<% if isNull(Session("conn")) or Session("conn") = "" then GlobalDbConnect "conn", conn end if %>
 
  หน่วยงานต่างๆในสถาบัน
ฝ่ายบริหาร
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
ฝ่ายวิชาการ
แผนกบัญชี
ศูนย์ข้อมูลสิ่งทอ
ศูนย์วิเคราะห์ทดสอบ

  โครงการพิเศษต่างๆ
แผนแม่บทสิ่งทอ
แผนแม่บทรองเท้าและ
    เครื่องหนั
Benchmark สิ่งทอ
โครงการชุบชีวิตธุรกิจไทย

 งานตามกลยุทธ์
การสร้างความเชื่อมโยง
การยกระดับผลิตภัณฑ์
ส่งเสริมความสามารถและขจัด
    อุปสรรคทางการแข่งขัน
การเพิ่มประสิทธิภาพ
    อุตสาหกรรม
การตลาดเพื่อสร้างความสามารถ
    ในการแข่งขัน
  
 
 
 
 
                    
 เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายกับความปลอดภัยของชีวิต
อาจารย์สิริพิชญ์ เหลืองสุวรรณ
ความปลอดภัยกับคุณภาพชีวิตในสังคมปัจจุบัน

เช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2545 หัวข้อข่าวที่น่าสลดใจสำหรับหัวอกผู้ที่เป็นพ่อแม่ คือเหตุการณ์ไฟลุกไหม้เครื่องเล่นรถไฟลอยฟ้าห้างดังกลางกรุง สองหนูน้อยเคราะห์ร้ายสำลักควันถูกไฟคลอกเสียชีวิตคารถ สาเหตุจากการทำงานของมอเตอร์ที่ไหม้และไฟฟ้าลัดวงจรทำให้ไฟลุกลามไปยังตัวโบกี้รถไฟที่ทำด้วยไฟเบอร์เกิดควันและเปลวไฟอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้ ด.ญ.วริศราสำลักควันและถูกไฟคลอกเสียชีวิตคารถส่วน ด.ญ.มัณฑการณ์ถูกไฟคลอกและตกจากรถไฟสูงจากพื้นประมาณ 12 เมตร เสียชีวิตทันที ส่วนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีกว่าจะควบคุมเพลิงไว้ได้ (มติชน,2545) อุบัติเหตุครั้งนี้ สาเหตุจากการมองข้ามความปลอดภัยของผู้ให้บริการ ประกอบกับการเตรียมการด้านการรักษาความปลอดภัยไม่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งกฎหมายด้านความปลอดภัยในอาคาร และเครื่องเล่นสาธารณะไม่สามารถบังคับใช้กับผู้ให้บริการได้อย่างเคร่งครัดทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น อุบัติเหตุเพลิงไหม้เช่นนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก สาเหตุที่สำคัญเกิดจากการสำลักควันไฟที่ลุกไหม้ทำให้หมดสติและไฟคลอกตายในที่สุด
อีกรายที่ได้รับอุบัติเหตุทำให้สูญเสียอวัยวะในร่างกาย รายการผู้หญิงผู้หญิงทางโทรทัศน์ช่อง3 เช้าวันที่ 5 กรกฎาคม 2545 ได้เสนอเรื่องที่คาดไม่ถึงอีกรายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิต คือ มีผู้ได้รับอุบัติเหตุจากน้ำยาล้างห้องน้ำกระเด็นใส่ตาทำให้ตาบอดทั้งสองข้างและไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายพิการตลอดชีวิต
จากตัวอย่างข่าวที่เสนอมาข้างต้นนี้ เป็นอุทาหรเตือนใจให้แก่คนในสังคมปัจจุบันในเรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อุบัติเหตุและความประมาทเกิดได้ทุกเวลา ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญเรื่องมาตรการณ์รักษาความปลอดภัยและการออกกฎหมายบังคับใช้อุปกรณ์เครื่องเล่นสาธารณะ การแนะนำวิธีใช้และป้องกันผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมี รวมทั้งฉลากข้างบรรจุภัณฑ์ที่อธิบายวิธีการใช้และป้องกันอย่างถูกต้อง นอกจากอันตรายที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีอันตรายใกล้ตัวอีกหลายประเภทที่ควรศึกษาเรียนรู้ และหาวิธีป้องกันเพื่อสภาพความเป็นอยู่ของคนในสังคมไทยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เครื่องแต่งกายกับอันตรายจากการทำงานของคนไทยที่ถูกมองข้ามเรื่องความปลอดภัย

สังคมไทยทุกวันนี้มีการแข่งขันในระบบธุรกิจกันอย่างสูงไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอุตสาหกรรม ทั้งอาหารกระป๋อง เสื้อผ้า วัสดุอุปกรณ์อีเล็กโทรนิค เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน นักวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรังสีต่างๆ ซึ่งหน้าที่ของบุคลากรในแต่ละอาชีพมีความแตกต่างกัน เครื่องแต่งกายเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถบอกถึงหน้าที่ของงานแต่ละอาชีพได้ เช่น เกษตรกร นักวิจัย ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ นักธุรกิจ เป็นต้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนมองข้าม คือ ความปลอดภัยในหน้าที่การทำงานที่เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวันไม่สามารถป้องกันได้
มนุษย์ใช้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวันเพื่อปกปิดร่างกาย แต่มิได้ปกป้องร่างกายจากอันตรายที่เกิดจากรอบๆตัวหรืออันตรายจากการทำงาน มีกลุ่มคนหลายอาชีพที่ต้องเสี่ยงอันตรายจากหน้าที่การทำงานอยู่เป็นประจำ เช่น นักดับเพลิง เกษตรกร แพทย์ในโรงพยาบาล ทหาร ตำรวจ นักวิจัยด้านเคมีและรังสี เกษตรกร เป็นต้น อาชีพเหล่านี้ต้องการเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่สามารถป้องกันอันตรายจากการทำงานได้ ซึ่งมีโอกาสที่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้มองข้ามและไม่เห็นความสำคัญของเสื้อผ้าป้องกันภัย (Protective Clothing)

เสื้อผ้าป้องกันภัยคืออะไร

เสื้อผ้าป้องกันภัย (Protective Clothing) หมายถึง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายรวมทั้งเครื่องป้องกันอันตรายต่างๆ ตั้งแต่ศรีษะจรดเท้า สามารถปกป้องร่างกายทุกส่วนที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายรอบๆตัวและอันตรายที่เกิดจากการทำงาน เช่น เสื้อนักผจญเพลิง แว่นตากันเศษเหล็ก ถุงมือแพทย์ผ่าตัด หน้ากากป้องกันฝุ่นและควันพิษ เป็นต้น ซึ่งเครื่องแต่งกายต่างๆเหล่านี้ใช้เฉพาะกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงอันตรายจากหน้าที่การทำงานประเภทนั้นๆ

อันตรายหลายประเภทที่เกิดขึ้นจากการทำงาน (Work Place Hazards) แบ่งเป็น 5 ประเภท (Martura, 1994) ดังนี้
1. อันตรายจากสารเคมี (Chemical hazards) คือ อันตรายที่ได้รับจากสารเคมีซึ่งจะอยู่ในรูปแบบต่างๆ (Forms) ได้ดังนี้
- แก๊ส (Gases) เป็นอันตรายจากสารเคมีที่อยู่ในรูปของแก๊สที่อันตรายที่สุด ซึ่งสมบัติของแก๊สนี้สามารถระเหย และสามารถแทรกซึมได้อย่างรวดเร็ว
- ของเหลว (liquid) เป็นอันตรายจากสารเคมีที่อยู่ในรูปของเหลวซึ่งส่วนใหญ่สารเคมีจะอยู่ในรูปของเหลว มีอันตรายรองจากแก๊ส
- ของแข็ง (Solids) เป็นอันตรายจากสารเคมีที่อยู่ในรูปของแข็งมีอันตรายน้อยที่สุด

ผู้ที่อยู่ในข่ายเสี่ยงอันตรายและอาจจะได้รับสารเคมี ได้แก่
- นักเคมี ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีเป็นประจำ
- เกษตรกร ชาวนาที่จะต้องใช้ปุ๋ยเคมี
- ชาวสวน
- ผู้ที่ใช้สารป้องกันและปราบศัตรูพืช เช่น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทดลอง
- เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย เช่น นักผจญเพลิง เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู เป็นต้น
- เจ้าหน้าที่หน่วยกำจัดขยะอันตราย ส่วนใหญ่เป็นขยะทางการแพทย์
- พนักงานปิโตรเคมี สถานีขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล
วัสดุที่ใช้ทำเครื่องแต่งกายป้องกันอันตรายจากสารเคมีควรมีคุณสมบัติดังนี้
- สามารถป้องกันอันตรายจากการแทรกซึมผ่านของสารเคมีเข้าสู่ร่างกายได้
- สามารถป้องกันสารเคมีที่เกิดจาก การผลิต การเก็บ การใช้ รวมทั้งการขนส่งเคลื่อนย้าย
- มีรูปแบบในการตัดเย็บควรสวมใส่สบายและไม่ให้สารเคมีซึมผ่านได้
- โพลิเมอร์ที่ใช้ผลิต มีทั้งโพลีเมอร์จากฝ้าย , ฝ้ายผสม , โพลิเมอร์จากใยกึ่งสังเคราะห์ (ในรูป Non-Woven) และ โพลิเมอร์ที่อยู่ในรูปของฟิล์ม (ซึ่งไม่ให้สารเคมีผ่าน) ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันการแทรกซึมของสารเคมีได้ดี
- วัสดุที่ใช้มีทั้งประเภท Disposable คือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และ Reusable คือ สามารถซักทำความสะอาดได้ มีทั้งชุดที่ป้องกันเป็นเพียงบางส่วน และปิดหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า
- วัสดุที่ใช้มีความต้านทานต่อสารเคมีได้สูง มีดังนี้
1) Teflon สำหรับทำอุปกรณ์ป้องกันหน้า (Face shields)
2) Viton ใช้ทำถุงมือ Protective gloves ที่สามารถป้องกันสาร Chlorinated hydrocarbons ได้ดี อยู่ในลักษณะผ้าชั้นเดียว หรือ เคลือบทับวัสดุก็ได้
3) Chem Feb Teflon ใช้ทำวัสดุเสริมแรงAramid - Reinforced fluoroelastoplastic composite มีคุณสมบัติป้องกันสารเคมีได้สูง

2. อันตรายจากความร้อน (Thermal harzards) คือ อันตรายที่เกิดจากความร้อนซึ่งจะมีชนิดของความร้อน ดังต่อไปนี้
- Radiation รังสีความร้อน ซึ่งจะได้รับมากที่สุดเมื่อเกิดความร้อน
- Convective heat ความร้อนโดยตรงจากเปลวไฟ
- Conductive heat ความร้อนที่ได้รับโดยผ่านโลหะ เช่น เตารีด
ผู้ที่อยู่ในข่ายเสี่ยงอันตรายและอาจต้องใช้ ได้แก่
- นักผจญเพลิง
- ผู้ที่ทำงานในโรงงานผลิตแก้วประเภทต่าง ๆ และหล่อโลหะ
- พนักงานสาธารณูปโภค เช่น การไฟฟ้า
- นักบิน
- ทหาร
วัสดุที่ใช้ทำเครื่องแต่งกายป้องกันอันตรายจากความร้อนควรมีคุณสมบัติดังนี้
1) สามารถเป็นฉนวนป้องกันความร้อน หรืออันตรายที่เกิดจากความร้อนได้
2) สามารถป้องกันมิให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บจากรังสีความจากเปลวไฟ, เปลวไฟรวมทั้งวัสดุร้อนได้
3) วัสดุที่ใช้จะต้องคงสภาพเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เช่น หดตัว หลอมละลาย หรือ ไหม้เกรียม เมื่อโดนเปลวไฟ
4) ไม่ขัดขวางการปฏิบัติงานของผู้สวมใส่
5) วัสดุที่ใช้จะต้องมีความหนา, ความหนาแน่น (Density) และ ความสามารถในการต้านทานความร้อน (Thermal resistance) ที่มีเหมาสม
6) มีพื้นผิวที่สามารถสะท้อนความร้อนได้จะมีความสามารถในการป้องกันความร้อนได้ดี
7) นิยมใช้แผ่นป้องกันความชื้น (Vapor barrier) แทรกอยู่ด้านใน เพื่อป้องกันความชื้นเข้าไปในตัวเสื้อ
8) ต้องมีค่า LOI สูงกว่า 21 จึงจะไม่ลุกไหม้ต่อในอากาศ
9) วัสดุที่ใช้ควรเป็น High temperature resistance fibers for TPC ที่มีความสามารถต้านทานความร้อนได้สูง ได้แก่ เส้นใยที่ผ่านการตกแต่งให้ทนต่อการลุกไหม้ทั้ง FR wool, FR cotton, FR rayon, เส้นใย Nomex, Kevlar, PBI, PPS, Carbon, Oxidized acrylic

3. อันตรายจากกลไก (Mechanical harzards) คือ อันตรายที่เกิดจากกลไกประเภทต่างๆ ทั้งเครื่องจักรกล แรงดันทะลุจากลูกกระสุน
ผู้ที่อยู่ในข่ายเสี่ยงอันตรายและอาจจะต้องใช้ ได้แก่
3.1 Civilian hazard พวกทำงานพลเรือน ตำรวจ พวกปราบปรามจราจล
- จากอาวุธปืน (ลอบสังหาร , การจราจล)
- จากของมีคม (งานบรรจุหีบห่อ , พ่อครัว)
3.2 Military hazard งานทหาร เช่น ทหารที่จะต้องออกสนามรบ
วัสดุที่ใช้ทำเครื่องแต่งกายป้องกันอันตรายจากกลไกควรมีคุณสมบัติดังนี้
- สามารถป้องกันอันตรายจากกลไกหรือการกระทำทางเชิงกลได้ ที่สำคัญคือ สามารถเป็นเกราะ (armor) ให้ความปลอดภัยแก่ร่างกายได้
- มีความยืดหยุ่นได้ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป
- ผลิตจากเส้นใยที่สามารถป้องกันแรงทะลุทะลวงได้สูง (High - strength high energy absorbing fibers) อาจอยู่ในรูปของการผ้าทอ (Woven Fabrics), ผ้าไม่ทอ (Non-woven fabrics) หรือ วัสดุผสมหลายชนิด (Composite)
- เส้นใยที่ใช้ ได้แก่ Kevlar (aramid), Spectra 1000 (HPPE)
- สามารถฆ่าเชื้อได้ เพื่อการลดปัญหาแบคทีเรีย
- สามารถใช้ซ้ำ และป้องกันภัยจากการถูกครูด การขัดถู และการตัดได้

4. อันตรายจากรังสี (Nuclear harzards) คือ อันตรายที่ได้รับจากรังสีต่างๆ (Radiation) ได้แก่
4.1 รังสี X-RAY
4.2 รังสี GRAMMA RAY
ผู้ที่อยู่ในข่ายที่ต้องใช้ ได้แก่
- หมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
- เจ้าหน้าที่สถานีพลังงานปรมณู นิวเคลียร
วัสดุที่ใช้ทำเครื่องแต่งกายป้องกันอันตรายจากรังสีควรมีคุณสมบัติดังนี้
- วัสดุประเภทโลหะสะท้อนสามารถป้องกันรังสีได้ดีที่สุดส่วนใหญ่ใช้ทำอุปกรณ์คลุมศีรษะ (aprons), ฉากป้องกันรังสี แต่จะมีปัญหาเรื่องความสามารถในการยืดหยุ่น (Flexible)
- ใช้วัสดุใยผสมจากตะกั่ว (Melt spun fibers of lead metal) เพื่อให้สะดวกในการตัดเย็บและเส้นใยมีความสามารถในการยืดหยุ่นสูง

5. อันตรายจากเชื้อโรค (Biological harzards) คือ อันตรายที่ได้รับจากเชื้อโรค ส่วนใหญ่ผู้มีความเสี่ยงจากอันตรายประเภทนี้เป็นกลุ่มคนที่ทำงานในโรงพยาบาล
ผู้ที่อยู่ในข่ายที่ต้องใช้ ได้แก่
- ผู้ที่ต้องสัมผัสของเหลวต่างๆ ที่ออกจากร่างกายจะมีเชื้อโรคอยู่ หรือ Body Fluids เช่น เลือด น้ำเหลือง แผลพุพอง เป็นต้น
- ผู้ทำงานซักรีดทำความสะอาดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องใช้ที่เปื้อน Body Fluids
- เจ้าหน้าที่ห้องปฎิบัติเกี่ยวกับเลือด
- เจ้าหน้าที่ห้องผ่าตัด , ห้องดับจิต , ห้องอุบัติเหตุ , รวมทั้งเจ้าหน้าที่ห้องดับจิต
วัสดุที่ใช้ทำเครื่องแต่งกายป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคควรมีคุณสมบัติดังนี้
- สามารถป้องกันการแทรกซึมของเชื้อโรค จุลินทรีย์เข้าสู่ร่างกายและป้องกันการติดเชื้อระหว่างคนไข้ และเจ้าหน้าที่ได้
- วัสดุที่ใช้ต้องเคลือบด้วย Impermeable coatings
- วัสดุที่ผสม Microencapsulation of antimicrobial agents ในเส้นใย
- วัสดุที่ป้องกันได้ดีต้องเป็นโครงสร้างของ
1) ผ้าไม่ทอ (Non-woven fabrics)
2) ผ้าที่ใช้วัสดุผสมหลายชนิด (Composite fabrics)
3) ผ้าที่ผ่านการเคลือบ (Coated fabrics)

สรุปงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเครื่องแต่งกายป้องกันภัย

งานวิจัย และการพัฒนาเกี่ยวกับ Protective clothing ที่ได้ดำเนินการวิจัยแล้วมีหลายเรื่อง และส่วนใหญ่มักเกี่ยวกับการปรับปรุงเส้นใยต่าง ๆ ให้มีความสามารถในการป้องกันความร้อน และการลุกติดไฟของเส้นใยตั้งแต่ขบวนการปรับปรุงโพลิเมอร์ การปั่นเส้นใยต่างชนิดที่มีคุณสมบัติส่งเสริมกัน รวมทั้งการตกแต่งสำเร็จ จนกระทั้งผลกระทบของโครงสร้างผ้าที่มีผลต่อการป้องกันความร้อน เช่น บทความวิจัยของ คุณพิศมัย ลิขิตบรรณากร วารสาร Colourway (Mar-April 1996) เรื่อง ผ้าฝ้ายต้านไฟ ที่ศึกษาในขั้นของการตกแต่งผ้าฝ้ายให้มีคุณสมบัติต้านไฟดีขึ้น หรือ งานวิจัยของ S.C. Anand และ S.J. Garvey จาก The Bolton Institute เรื่อง Flame Retardancy จากวารสาร Horizins (April-May 1997) ที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเส้นใย Visil/wool และ Visil/modacrylic ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไฟได้ดี
การวิจัยเกี่ยวกับ Protective clothing ในด้านอื่นๆ ของประเทศไทยทั้งเสื้อผ้าสำหรับป้องกันสารเคมี, กลไก และ เชื้อโรค ยังมีไม่มากนัก เพราะใช้เป็นเพียงบางหน่วยงาน เช่น เสื้อเกราะเพื่อป้องกันกระสุนของทหาร, ชุดป้องกันสารเคมีของนักปฏิบัติการ เป็นต้น ส่วนชุดป้องกันรังสี และเชื้อโรค ก็เช่นเดียวกันยังไม่มีผู้ให้ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานมากเท่าที่ควร หรือ แม้กระทั่งชุดของนักผจญเพลิง ที่จะต้องเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยสังคมก็ยังไม่มีความปลอดภัยแก่ชีวิตของคนเหล่านั้น
งานวิจัยและการพัฒนา Protective Clothing ที่เห็นควรให้มีการดำเนินการต่อไป คือ ความสบายในการสวมใส่เสื้อผ้าป้องกันต่างๆ ไม่ให้ขัดขวางการปฏิบัติทำงาน และ สามารถป้องกันอันตรายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการให้ความสำคัญของ ประโยชน์ในการใช้เสื้อผ้าป้องกันต่างๆเพื่อความปลอดภัยให้แก่ชีวิต หน่วยงานต่างๆ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และพัฒนาวัตถุดิบที่ใช้ผลิตให้มีคุณภาพดีขึ้น คิดค้นเส้นใย ที่ใช้ในทำวัตถุดิบให้มีคุณภาพดี และมีราคาเหมาะสมไม่แพงมากนัก นอกจากนั้นในประเทศไทยมีเส้นใยฝ้ายที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และเป็นเชื้อเพลิงในการลุกติดไฟได้เป็น อย่างดี ดังนั้นควรมีผู้ที่ให้ความสำคัญในการปรับปรุงเพื่อให้ฝ้ายมีความปลอดภัยแก่ผู้
บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของการลุกติดไฟ และถ้าสามารถทำให้เส้นใยฝ้ายสามารถป้องกันรังสีที่คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันต้องเผชิญ คือ รังสีจากเครื่องคอมผิวเตอร์ และรังสี UV จากแสงแดด ได้ก็จะเป็นงานวิจัยที่เป็นประโยชน์มากในอนาคต


     
 
<% Logos_THTI_in ("../") 'Footer_THTI_in ("../") %>