมโครงสร้างอาคารใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาติ
เป็นต้น ที่เป็นตัวกำหนดความเร็วของไฟได้ |
| 2.การทำประกันภัย
ทรัพย์สิน ประกันความเสียหายที่เกิดจากเพลิงไหม้ |
| 3.ระบบการตรวจจับควันเครื่องจะป้องกันเมื่อเกิดไฟ
ประเภทสปริงเกอร์ (Sprinker) สามารถควบคุมไฟให้อยู่ในบริเวณที่จำกัด |
| 4.ระบบสัญญาณเตือนภัยเมื่อเกิดไฟไหม้ที่มีประสิทธิภาพสูง
ส่วนใหญ่จะทำงานควบคู่กับระบบการตรวจจับควัน (Iintelligent) |
| นอกจากที่กล่าวมาแล้วที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือ
สิ่งทอต้านไฟ ประเภทที่มีความสามารถในการลุกไหม้ช้า และควบคุมการกระจายของไฟให้อยู่ในพื้นที่จำกัดได้ |
| ประโยชน์ของสิ่งทอต้านไฟ |
| เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้ว
บุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ ๆ มีความเสี่ยงอันตรายจากไฟ
คือ นักผจญเพลิง (Dupont, 1997) ซึ่งมีส่วนช่วยให้ชีวิตปลอดภัย จากการเกิดเพลิงไหม้ได้หลายครั้งมีผู้รอดชีวิตจากกลุ่มไฟได้
เพราะการเสี่ยงช่วยชีวิตคนของนักผจญเพลิง ที่ต้องบุกเข้าไปในกลุ่มไฟเหล่านั้น
โดยไม่กลัวอันตรายจากไฟ ดังนั้น ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจน คือ นำสิ่งทอต้านไฟไปผลิตเป็นชุดนักผจญเพลิงเพื่อเป็นการให้ความปลอดภัยแก่นักผจญเพลิง
|
| นอกจากนำไปผลิตชุดนักผจญเพลิง
ชุดกันประกายไฟ แล้ว ยังนำไปผลิตเป็นส่วนตกแต่งภายในอาคารบ้านเรือน
เช่น ผ้าม่าน ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ และสิ่งต่างๆที่มีผ้าเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ซึ่งในแถบยุโรป นิยมใช้ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยต้านไฟเทอวิรา-ซีเอส ที่มีความสามารถในการต้านการลุกติดไฟได้ดี
(Hoechst, 1996) |
| เส้นใยต้านไฟ |
เส้นใยต้านไฟที่จะกล่าวถึงมีดังนี้
1. เส้นใยฝ้าย (Cotton
fibers)
2. เส้นใยไวซิล (Visil
fibers)
3. เส้นใยเทอวิรา-ซีเอส
(TREVIRA CS FIBER) |
| เส้นใยฝ้าย
(COTTON FIBERS) |
| คุณสมบัติของผ้าฝ้ายโดยทั่วไป
ผ้าฝ้ายเป็นเส้นใยธรรมชาติที่ให้ความสบาย มีความคงทนต่อการขัดถูดี
แต่มีความสามารถในการลุกติดไฟได้อย่างรวดเร็ว (นวลแข, 2536) และเป็นเส้นใยที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
ตามอาคาร สำนักงาน เครื่องใช้ในบ้านส่วนใหญ่เหล่านี้ ล้วนแต่มีส่วนประกอบของใยฝ้ายทั้งสิ้น
ดังนั้น การตกแต่งผ้าฝ้ายให้มีคุณสมบัติต้านไฟ จึงควรให้ความสำคัญ
เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ดีตามที่ต้องการ ทั้งความปลอดภัย ความสบายในการสวมใส่
ความคงทนต่อการทำความสะอาด และการต้านไฟฟ้าสถิตย์ (พิศมัย, 1996) |
| การตกแต่งผ้าฝ้ายให้มีคุณสมบัติต้านไฟนี้
เป็นการนำเทคโนโลยีของสารเคมี และการตกแต่งสำเร็จที่เกิดจากการร่วมมือกัน
ระหว่างโรงงานผู้ผลิตและ Cotton Incorperate ของบริษัทผู้ผลิตฝ้ายในประเทศอเมริกาเมื่อผ้าฝ้ายได้รับการตกแต่งต้านไฟแล้ว
(FR Cotton) จะไม่ลุกไหม้ต่อ และไม่หดตัวหรือหลอมละลาย (พิศมัย, 1996) |
| สารเคมีที่ใช้ในการตกแต่งผ้าฝ้าย มีองค์ประกอบหลักเป็นออกาโนฟอสฟอรัส
(Organophosphorus) ได้แก่ Phosphonium Precondensate หรือ Tretrakis
hydroxymethyl phosphonium hydroxide (พิศมัย,1996) นอกจากนี้ยังมีสารเคมีที่เป็นที่นิยมใช้
คือ N-methylol dimethyl phosphonopropionamide (MDPPA) หรือ ไพโรวาเทกซ์
(Pyrovatex) (Bruce, 1997) เป็นต้น |
| เส้นใยไวซิล
(VISIL FIBERS) |
| เส้นใยไวซิล
เป็นเส้นใยที่ได้รับการปรับปรุงมาจากวิสโคส (Viscose Rayon) เพิ่มคุณสมบัติการต้านไฟลงไปในเส้นใย
เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ดีและเป็นที่ต้องการ เกิดควันและก๊าซพิษที่มีจำนวนน้อย
โดยปกติวิสโคส (Viscose) ของไวซิลจะลุกติดไฟได้ด้วยตัวเองแต่จะมีส่วนผสมของ
ซิลิกา (Silica) ที่เป็นตัวกันความร้อนในการลุกติดไฟของเส้นใยไวซิล
จึงส่งผลให้คุณสมบัติของเส้นใยไวซิลเป็นเส้นใยที่มีความสามารถในการต้านไฟ
เมื่อนำเส้นใยไวซิลไปเผาไฟจะให้ควันที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ และ คาร์บอนมอนนอกไซด์
แต่จะไม่ให้ก๊าซพิษประเภทไฮโดรเจนคลอไรด์ (Hydrogen Chloride) และ
ฮาโลเจน (Halogens) ในตัวของเส้นใยเองจะไม่หลอมละลาย เมื่อโดนไฟ และมีสารที่ระเหยออกไปจากเส้นใย
ซึ่งมีความสามารถดับไฟได้ในตัวเอง (Samantha, 1997) |
| เส้นใยไวซิลเป็นเส้นใยที่มีคุณสมบัติต้านไฟแต่จะไม่สามารถทนความร้อนอุณหภูมิสูงได้สามารถทนไฟในระยะเวลานานที่อุณหภูมิ
150ฐC และทนไฟในระยะเวลาสั้นที่อุณหภูมิ 200ฐC ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของวัตถุดิบระยะเวลา
และความแข็งแรง มีค่า LOI สูงกว่า 26 เป็นเส้นใยที่ตกแต่งให้มีคุณสมบัติต้านไฟ
(Flame retardant) ในโครงสร้างของเส้นใยมีห่วงโมเลกุลของโพลิไซลิซิก
(Polysilicic) เป็นสารที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติต้านไฟ เนื่องจากมีน้ำเป็นส่วนประกอบ
ของการระเหย (Dehydration) จะทำให้สามารถลดปริมาณความร้อน และลดการต่อเนื่องของเปลวไฟได้เป็นอย่างดี
(Samantha, 1997) |
| เมื่อนำเส้นใยมาใช้ผลิตเป็นผืนผ้าจะต้องมีคุณสมบัติที่ดี
คือ ความสบายในการสวมใส่ และมีความต้านทานไฟได้ดี ส่วนใหญ่นิยมนำเส้นใยไวซิลไปผสมกับเส้นใยชนิดอื่นเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้ดีขึ้น |
| การปรับปรุงคุณสมบัติต้านไฟของเส้นใยไวซิล ( FLAME
RETARDENTCY OF VISIL FIBERS ) |
การปรับปรุงเส้นใยไวซิลเพื่อให้คุณสมบัติที่ดีมีอยู่หลายวิธี
เช่น
1. VISIL CONTAINING 30 - 33 % PURE SILICIC ACID
2. VISIL AP CONTAINING 33 % ALUMINOSILICATE MODIFIED SILICA
3. VISIL / MODACRYLIC
4. VISIL / WOOL |
| ในการปรับปรุง
2 วิธีแรก คือ Visil Containing 30 - 33 % Pure Silicic Acid และ Visil
AP Containing 33 % Aluminosilicate Modified Silica เป็นขบวนการทำให้เส้นใยคงสภาพอยู่ได้โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย
ในการปรับปรุงวิโคสให้เซลลูโลสและซิลิกาของกรดโพลอไซลิซิก (Polysilicic
Acid) ถูกดัดแปลงให้เป็นเส้นใยวิสโคส (Vicose fibers) ที่มีส่วนผสมที่หาได้ง่ายซึ่งคุณสมบัติของซิลิกาสามารถต้านไฟได้ดี
(Samantha, 1997) |
| Visil
AP เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมาก เพราะ เส้นใยมีคุณสมต้านไฟ แล้วยังง่ายต่อการดูแลรักษา
และการทำความสะอาด รวมทั้งการให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความคงทน และที่สำคัญให้ความปลอดภัยในการสวมใส
(Samantha, 1997) |
| ในการปรับปรุง
2 วิธีหลัง เป็นการค้นพบโดย การทำงานวิจัยของ S.C.Anand AND S.J.Garvey
มีจุดประสงค์หลักในการวิจัยครั้งนี้ คือ เพื่อเป็นประโยชน์แก่สวนรวม
และเป็นที่ยอมรับของเส้นใยไวซิล ในการนำมาผลิตเป็นเส้นด้ายเพื่อทำผื่นผ้า
ข้อดีของการปรับปรุงคุณภาพของเส้นใยไวซิล ที่นำไปผสมกับเส้นใยที่มีคุณสมบัติที่ดี
2 ชนิดได้แก่ โมดอะคิลิก(Modacrylic) และ ขนสัตว์ (Wool) จะได้เส้นใยตามที่ปรากฏ
คือ มีคุณสมบัติดีกว่า 2 วิธีแรก มีความต้านทานไฟดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ
ผ้าไม่ทอ และผ้าถัก ก็จะให้คุณสมบัติที่ให้ความสบายแต่จะมีความแข็งแรงค่อนข้างต่ำ
มีความสามารถในการสะท้อนแสงที่พื้นผิว (มีความเงามัน) และมีน้ำหนักที่เบาขึ้น
ขบวนการปรับปรุงเส้นใยที่มีจุดเด่นนี้ทำให้ใยผสมที่ได้ มีคุณสมบัติทั้งในเรื่อง
การต้านไฟที่ดี และมีคุณสมบัติเส้นใยที่ดีต่างๆกัน ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของเส้นใยที่นำมาผสม |
เส้นใยเทอวิรา-ซีเอส
(TREVIRA CS FIBER)
เส้นใยชนิดใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีคุณสมบัติความสามารถในการต้านไฟ
บริษัท HOECHST JAPAN จำกัด ได้นำเส้นใยพอลิเอสเทอร์ (Polyester) มาทำการปรับปรุงการลุกติดไฟของเส้นใยโดยใช้สารฟอสฟอรัส
และออกาโนฟอสฟอรัสจึงได้เส้นใยที่มีชื่อว่า เทอวิรา-ซีเอส (Trevira
CS) ที่มาของชื่อเส้นใย เทอวิรา-ซีเอส C และ S สัญลักษณ์ 2 ตัวนี้
ได้รับการยอมรับจากสากล (Hoechst, 1996) คือ |
| C
มาจากคำว่า Comfort |
| S
มาจากคำว่า Safety |
| เส้นใยเทอวิรา-ซีเอส
เส้นใยชนิดใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความสามารถในการต้านไฟได้ดี
จนเป็นที่ยอมรับในทวีปยุโรป ผู้บริโภคในทวีปยุโรปให้ความสำคัญ เรื่องความปลอดภัยเกี่ยวกับผ้าที่ใช้ในอาคาร
บ้านเรือน และสำนักงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม โรงพยาบาล ล้วนแล้วแต่เห็นความสำคัญของผ้าต้านไฟมากขึ้น
|
Hoechst
(1996) กล่าวถึงคุณสมบัติของเส้นใย เทอวิรา-ซีเอส ดังนี้
1. มีความสามารถในการควบคุมการลุกติดไฟได้ดี
2. มีความสามารถในการดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย
3. ฟอกขาวด้วยคลอรีนได้
4. สามารถนำไปปั่นแห้ง
และ ซักแห้งได้
5. มีความสามารถในการทำความสะอาดด้วยสารซักฟอกเพียงจำนวนน้อย
จึงไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม คุณสมบัติดังกล่าวจึงเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป
|
| บทสรุป |
| การพัฒนาการทางด้านสิ่งทอในปัจจุบันนี้
เป็นประโยชน์แก่สังคมส่วนรวมเป็นอย่างมาก สิ่งทอต้านไฟก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ความปลอดภัยแก่ชีวิต
และทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น ทั้งผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้สิ่งทอต้านไฟโดยตรง
ได้แก่ นักผจญเพลิง ช่างอ๊อกโลหะต่างๆ รวมทั้งผู้ที่ต้องเสี่ยงกับประกายไฟ
หรือเปลวไฟ นอกจากนี้ยังผู้ที่ให้ความสำคัญในส่วนของผ้าที่ใช้ในบ้าน
ส่วนประกอบต่างๆ ที่ผลิตจากเส้นใย (ผืนผ้า) ภายในอาคาร ที่ให้ความปลอดภัยสูง |
| สำหรับในประเทศไทยแล้ว
คนส่วนใหญ่มองข้ามสิ่งสำคัญต่างๆเหล่านี้ไป จึงทำให้การเกิดเพลิงไหม้ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก
ความประมาทของผู้คน ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโศกนาฏกรรมหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารเพรสซิเดนทาวเวอร์
ที่ไม่มีระบบการป้องกันการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่มีประสิทธิภาพ และยังเป็นอาคารที่มีความสูงมากเกินกว่าที่อุปกรณ์ดับเพลิงจะเข้าถึง
รายล่าสุดที่ผ่านไปไม่นานคือ โรงแรมรอยัลจอมเทียนบรีซรีสอทพัทยา ที่เกิดจากอุบัติเหตุแก๊ซในห้องครัวระเบิด
เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย เนื่องจากโครงสร้างอาคารที่มีการต่อเติมโดยไม่ขออนุญาต
ให้ถูกต้อง มีบางส่วนของตัวอาคารถล่มทับคนที่อยู่ในส่วนล่างของอาคาร
และ ระบบป้องกันภัยไม่ทำงาน รวมทั้งที่สำคัญ ผ้าที่ใช้ในโรงแรม เป็นผ้าที่ลุกติดไฟได้อย่างลวดเร็ว
เช่นผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในห้องพัก และห้องอาหารในโรงแรม
ส่วนต่างๆ เหล่านี้เอง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน และชีวิตที่ไม่สามารถจะเรียกกลับคืนได้เลย
ดังนั้น การให้ความสำคัญในส่วนที่สามารถช่วยได้ เช่น ลดการกระจายของไฟโดยใช้ผ้าที่มีคุณสมบัติต้านไฟ
การติดตั้งระบบการป้องกันไฟ อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตมีมากขึ้น |
| เส้นใยที่ได้รับการปรับปรุง
และตกแต่งให้มีคุณสมบัติต้านไฟ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการผลิตผืนผ้าที่มีความสามารถทนไฟ
ไม่ว่าจะเป็นเส้นใยธรรมชาติ หรือเส้นใยประดิษฐ์ก็ตาม ที่ช่วยให้ความปลอดภัยผู้บริโภค
สร้างความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึง ป้องกันอันตรายจากไฟในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่เสี่ยงต่อไฟ
(นักผจญเพลิง) ความจำเป็นของสิ่งทอต้านไฟจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน
เพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนเอง สิ่งแวดล้อม และสังคมส่วนรวม |