| สิ่งทอไทยในยุคการค้าไร้พรมแดน |
|
สิ่งทอเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่นำรายได้เข้าประเทศถึงปีละกว่า 200,000 ล้านบาท แต่มีส่วนแบ่งในตลาดโลกเพียงประมาณร้อยละ 1.5 ตลาดสิ่งทอโลกที่มีขนาดใหญ่มากดังกล่าวดึงดูดให้ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายซึ่งมีความได้เปรียบด้านแรงงานราคาถูกต่างหันมาผลิตและส่งออกสิ่งทอกันเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยโดยเฉพาะในตลาดสิ่งทอระดับกลางและล่าง ส่งผลให้การส่งออกสิ่งทอของไทยชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ผู้ผลิตสิ่งทอไทยกำลังเร่งปรับตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในตลาดระดับล่างนอกจากได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของคู่แข่งที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำกว่าไทยแล้ว การส่งออกสิ่งทอของไทยในระยะข้างหน้ายังแวดล้อมไปด้วยอุปสรรคสำคัญนานัปการที่กระทบต่อการส่งออกและท้าทายความสามารถของผู้ส่งออกสิ่งทอไทย ซึ่งได้แก่ มาตรการที่มิใช่ภาษีที่ประเทศผู้นำเข้ากำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันการนำเข้าสิ่งทอ เช่น การกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) มาตรการปกป้องผู้บริโภค เช่น มาตรการของเยอรมนีที่ห้ามนำเข้าสิ่งทอที่ใช้วัตถุดิบที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งต่อผู้ใช้สินค้ารวมถึงมาตรการด้านแรงงานซึ่งให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของแรงงาน อาทิ มาตรฐาน SA8000การเปิดเสรีการค้าสิ่งทอตามความตกลงสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 การเปิดเสรีดังกล่าวจะทำให้ความได้เปรียบด้านภาษีที่ไทยเคยได้รับอยู่หมดไป และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสิ่งทอของไทยในหมวดเสื้อผ้าสำเร็จรูป เช่น เสื้อยืดและเสื้อกันหนาวมากที่สุด เนื่องจากสินค้าเหล่านี้ต้องพึ่งพาโควตาการนำเข้าของตลาดในข้อตกลงทางการค้าทอ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเป็นตลาดหลัก คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 77 ของมูลค่าการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งหมดของไทย อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีโอกาสขยายการส่งออกสิ่งทอที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตแต่เคยถูกจำกัดด้วยโควตา เช่น เสื้อสเวตเตอร์ กางเกง เป็นต้นการให้สิทธิพิเศษทางการค้า ประเทศผู้นำเข้าสิ่งทอสำคัญได้ให้สิทธิพิเศษทางการค้าแก่ประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นคู่แข่งของไทย อาทิ - สหรัฐฯ ให้สิทธิพิเศษแก่ประเทศในกลุ่มแอฟริกา (เช่น มอริเชียส ไนจีเรีย ซูดาน) และประเทศในแถบแคริบเบียน (อาทิ ฮอนดูรัส นิคารากัว กัวเตมาลา) ด้วยการยกเว้นภาษีนำเข้าและไม่มีการกำหนดโควตานำเข้า สำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบประเภททอและถักจากสหรัฐฯ ผลิตเป็นเครื่องแต่งกายส่งวกลับไปจำหน่ายยังสหรัฐฯ- สหภาพยุโรป ให้สิทธิพิเศษแก่สิ่งทอจากกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกด้วยการลดภาษีนำเข้าและไม่จำกัดโควตานำเข้าสำหรับสิ่งทอที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบจากสหภาพยุโรปมาผลิตเป็นเครื่องนุ่งห่มและส่งกลับไปจำหน่ายยังสหภาพยุโรป การให้สิทธิพิเศษดังกล่าวส่งผลให้การส่งออกสิ่งทอไทยอยู่ในฐานะเสียเปรียบคู่แข่งที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากประเทศผู้ซื้อ ซึ่งทำให้ประเทศเหล่านั้นมีต้นทุนต่ำกว่าไทย ซึ่งอาจเป็นผลให้มีการย้ายฐานการผลิตสิ่งทอจากไทยและประเทศอื่นๆ ทางแถบเอเชียไปยังกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษเหล่านั้นมากขึ้นด้วย การเข้าเป็นสมาชิก WTO ของจีน คาดว่าจะทำให้ผู้ผลิตสิ่งทอไทยต้องประสบกับปัญหาการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในการผลิตสิ่งทอ แม้ในปัจจุบันนี้จีนยังไม่ได้เป็นสมาชิก WTO แต่จีนก็สามารถครองส่วนแบ่งตลาดสิ่งทอเป็นอันดับ 1 ของโลก อย่างไรก็ตาม การเข้าเป็นสมาชิก WTO ของจีนก็เป็นโอกาสของผู้ส่งออกสิ่งทอไทยในการส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายยังจีน เนื่องจากจีนต้องเปิดตลาดนำเข้ารวมถึงต้องยกเลิกการอุดหนุนการผลิตสินค้าสิ่งทอตามข้อตกลงของ WTO ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอของจีนมีต้นทุนที่สูงขึ้นด้วยการขยายการค้าภายในกลุ่มของประเทศผู้นำเข้าสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดการค้าสิ่งทอรายใหญ่ของโลกที่ประเทศผู้ส่งออกสิ่งทอทั้งหลายต่างหวังเข้าไปครองส่วนแบ่งตลาด ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเน้นการค้าภายในกลุ่ม NAFTA และอนาคตคาดว่าจะขยายไปสู่ประเทศแถบลาตินอเมริกา ขณะที่สหภาพยุโรปมีแนวโน้มขยายการค้าเข้าไปในกลุ่มยุโรปตะวันออกมากขึ้นคาดว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสิ่งทอของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการสิ่งทอไทยต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ด้วยการเร่งยกระดับการผลิตสู่การเป็นผู้ผลิตสิ่งทอในระดับที่สูงขึ้น แต่การจะบรรลุวัตถุประสงค์นี้ได้ ผู้ประกอบการผลิตสิ่งทอของไทยต้องเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย ปรับแนวทางการผลิตโดยผลิตสินค้าให้มีความหลากหลายและมีปริมาณน้อยลง (Lean Production) ซึ่งจะเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการผลิตสินค้าในตลาดระดับบน ทั้งนี้ การส่งมอบสินค้าให้ตรงเวลาและสามารถผลิตสินค้าได้ทันกับแฟชั่นที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วก็เป็นปัจจัยที่ผู้ซื้อนำมาประกอบการพิจารณา นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับการผลิตผลิตภัณฑ์สิ่งทอประเภทอื่น ๆ ด้วย เช่น สิ่งทอที่ใช้กับรถยนต์ อาทิ พรม เข็มขัดนิรภัย ถุงลมกันกระแทก ซึ่งยังมีโอกาสในการขยายการส่งออกอยู่มากในขณะที่คู่แข่งยังมีไม่มากนัก ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 เมษายน 2544 |