รายงานภาวะอุตสาหกรรมไตรมาสที่ 4 ปี 2544 (ตุลาคม - ธันวาคม 2544)


สภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในปี 2544

     แนวโน้มของเศรษฐกิจโลกปี 2544 และต้นปี 2545 ยังไม่สดใสนัก เป็นผลมาจากการชะลอตัวของประเทศที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกในภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยุโรป ญี่ปุ่น กลุ่มอาเซียน และกลุ่มประเทศในภูมิภาคละตินอเมริกา เนื่องจากภาคการผลิต การลงทุน การค้า และการจ้างงานยังอ่อนแออยู่ ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ เหตุการณ์การก่อวินาศกรรม ในสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน ทำให้สถาบันและหน่วยงานต่างๆ ได้ปรับลดประมาณการตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจลงมาในช่วงปลายปี 2544 อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว โดยจะเห็นว่าตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ ปรับตัวอยู่ในแดนบวก สำหรับเศรษฐกิจกลุ่มสหภาพยุโรป แม้จะมีการพึ่งพาตลาดภายในกลุ่มมากกว่า การส่งออกไปภูมิภาคอื่น แต่ก็ยังประสพภาวะชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงตกต่ำ ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาภายในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาของสถาบันการเงิน ภาวะเงินฝืด และการปรับโครงสร้างทางธุรกิจที่ยังไม่สมบูรณ์ ในส่วนของกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศอุตสาหกรรมใหม่ เนื่องจากเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนที่สูงในตลาดหลัก เช่น ตลาดสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ

     แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2545 ยังคงทรงตัว หรือขยายตัวเล็กน้อย ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้คาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจว่าอยู่ในระดับร้อยละ 2 สำหรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไตรมาสที่ 4 ของปี 2544 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประมาณการอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับร้อยละ 1.5 เท่ากับอัตราการขยายตัวในไตรมาสที่ 3 อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2545 ยังคงต้องพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนสูงขึ้น และหากแนวโน้มเศรษฐกิจ และปริมาณการค้าโลกปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2545 ตามที่คาดการณ์ จะส่งผลให้การส่งออกของไทย และการลงทุนดีขึ้นตามไปด้วย

     ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) ที่จัดทำโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ 10 กลุ่ม แสดงให้เห็นว่าการผลิตในภาคอุตสาหกรรมในปี 2544 มีการปรับขึ้นมาเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปี 2543 โดยมีค่าเฉลี่ยทั้งปีที่ 113.6 เมื่อเทียบกับ 112.1 ในปี 2543 การผลิตในภาคอุตสาหกรรมยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และมีความสม่ำเสมอตลอดปี โดยในช่วงต้นปี และปลายปีมีดัชนีผลผลิตสูงกว่าในช่วงกลางปี เช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา กลุ่มอุตสาหกรรมที่ดัชนีการผลิตกระเตื้องขึ้นมาจากปีก่อน มีและเครื่องดื่ม วัสดุก่อสร้าง ยานยนต์ เพชรพลอย และเครื่องประดับ ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ มีดัชนีผลผลิตค่อนข้างทรงตัว ในอุตสาหกรรมทั้ง 10 กลุ่ม มีเพียงกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ที่มีดัชนีผลผลิตลดลงไปมาก ดัชนีการผลิตและการส่งสินค้า ของสินค้าอุตสาหกรรม 10 กลุ่มที่จัดทำโดยสำนักงานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ก็แสดงแนวโน้มในลักษณะที่สอดคล้องกัน โดยดัชนียังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำตลอดทั้งปี

     อัตราการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมก็มีการทรงตัวตลอดทั้งปี อุตสาหกรรมส่วนใหญ่ มีการใช้อัตรากำลังการผลิตในระดับต่ำ โดยในปี 2544 อัตราการใช้กำลังการผลิตโดยเฉลี่ยในภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ร้อยละ 54.1เมื่อเทียบกับอัตราการใช้กำลังการผลิตร้อยละ 56.0 ในปี 2543 และหากไม่รวมการผลิตสุราแล้ว อัตราการใช้กำลังการผลิตโดยเฉลี่ยในปี 2544 จะมีค่าต่ำกว่าปีก่อน คือ 56.7 เทียบกับ 59.6 ในปี 2543 การที่อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงส่วนหนึ่งเป็นผลจากการขยายกำลังการผลิตในบางกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ เบียร์ ปิโตรเลียม และเครื่องใช้ไฟฟ้า หลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เหล็ก ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ยังมีการใช้อัตรากำลังการผลิตต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยเฉลี่ย แม้การผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์จะเพิ่มขึ้นมามากในช่วงสองปีที่ผ่านมา

     การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคในปี 2544 มีการกระเตื้องขึ้นมาบ้าง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ดัชนีการบริโภคในภาคเอกชนโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 100.2 ในปี 2543 เป็น 102.8 ในปี 2544 โดยการใช้จ่ายในการบริโภคเหล้าเบียร์ รถยนต์นั่งและจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นจากปีก่อน การใช้ไฟฟ้าของธุรกิจและครัวเรือน และการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่การนำเข้าในสินค้าบริโภคในปี 2544 มีการลดลงมาเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

     ทางด้านการลงทุนในภาคเอกชน ในปี 2544 มีการชะลอตัวลงจากปีก่อน โดยการนำเข้าสินค้าทุนมีการลดลงค่อนข้างมาก การจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ก็ลดลงมาบ้างจากปีก่อน การลงทุนทั้งใน กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่มีการเปิดดำเนินการ โรงงานที่ได้รับอนุญาตเปิดทำการใหม่จากกระทรวงอุตสาหกรรม และที่จดทะเบียนใหม่กับกระทรวงพาณิชย์ ล้วนมีจำนวนลดลง เมื่อเทียบกับปี 2543 แต่การจำหน่ายปูนซีเมนต์ในประเทศมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

     ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยหอการค้า แสดงให้เห็นว่า ในปี 2544 ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมต่อโอกาสการหางานและรายได้ในอนาคตยังไม่สู้ดีนัก แม้จะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นปี แต่ก็ลดลงมาจนถึงจุดต่ำสุดในเดือนกันยายน และกระเตื้องขึ้นมาบ้างในช่วงปลายปี ในขณะที่ความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่จัดทำโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ก็มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือยังอยู่ในระดับต่ำ แม้จะกระเตื้องขึ้นมามากหลังเดือนกันยายน 2544

     จากข้อมูลของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในรอบต่างๆ พบว่า สถานการณ์การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมมิได้เลวร้ายลงกว่าเดิม แม้อัตราการว่างงานยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง การสำรวจในเดือนสิงหาคม และพฤศจิกายน 2544 พบว่าอัตราการว่างงานโดยรวมมีน้อยกว่าปี 2543 อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาวะทางเศรษฐกิจที่ยังซบเซาอยู่ เป็นไปได้ยากที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเพียงพอที่จะดูดซับกำลังแรงงานที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งมีอยู่หลายแสนคนในทุกปี นอกจากนี้ ยังมีคนงานที่มีงานทำอยู่เดิมถูกเลิกจ้าง โดยในปี 2544 กิจการที่มีการเลิกจ้างแรงงานมาก คือ กิจการก่อสร้าง การบริการชุมชน การขายส่ง ขายปลีก และภัตตาคาร ส่วนในภาคอุตสาหกรรม กิจการที่มีสถิติการเลิกจ้างมากในปี 2544 ปรากฏในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติกและผลิตภัณฑ์โลหะ

     ทางด้านสภาวะราคาสินค้า แม้ดัชนีผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิตจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับปี 2543 แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำเฉลี่ยทั้งปี 2544 ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 โดยราคาในหมวดอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.7 และหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.5 ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงมาร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับปี 2543 โดยเงินบาทมีการอ่อนตัวลงในช่วงครึ่งแรกของปี แต่ปรับตัวแข็งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ราคาน้ำมันดับในตลาดโลกก็มีแนวโน้มอ่อนตัวลง แม้ในบางช่วงมีการปรับตัวสูงขึ้นบ้าง แต่โดยภาพรวมแล้ว ราคาน้ำมันมีแนวโน้มอ่อนตัวลง แม้ประเทศในกลุ่มโอเปคจะพยายามลดปริมาณการผลิตลง แต่อุปสงค์น้ำมันดิบ ในตลาดโลกก็ลดลงจากภาวะซบเซาของเศรษฐกิจ

     ทางด้านการค้าต่างประเทศ การส่งออกในปี 2544 ลดลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้มาก โดยมูลค่าการส่งออกตลอดทั้งปี 2544 ในรูปเงินเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 6.44 และการนำเข้าลดลง ร้อยละ 0.57 ส่งผลให้การเกินดุลในดุลการค้าลดลงเหลือเพียง 3,551 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือลดลงกว่า ร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปี 2543 โดยสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร แร่ธาตุและเชื้อเพลิงล้วนมีการส่งออกลดลง ส่วนสินค้าเกษตรกรรมและสินค้าอื่นๆ ยังคงมีการขยายตัวในสินค้าออกที่สำคัญ 10 รายการแรก มีเพียง 3 รายการเท่านั้นที่มีการส่งออกขยายตัวในปี 2544 คือ กุ้งสดแช่แข็งและแช่เย็น อัญมณีและเครื่องประดับ และยานยนต์และอุปกรณ์ขนส่งในปี 2544 การส่งออกในชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ยังมีมูลค่าสูงเป็นอันดับหนึ่ง แม้มูลค่าส่งออกจะลดลงมามากจากปีก่อน ยานยนต์และชิ้นส่วนได้กลายมาเป็นสินค้าออกอันดับ 3 ของประเทศในขณะที่เสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีมูลค่าส่งออกเป็นอันดับ 1 ตกอันดับลงมาเป็นสินค้าออกที่มีมูลค่าส่งออกเป็นอันดับที่ 4

     จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย การลงทุนโดยตรงสุทธิจากต่างประเทศในปี 2544 มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในรูปเงินบาท แต่มีมูลค่าลดลงเล็กน้อยในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่วนการส่งเสริมการลงทุนโดย BOI โครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุน มีการลดลงทั้งจำนวนโครงการและปริมาณเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม การอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้าย ถ้าพิจารณาจากเงินลงทุนในกิจการที่มีการเปิดดำเนินการ ปี 2544 ยังมีเม็ดเงินลงทุนน้อยกว่าปี 2543 ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศผู้ลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งมีเยอรมันและอังกฤษเป็นสำคัญ

     สำหรับภาวะของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมในปี 2544 และแนวโน้มในปี 2545 จะมีการสรุปในตอนต่อไป

 

ที่มา:

http://www.oie.go.th/unido/r_unido/r_OctDec44.html
เดือนตุลาคม - ธันวาคม 2544 Click
เดือนกรกฎาคม - กันยายน 2544 Click
เดือนเมษายน - มิถุนายน 2544 Click
เดือนมกราคม - มีนาคม 2544 Click
เดือนตุลาคม - ธันวาคม 2543 Click
เดือนสิงหาคม - ตุลาคม 2543 Click
เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2543 Click

ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับ UNIDO Project
โทรศัพท์ 2024303, 6448276
โทร สาร 6448263