สรุปการสัมมนา
เรื่อง
กลยุทธ์การส่งออกสินค้าไทยไปภูมิภาคแอฟริกา
วันจันทร์ที่
24 กรกฎาคม 2543
ณ
กรมส่งเสริมการส่งออก
หัวข้อ 1:
ช่องทางการส่งออกสินค้าไทยไปยังภูมิภาคแอฟริกา
โดย Mr.
Ron Endley
President of South-Africa
Chamber of Commerce
ประเทศแอฟริกาใต้
- เริ่มเปิดทำการค้ากับต่างประเทศอีกครั้งในสมัยประธานาธิบดีเนลสัน
แมนเดลลา
สำหรับการค้ากับประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ
5 ปีที่ผ่านมา
- ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศแอฟริกาใต้ภายหลังยกเลิกการโดดเดี่ยว
คือ
ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนมีขนาดใหญ่
และมีอัตราการเกิดอาชญากรรมสูง
โดยเฉพาะในเมืองเพราะมีอัตราการว่างงานสูง
- สินค้าที่มีโอกาสทางธุรกิจมี
2 ระดับ: ระดับแรก คือ consumer goods
และอีกระดับ คือ
สินค้าราคาถูก
เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูกสำหรับระชาชนระดับล่าง
ดังนั้นจึงมีความต้องการสินค้าและเครื่องใช้ต่างๆที่มีราคาถูกเพื่อใช้ในบ้านเหล่านั้น
- 5
อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในประเทศแอฟริกาใต้
ได้แก่
1) Vehicle and parts
ประเทศแอฟริกาใต้เป็นประเทศอุตสาหกรรม
เป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกของบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่หลายบริษัท
เช่น BMW, Toyota, Volvo
และมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในการประกอบด้วย
2) Food processing
แอฟริกาใต้ส่งออกปลาทูน่าไปประเทศไทยเป็นจำนวนมาก
ในขณะเดียวกันก็ต้องซื้อปลาทูน่ากระป๋องกลับมาจากประเทศไทย
3) Textiles and basic
clothing
เพื่อรองรับกลุ่มประชากรระดับล่างในแอฟริกาใต้
และภูมิภาคแอฟริกา
และที่สำคัญคือแอฟริกาใต้ได้ทำสัญญาการค้ากับสหภาพยุโรป
โดยไม่มีภาษีนำเข้าและการจำกัดปริมาณนำเข้าสำหรับสินค้าจากแอฟริกาที่ส่งไปยังสหภาพยุโรป
จึงเป็นแรงจูงใจให้หลายประเทศในเอเชียย้ายฐานการผลิตมาที่แอฟริกาเพื่อเป็นทางสู่สหภาพยุโรป
4) Jewelry and gemstones
ประเทศแอฟริกาใต้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตอัญมณีระดับโลก
5) Low-cost building
รวมไปถึงสินค้าเครื่องใช้พื้นฐานที่จำเป็นในที่อยู่อาศัย
- บริษัทจากประเทศไทยที่เข้าไปทำธุรกิจในประเทศแอฟริกาใต้แล้วในขณะนี้
เช่น CP Group, PK Development (golf resort)
และร้านอาหารไทยหลายร้าน
- ไทยควรมองแอฟริกาใต้เป็นประตูสู่ภูมิภาคแอฟริกา
โดยเฉพาะ Sub-Sahara region
และไทยควรมองหาบริษัทคู่ค้าในแอฟริกาใต้ที่ทำธุรกิจกับประเทศใน
Sub-Sahara region อยู่แล้ว
หัวข้อ 2:
นโยบายการค้าและการนำเข้าของแอฟริกาใต้
โดย Ms.
Francisca Strauss
Counselor (Economic)
The Embassy of South
Africa
ประเทศแอฟริกาใต้
- ประเทศคู่ค้าสำคัญคือ
UK, USA, Germany, Japan, Italy, Netherlands
- ประเทศมาเลเซียมีการลงทุนในแอฟริกาใต้มากเป็นอันดับ
2 (19.5%) รองจาก USA (32%)
- มีการรวมกลุ่ม
SADC ประกอบด้วย 14 ประเทศ
ประชากรทั้งสิ้น 186 ล้านคน
- เหตุผลสำหรับการค้าและการลงทุนในประเทศแอฟริกาใต้
- Strategic location in
the world market
ในทางภูมิศาสตร์
แอฟริกาตั้งอยู่ตรงกลางของโลก
สามารถเชื่อมโยงกับทวีปต่างๆได้ในระยะทางสั้น
นอกจากนี้แอฟริกาใต้ยังมีสัญญาการค้ากับสหภาพยุโรปอีกด้วย
- Rapid liberalization
of trade and investment environment
ตั้งแต่แอฟริกาใต้เป็นสมาชิก
WTO ได้มีการลดภาษีนำเข้า
และไม่มีข้อจำกัดสำหรับสินค้าไทย
นอกจากนี้
การซื้อที่ดินหรือการลงทุนก็ไม่ต้องรอให้มีคำอนุญาติจากรัฐบาล
- Modern infrastructure
มีระบบรถไฟที่ดี
และมีเครือข่ายพลังงานไฟฟ้าที่ดีและราคาถูก
- Sophisticate financial
market
แอฟริกาใต้มีธนาคารมากกว่า
40 ธนาคาร
- World class
telecommunication
- Diverse and
cost-efficient mineral and agro-industry inputs
- Unsurpassed quality of
life
- Government commitment
to investment facilities
- การกระจายสินค้า
สินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูป:
มี 2 ตลาด คือแบบเป็นทางการ
และไม่เป็นทางการ
แบบเป็นทางการจะมี
เครือข่ายกลุ่มเสื้อผ้า (เช่น
Mark and Spencer) ซุปเปอร์มาเก็ต
และร้านบูติกต่างๆ
แบบไม่เป็นทางการ
เช่น ตลาดนัด
แต่ไม่ค่อยแข็งแรงมาก
หัวข้อ 3:
บทบาทของภาครัฐในการสนับสนุนการส่งออกไปยังภูมิภาคแอฟริกา
โดย * นายสมเกียรติ
สรณพาณิชกุล
ผู้อำนวยการส่วนตะวันออกกลางและแอฟริกา
สำนักพัฒนาตลาดต่างประเทศ
กรมส่งเสริมการส่งออก
*
นายวิจักร วิเศษน้อย
อัครราชทูต
(ฝ่ายการพาณิชย์)
ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย
ณ กรุงพริทอเรีย
ประเทศแอฟริกาใต้
สินค้าไทยถูกกีดกันจาก
3 ตลาดดั้งเดิมคือ USA, EU และ ASIAN
ดังนั้นไทยจึงควรมองหาตลาดใหม่
ตลาดที่ได้รับความสนใจมากที่สุด
คือ ตะวันออกกลาง
สำหรับแอฟริกายังได้รับความสนใจไม่มาก
แต่ก็มากกว่า ลาตินอเมริกา
สำหรับตลาดแอฟริกา
กิจกรรมหลักของกรมส่งเสริมการส่งออกมีที่ประเทศแอฟริกาใต้เท่านั้น
โครงการตลาดใหม่ของกรมส่งเสริมการส่งออกพยายามเน้นให้ลงตลาดแอฟริกามากที่สุด
โดยมีงบประมาณสนับสนุนจนถึงปี
2546
โดยจะให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกของโครงการฯในด้านค่าใช้จ่าย
ค่าแสดงสินค้า ค่าที่พัก
ค่าจ้างล่าม
ประเทศกานาเหมาะที่ไทยจะใช้เป็นประตูสู่แอฟริกาตะวันตก
เพราะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง
และอุดมไปด้วยอัญมณี ทองคำ
และป่าไม้
โครงสร้างทางธุรกิจของแอฟริกา
ธุรกิจขนาดใหญ่จะอยู่ในมือของคนผิวขาว
ธุรกิจขนาดกลางส่วนใหญ่จะเป็นของคนผิวสีและคนเอเชีย
ในขณะที่คนผิวดำมักจะทำธุรกิจขนาดเล็กและรับจ้าง
แต่ขณะนี้รัฐบาลซึ่งเป็นรัฐบาลผิวดำเริ่มสนับสนุนคนพื้นเมืองให้มีธุรกิจ
อุตสาหกรรมสิ่งทอในแอฟริกาใต้ไม่ค่อยพัฒนา
เป็นอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานมากที่สุด
และกีดกันสินค้านำเข้าโดยตั้งภาษีนำเข้าไว้สูงมากเพื่อป้องกันอุตสาหกรรมในประเทศ
แต่มีปัญหาแรงงาน คือ
อัตราค่าแรงสูง (สูงกว่าไทย 3
เท่า) แรงงานไม่มีฝีมือ
มีการเรียกร้องมาก
และกฎหมายแรงงานแข็งแรงมาก
สำหรับภาษีนำเข้าสินค้าสิ่งทอ
เดิม 120%
แต่หลังจากเข้าเป็นสมาชิกWTO
ได้ลดลงเหลือประมาณ 50-60% แต่ทาง
WTO
ต้องการให้ลดลงอีกให้เหลือประมาณ
40-45%
ดังนั้น
หากไทยจะส่งออกสิ่งทอสู่แอฟริกาใต้ก็จะประสบปัญหาภาษีนำเข้าสูง
และถ้าจะลงทุนตั้งฐานการผลิตในแอฟริกาใต้ก็อาจประสบกับปัญหาด้านแรงงาน
แต่ไทยสามารถเข้าถึงตลาดแอฟริกาใต้ได้โดยอาศัยผ่านทางกลุ่มประเทศ
SACU (ประกอบด้วย 5 ประเทศ Botswana,
Namibia, Zimbabwe, Swaziland, South Africa) ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้าระหว่างกัน
ไทยอาจจะส่งสิ่งทอไป Swaziland
ซึ่งเก็บภาษีนำเข้าต่ำแล้วจึงส่งต่อเข้าไปในแอฟริกาใต้
หรือไทยอาจจะทำ Technology Transfer
โดยเอาเครื่องจักรเก่าไปลงทุนในประเทศเหล่านี้
- ปัญหาอีกประการที่ผู้ส่งออกประสบ
คือ ธนาคารไทยไม่รับ L/C
ของบริษัทในแอฟริกา
หัวข้อ 4:
กลยุทธ์การส่งออกไปยังภูมิภาคแอฟริกา
โดย *
นายสมชาย อัศวอัมพุธ (บ. Carry Boy
จำกัด)
*
สายการบินแอฟริกาใต้
ดำเนินรายการโดย
นายวิจักร วิเศษน้อย
อัครราชทูต
(ฝ่ายการพาณิชย์)
ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย
ณ กรุงพริทอเรีย
ประเทศแอฟริกาใต้
ควรขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะได้บุกเบิกตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การบุกเบิกตลาดในช่วงแรกควรเลือกประเทศที่อยู่ริมทะเลจะสะดวกกว่า
การไปบุกตลาดควรเลือกคู่ค้าให้มากรายไว้
ควรคำนึงถึงความปลอดภัยด้านการเงิน
เช่น
หากคู่ค้าไม่สามารถเปิด L/C
ได้หมด
อาจแก้ไขประกันความเสี่ยงได้โดยการซื้อ
Export Insurance จาก EXIM Bank
พิจารณาถึงความปลอดภัย
และสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น
ขณะนี้มีสงครามในประเทศ Cote
dIvoire ประเทศ Nigeria
ยังไม่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิง
หรือบางประเทศจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลืองก่อนเข้าไป
ประเทศที่น่าสนใจ
ทางตอนเหนือ เช่น Morocco, Algeria (ผ้าผืน),
Tunisia ทางตะวันออก เช่น Kenya, Tanzania
ประเทศ
Senegal เหมาะที่จะเป็น Hub
ให้กับประเทศในแถบนั้น เช่น
Cote dIvoire, Mali, Gambia
เพราะประเทศเหล่านี้จับกลุ่มกันแน่น
ใช้เงินสกุลเดียวกัน 8 ประเทศ
และใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษากลางทั้งหมด
บางประเทศที่เคยเป็นอาณานิคมอังกฤษอาจมีการให้สิทธิพิเศษกับประเทศในเครือจักรภพด้วยกัน
อุรวัชร
ผู้จดรายงาน
สุพจน์
ผู้ตรวจรายงาน