สถานการณ์ส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยในปี
2544 มีการหดตัวลดลง
5.77%
เมื่อเทียบกับปี
2543
ซึ่งการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยปี
2544
มีมูลค่าการส่งออก
5,266.1
ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะที่ปี 2543
ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
5,588.3
ล้านเหรียญสหรัฐ
โดยสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกลดลง
ได้แก่
สินค้าประเภท
เครื่องนุ่งห่ม
ผ้าผืนและด้าย
เคหะสิ่งทอ
และเส้นใยประดิษฐ์
ส่วนสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น
ได้แก่
ผ้าปักและผ้าลูกไม้
ผ้าคลุมไหล่
ผ้าพันคอ
ผ้าแบบสำหรับตัดเสื้อและผ้าที่จัดทำแล้ว
รวมทั้งสิ่งทออื่นๆ
หากพิจารณาสินค้าออกสำคัญของไทยจะพบว่า
เสื้อผ้าสำเร็จรูปยังคงมีมูลค่าการส่งออกอยู่ในอันดับที่
4 โดยมีมูลค่า
2,918.6
ล้านเหรียญสหรัฐ
ลดลง 6.92% จากมูลค่า
3,135.5
ล้านเหรียญสหรัฐในปี
2543
ซึ่งการลดลงของมูลค่าการส่งออกสิ่งทอของไทยในปี
2544 อาจมีสาเหตุมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักของไทย
เช่น
การส่งออกสิ่งทอของไทยไปประเทศสหรัฐอเมริกา
มีมูลค่า 2,030.2
ล้านเหรียญสหรัฐ
ลดลง 3.73%
จากมูลค่า
2,108.9
ล้านเหรียญสหรัฐในปี
2543
นอกจากนี้การก่อวินาศกรรมในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่
11 กันยายน 2544
ที่อาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา
รวมถึงการตอบโต้ของสหรัฐฯต่อกลุ่มก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน
และสหรัฐฯได้ให้สิทธิพิเศษกับปากีสถาน
เช่น
การลดภาษีนำเข้าสินค้า
ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกสินค้าสิ่งทอของไทยไปสหรัฐฯ
ส่วนตลาดสิ่งทอหลักของไทย
ยังคงเป็นตลาดสหรัฐอเมริกา
โดยมีมูลค่าสูงสุดคือ
2,030.2
ล้านเหรียญสหรัฐ
คิดเป็น 38.55%
ของการส่งออกสิ่งทอทั้งหมดของไทย ลำดับที่
2 คือ ญี่ปุ่น
มีมูลค่าการส่งออก
334.3
ล้านเหรียญสหรัฐ
คิดเป็น 6.35% รองลงมาคือ
สหราชอาณาจักร
ฮ่องกง
เยอรมันและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ตามลำดับ
โดยสินค้าส่งออกของไทยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของเสื้อผ้าสำเร็จรูป
ผ้าผืน
เส้นด้าย
เส้นใยสังเคราะห์
และเคหะสิ่งทอ
ในขณะที่คู่แข่งหลักของไทยในเอเชีย
ได้แก่ประเทศ
สิงคโปร์และจีน
รองลงมาคือ
อินโดนีเซีย
ฟิลิปปินส์
มาเลเซีย
เกาหลีใต้
และอินเดีย
ในด้านการนำเข้าอุตสาหกรรมสิ่งทอพบว่า
การนำเข้าเครื่องจักรสิ่งทอปี
2544 มีมูลค่า 443.2
ล้านเหรียญสหรัฐ
เพิ่มขึ้น
6.10%
จากมูลค่า 417.7
ล้านเหรียญสหรัฐ
ซึ่งเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นมาก
เมื่อเทียบกับการนำเข้าเครื่องจักรในปี
2543
อีกทั้งการนำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปและ
Nonwovens
มีมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
แต่ในส่วนของผ้าผืน
นั้นมีมูลค่าการนำเข้า
919.7
ล้านเหรียญสหรัฐ
ลดลง 7.89%
จากมูลค่า
998.5
ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้
จากการประชุมครั้งที่
4
ขององค์การการค้าโลก
(WTO)
ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์
ในเดือนพฤศจิกายน
ที่ประชุมได้ประกาศรับรองประเทศจีนเข้าเป็นสมาชิก
WTO ซึ่งจีนต้องปรับเปลี่ยนทิศทางการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล
รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับหลักการของ
WTO โดยการเปิดตลาดการค้าและบริการภายในประเทศ
ทำให้จีนเป็นตลาดใหญ่ที่จะรองรับทั้งสินค้า
บริการ
และการลงทุนจากนานาประเทศ
จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอของจีน
จะส่งผลต่อการผลิตและการค้าสิ่งทอของโลกอย่างไรในอนาคต