สรุปภาวะธุรกิจโดยรวม
- ผลประกอบการโดยรวมครึ่งปีนี้จากการสำรวจความคิดเห็นของกรรมการสาขาอาชีพ
มีความเห็นว่า
วิสาหกิจทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นกว่าครึ่งปีก่อนเล็กน้อย
เริ่มมีการปรับตัวขึ้นช้าๆ
ในด้านปริมาณการผลิต
- วัตถุดิบนำเข้ามีราคาสูงขึ้นกว่า
20 %
ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
- ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะน้ำมันมีต้นทุนที่สูงมาก
- การค้าปลีกมีอัตราเติบโตสูงขึ้น
แต่ยังขาดสภาพคล่อง
และการแข่งขันรุนแรงขึ้น
กำไรจากการประกอบการต่ำลง
- การท่องเที่ยวเติบโตสูงขึ้น
แต่การแข่งขันจากประเทศอื่นก็สูงขึ้น
แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมลง
- ธุรกิจก่อสร้างยังไม่ฟื้นตัว
ปัจจัยความเชื่อมั่นโดยทั่วไปยังไม่ดีขึ้นในด้านกำไรจากการประกอบการ
อำนาจซื้อของภาคประชาชน
และการลงทุนโดยรวมยังไม่ดีขึ้น
- การส่งออกขยายตัวดีขึ้น
ตลาดส่งออกขยายมากขึ้น
แต่การขายภายในประเทศยังไม่กระเตื้องเท่าที่ควร
- สินค้าเกษตร
เช่นข้าวมีราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากมีผลผลิตเกินความต้องการ
- ราคาน้ำมัน และไฟฟ้า
กระทบภาคอุตสาหกรรม
การประมง และขนส่ง
- ขาดแคลนแรงงานอย่างมาก
ในสาขาประมง
- ความสามารถในการจ่ายหนี้ของลูกค้าต่ำลง
ในภาคธุรกิจการเงิน
- อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง
ทำให้ผลประกอบการของวิสาหกิจพออยู่รอด
นโยบายของรัฐที่ส่งผลต่อธุรกิจ
- นโยบายที่มีผลทางบวก
* การลดภาษีมูลค่าเพิ่ม
การลดดอกเบี้ย ส่งเสริม/กระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือน
*
ค่าธรรมเนียมพิเศษของศุลกากรทำให้สินค้าที่มาทุ่มตลาดลดลง
*
การลดค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน
การถือครองที่ดิน
โดยคนไทยที่สมรสต่างชาติ
* เงินบาทที่อ่อนค่าลง
ทำให้การส่งออกดีขึ้น
* การส่งเสริม SMEs
ทำให้สาขาธุรกิจการเงิน
และการลงทุน มีธุรกิจดีขึ้น
* การผ่อนคลายภาษีป้าย
ส่งผลดีต่อการค้าปลีก
* การลดภาษีนำเข้า
มีส่วนช่วยธุรกิจอัญมณี
ให้กระเตื้องขึ้น
* นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ
ทำให้ต้นทุนประกอบการไม่เพิ่มขึ้นมาก
*
การส่งออกได้รับความสะดวกมากขึ้น
และการนำระบบ EDI
ของกรมศุลกากร
มาใช้ทำให้เกิดความสะดวก
และรวดเร็วยิ่งขึ้น
*
ไม่มีนโยบายของรัฐที่เป็นบวก
ในภาคเกษตรกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ
กล่าวอีกว่า
ถ้าพรรคชาติไทยตอบตกลงเข้าร่วมรัฐบาล
ก็จะได้โควต้า รัฐมนตรี 4
ที่นั่ง แต่ยังไม่มีการตกลง
ว่าจะดูกระทรวงไหน
และนายบรรหาร
คงไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี
ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาฯนั้น
พรรคชาติไทย
กับพรรคความหวังใหม่
เอาไปคนละ 1 ตำแหน่ง
ส่วนเรื่องที่พรรคชาติไทยอาจจะนำเอาส.ส.ระบบเขตมาเป็นรัฐมนตรีนั้นคงไม่เกิดขึ้นเพราะนายบรรหารคงทราบถึงเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการเมืองเป็นอย่างดี
นโยบายที่มีผลกระทบ
*
การเก็บภาษีอากรของรัฐที่ต่ำกว่าเป้าหมาย
ทำให้หน่วยงานภาครัฐเร่งรัดเก็บภาษี
เน้นเก็บเพิ่มจากฐานภาษีเดิม
โดยการเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
ทำให้มีผลกระทบแก่ผู้เสียภาษี
*
ควรเน้นมาตรการขยายฐานการจัดเก็บภาษี
และพิจารณาให้การนิรโทษกรรมทางภาษีมูลค่าเพิ่ม
เพื่อเปิดโอกาสให้มีผู้ประกอบการนอกระบบหันกลับมาเสียภาษีให้ถูกต้อง
*
กฎระเบียบในการปล่อยกู้ที่เข้มงวดขึ้น
ทำให้ลูกหนี้กลายเป็นหนี้ด้อยคุณภาพมากขึ้น
*
ภาคเอกชนไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า
นโยบายแทรกแซงราคาพืชผลเกษตรของรัฐจะอยู่ที่ระดับราคาใด
ทำให้ต้องชะลอการซื้อหรือขายลงชั่วขณะ
* มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เช่น งบมิยาซาวา
เป็นการใช้งบประมาณที่มีผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ปัญหา อุปสรรค
และข้อเสนอแนะ 13 สาขาธุรกิจ
- ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ - สาขาเกษตร
ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
ผลกระทบต่อราคาในการเปิดเสรีการค้า
*
เปิดเสรีในการค้าผลผลิตทางการเกษตรเฉพาะที่แข่งขันได้
ชลอการเปิดการนำเข้าสินค้าเกษตรเท่าที่จะทำได้
*
เร่งรัดการปรับโครงสร้างสินค้าเกษตร
ลดการปลูก
และปรับเปลี่ยนพืชที่ไม่สามารถแข่งขันได้
สู่พืชที่มีโอกาสแข่งขันได้ในอนาคต
* ผลิตภาพการผลิต
ยังต่ำและมีต้นทุนสูงกว่าประเทศคู่แข่งและการเน่าเสียหลังการเก็บเกี่ยว
*
เพิ่มการสนับสนุนวิจัยและพัฒนามาตรฐานคุณภาพ
สินค้าเกษตร
การเก็บรักษาพืชผลทางการเกษตร
* ปรับปรุงสายพันธุ์
และส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ที่มีผลผลิตสูงขึ้น
* จัดให้มีการวางแผนร่วมกัน
ในการกำหนดนโยบายระยะยาวด้านราคา
การตลาด การส่งเสริม
สินค้าเกษตร การทำ Zoning
การลดต้นทุนการผลิต
การเพิ่มมูลค่า
และการแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีการใช้ระบบชลประทาน
อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ สาขาการเงิน/การลงทุน
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
ความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ
* ร่วมกันกำหนดนโยบาย เร่งรัด
และพัฒนาความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมกับธุรกิจจากต่างประเทศ
* ความมั่นคง
ของสถาบันการเงินภายในประเทศ
* จัดตั้งธนาคารสหกรณ์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชนบท
*
การฟื้นฟูสินเชื่อเพื่อการค้า
ระหว่างธนาคารพาณิชย์
และบริษัทเงินทุนกับธุรกิจต่างๆ
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ
ธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs)
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
การเสริมสร้างความเข้มแข็งของ
SMEs ในโครงการต่างๆ
ยังมีความก้าวหน้าไม่มากเท่าที่ควร
*
เร่งรัดโครงการช่วยเหลือสร้างเสริมศักยภาพของ
SMEs ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
*
สถาบันการเงินที่ยังคงเข้มงวดกับการให้สินเชื่อ
*
ผ่อนปรนกฎระเบียบการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินของรัฐให้
SMEs
สามารถกู้ยืมได้เพิ่มขึ้นและสะดวกรวดเร็ว
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ -
ด้านการค้าชายแดน
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
ธุรกิจการค้าชายแดนยังไม่มีนโยบายส่งเสริมที่เป็นรูปธรรม
*
รัฐบาลควรมีการกำหนดนโยบายที่สนับสนุนธุรกิจการค้าชายแดน
อย่างจริงจัง
*
การคมนาคมขนส่งเลียบชายแดนยังไม่เอื้ออำนวย
*
เร่งพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งที่มีศักยภาพทางด้านการค้าชายแดน
* พิธีการตรวจสอบการนำเข้า/ส่งออกยังไม่เป็นระบบเดียวกัน
*
การอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ
ควรมีมาตรฐานเดียวกัน
* การค้าสะดุดไม่ราบรื่น
เพราะปัญหาการปักปันแนวเขตแดนที่ไม่ชัดเจน
*
ขอให้คณะกรรมการปักปันเขตแดนไทย-ลาว
ไทย-พม่า ไทย-กัมพูชา ไทย-มาเลเซีย
เร่งดำเนินการปักปันเขตแดน
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ-สาขาขนส่ง
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
มีผู้ประกอบการและอุปกรณ์ขนส่งมากกว่าความต้องการของตลาด
*
ปรับเปลี่ยนมาตรฐานการขนส่ง
กฎหมาย
และขั้นตอนให้เหมาะสม
* ต้นทุนประกอบการสูงขึ้น
โดยเฉพาะราคาน้ำมัน
*
รัฐให้การช่วยเหลือในการวางแผนการขนส่ง
เพื่อรองรับผลผลิตเกษตรที่ออกเป็นฤดูกาล
*
หามาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อผู้ประกอบการขนส่ง
เช่น มีคูปองน้ำมัน
* มาตรการระยะยาว รัฐ/เอกชน
ต้องร่วมกันกำหนดนโยบายเรื่องการขนส่ง
ที่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจ
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ-สาขานำเข้า/ส่งออก
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
ค่าเงินบาทที่ผันผวนมีผลกระทบต่อราคาส่งออก
*
ดำเนินการต่อเนื่องในการปรับโครงสร้างภาษีนำเข้า
เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน
*
ผู้นำเข้ามีธุรกิจถดถอยลงเพราะมีการแข่งขันสูง
*
เร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการ
*
ผู้ประกอบการขาดเงินทุนหมุนเวียน
*
ปรับปรุงเงื่อนไขในการใช้และขยายวงเงิน
Packing Credit
* ให้ธนาคารผ่อนปรนเงื่อนไข NPL
เพื่อปล่อยกู้เพิ่ม
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ-สาขาการค้าปลีก
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
การแข่งขันรุนแรงจากการค้าปลีกขนาดใหญ่
* ปรับปรุงกฎหมาย และระเบียบ
BOI ในเรื่องการประกอบการ
และการส่งเสริมการค้าปลีกขนาดใหญ่
(HYPER-MARKET)
*
จัดอบรมทักษะแก่ผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ-สาขาก่อสร้าง
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
การใช้จ่ายงบประมาณการก่อสร้าง
ยังไม่นำไปสู่การสร้างงานเท่าที่ควร
*
เร่งรัดการจ่ายเงินงบประมาณด้านก่อสร้างเพื่อให้มีการกระจายรายได้
สู่การบริโภคด้านครัวเรือน
*
ขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจก่อสร้าง
*
สถาบันการเงินเข้มงวดต่อการปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ-ท่องเที่ยว/โรงแรม
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
ประเทศคู่แข่งมุ่งสร้างคุณค่า
และแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวสนใจมากกว่าไทย
*
ปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ชัดเจน
และเร่งรัดการนำไปสู่การปฏิบัติ
*
ส่งเสริมให้มีการจัดการประชุมใหญ่
ในภูมิภาคต่างๆ
เพื่อเป็นการกระจายงาน
และรายได้
*
ช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการสนับสนุนการท่องเที่ยว
เช่นโรงแรม
ในการลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค
และทบทวนการเก็บค่าธรรมเนียมผู้เข้าพักของ
อบจ.
* สร้างถนน/ทางรถไฟ
เชื่อมโยงไปยังประเทศข้างเคียง
* แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม
ขาดการพัฒนา
และให้บริการที่ประทับใจ
* ร่วมมือกับภาคเอกชน
แก้ปัญหาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม
*
ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
*
รณรงค์ให้เห็นความสำคัญของการท่องเที่ยวและดูและความปลอดภัย
ให้นักท่องเที่ยวมากขึ้น
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ-สาขาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
*
การปรับโครงสร้างหนี้ยังมีความคืบหน้าไม่เท่าที่ควร
*
มาตรการส่งเสริมธุรกิจให้ฟื้นตัวต่อเนื่องโดยสร้างความเชื่อมั่น
เช่นการผ่อนปรนการให้สินเชื่อ
แก่ผู้เช่าซื้อ
*
ปรับโครงสร้างกฎหมายเพื่อพัฒนาธุรกิจ
เช่น กม. ประเมินค่าทรัพย์สิน
กม.เอสโครว์, กม.ตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
กม.อาคารชุด เป็นต้น
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ-สาขาอุตสาหกรรม
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
* ขาดเงินทุนหมุนเวียน
* คงอัตราดอกเบี้ยต่ำ
และสถาบันการเงิน
ปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ
*
เร่งเบิกจ่ายเงินภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค
* ต้นทุนวัตถุดิบ และขนส่ง
สูงขึ้น
* เร่งการคืนภาษี
และปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรม
* ลดต้นทุนค่าสาธารณูปโภค
และขนส่ง
*
การกีดกันทางการค้ายังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
* ดำเนินงานเรื่อง Anti-dumping
และการกีดกันทางการค้าอื่นๆ
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ-สาขาประมง
และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
* การกีดกันทางการค้า
*
กำหนดระยะเวลาอนุรักษ์สัตว์น้ำทะเล
และสร้างแนวปะการังเทียม
และทำระบบมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
* ขาดแคลนพื้นที่เพาะเลี้ยง
และการแย่งชิงทรัพยากรประมง
* กำหนดนโยบายประมงแห่งชาติ
เพื่อแก้ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร
และควรสำรองแหล่งทำประมงอื่นๆ
เพิ่ม
และขยายขนาดเรือปลาทูน่า
*
ต้นทุนการผลิตสูงกว่าประเทศคู่แข่ง
โดยเฉพาะราคาน้ำมัน
และค่าไฟฟ้า
*
มีมาตรการขายน้ำมันราคาถูกให้กับชาวประมงขนาดเล็ก
* ปรับลดราคาอาหารกุ้ง
และเพิ่มพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์
*
ตั้งนิคมการเลี้ยงกุ้งที่เป็นมาตรฐาน
*
รักษาคุณภาพอุตสาหกรรมอาหาร
*
ขาดสภาพคล่องในการประกอบการ
ปัญหาอุปสรรค
และข้อเสนอแนะ-สาขาอัญมณี
และเครื่องประดับ
- ปัญหา ข้อเสนอแนะ
* วัตถุดิบน้อยลง
*
ชี้นำในการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ๆ
ในต่างประเทศ
* ค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น
*
ขยายฐานการผลิตไปยังส่วนภูมิภาค
* ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็น
SMEs ขาดทักษะการบริหารงาน
* สนับสนุนด้านเทคโนโลยี
และพัฒนาทักษะบุคลากร
* มีการกีดกันทางการค้าสูง
และมีคู่แข่งมาก
* เปิดตลาดการค้าใหม่
และประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของสินค้าไทย
เศรษฐกิจใหม่-วิสาหกิจ
เศรษฐกิจเดิม เศรษฐกิจใหม่
การผลิต
ผลิตจำนวนมาก รูปแบบ สไตล์
คงที่ไม่เปลี่ยนบ่อย
เพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำ
และสามารถขายสินค้าได้ในราคาถูก
ปริมาณ/รูปแบบ
ผลิตยืดหยุ่นได้ตามความต้องการของตลาดแต่ราคายังแข่งขันได้
การเติบโตของธุรกิจ
อาศัยแรงงานราคาถูก
ทุนประกอบการที่มีต้นทุนต่ำ
ขึ้นอยู่กับความสามารถในเชิงประดิษฐ์
นวัตกรรม
และความรู้ในการผลิต/บริหาร/การตลาด
อาศัยทรัพย์สินของบริษัทที่มีตัวตน
ทรัพย์สินทางปัญหาจับต้องไม่ได้
แหล่งความได้เปรียบในการแข่งขัน
มีราคาถูกจากการที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ
ผลิตเป็นจำนวนมาก
และมีแรงงานราคาถูก
มีราคาคุณภาพดี
จากนวัตกรรมในการผลิต
บริหาร
คุณภาพของผลิตภัณฑ์บริการ
และออกสินค้าแบบใหม่ได้เร็วกว่าและต้นทุนที่แข่งขันได้
ความสัมพันธ์กับธุรกิจอื่นๆ
ทำธุรกิจแบบเอกเทศ
มักทำธุรกิจเฉพาะกลุ่ม
หรืออยู่ในกลุ่มของตัวเอง
ต้องแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ
เพื่อช่วยลดจุดอ่อนและเสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อตลาด
เศรษฐกิจใหม่-บุคลากร
เศรษฐกิจเดิม
เศรษฐกิจใหม่ นโยบายแรงงาน
เน้นการมีงานทำ ไม่ว่างงาน
เน้นค่าตอบแทนสูง
การมีงานทำขึ้นอยู่กับโอกาส
และความอยู่รอดขององค์กร
ทักษะ มีความชำนาญเฉพาะด้าน
มีความชำนาญกว้างๆ
และทำงานได้หลายประเภท
ความรู้ในการทำงาน
ได้จากสถาบันการศึกษา
หรือการฝึกอบรมเฉพาะกิจ
ต้องมีการเรียนรู้/ฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการทำงาน
ความสัมพันธ์กับแรงงาน
มักมีจุดยืนที่ตรงข้ามกัน
พึ่งพาซึ่งกันและกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
เศรษฐกิจใหม่-รัฐบาล
เศรษฐกิจเดิม เศรษฐกิจใหม่
ความสัมพันธ์กับเอกชน
ทำตามที่รัฐต้องการ
รัฐส่งเสริม
และชี้นำภาคเอกชน
ประกอบธุรกิจที่มีผลให้เศรษฐกิจเติบโต
กฎระเบียบของรัฐ
เพื่อควบคุม และกำกับดูแล
เป็นเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ
และมีความคล่องตัว
ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
นโยบายเศรษฐกิจ
มุ่งแก้ภาวะวิกฤติ
มุ่งสร้างงานควบคุมเงินเฟ้อ
ควบคุมวัฎจักรธุรกิจ
มุ่งส่งเสริมความรู้ทักษะ
ข้อมูล และเทคโนโลยี
สนับสนุนการปรับตัวสู่เศรษฐกิจที่ทำธุรกรรม
ผ่านระบบดิจิตอล
ซึ่งต้องปรับปรุงระบบการศึกษา/ฝึกอบรม
และใฝ่นวัตกรรมของคนในสังคม
เพื่อชักนำการเติบโตของเศรษฐกิจ
การลงทุนของรัฐ
โครงการใหญ่ๆ เช่น โรงไฟฟ้า/โรงงานใหญ่ๆ
โดยหวังว่าจะมีผลทางเศรษฐกิจสูงขึ้น
รัฐลงทุนในระบบการศึกษา
ฝึกอบรมวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี R&D
และโครงการวิจัยพัฒนาที่สำคัญ
นโยบายการค้าเสรี
ปกป้องอุตสาหกรรม
และการค้าที่แข่งขันไม่ได้
เปิดให้มีการแข่งขันในส่วนที่จะทำให้เกิดนวัตกรรม
และส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อให้มีเครือข่ายและกลไกในการทำธุรกิจสู่เศรษฐกิจใหม่
ระบบราชการ
เป็นระบบที่มีขั้นตอนที่ต้องใช้เวลานานระเบียบพิธีการค่อนข้างมากและซ้ำซ้อน
มีหลายหน่วยงานที่ทำงานอย่างเดียวกัน
ปรับโครงสร้างให้เป็นระบบบริหารที่ติดต่อสื่อสารสั่งการผ่านระบบเครือข่ายดิจิตอลที่ตอบสนองได้รวดเร็วและปรับเปลี่ยนได้คล่องตัว
ปัญหาหลักในสังคมไทย
ภายหลังภาวะวิกฤติ
ปัญหาหลักในสังคมไทย
* สังคมไทยมีความสับสน
มีความแตกแยกในเชิงความคิด
และแนวปฏิบัติในการแก้ปัญหาและพัฒนาบ้านเมือง
สังคมยังขาดวิสัยทัศน์ร่วมของผู้นำทางปัญญาในทุกระดับที่ชี้นำการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจใหม่ที่ผันผวนอย่างรวดเร็ว
สังคมมีความกังวลกับขบวนการซึ่งผู้มีบทบาทใช้ในการแก้ปัญหา
ความไม่ชัดเจนในการปรับตัวแบบก้าวกระโดด
เพื่อให้ทันต่อเศรษฐกิจใหม่
*
การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจใหม่
เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก
ประชากรส่วนใหญ่
ขาดการยอมรับการเปลี่ยนแปลง
ขาดความพร้อมที่จะเข้าสู่เศรษฐกิจใหม่
ความไม่พร้อมในระบบการศึกษา
การฝึกอบรม
เพิ่มทักษะที่จำเป็นในการใช้และแสวงหาข้อมูลเพื่อการแข่งขัน
และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งความไม่พอเพียงในการใช้
และการพัฒนาเทคโนโลยี
* การบริหารจัดการ
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ/ผลิตภาพ
ในภาครัฐ และเอกชน
ยังไม่เข้มแข็ง
ไม่เป็นเอกภาพ
การคิดแก้ปัญหายังไม่เป็นแบบองค์รวม
และเป็นระบบ
ยังไม่พร้อมในการใช้เทคโนโลยีการบริหาร
โดยเฉพาะด้านสารสนเทศในการจัดการ
และเข้าสู่การบริหารเศรษฐกิจที่พึ่งพาข้อมูล
และกลไกด้านสารสนเทศ
* ประชาคมยังมีความเปราะบาง
และให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ของส่วนรวมไม่พอเพียง
ผู้มีบทบาทในสังคมยังมองข้ามการมีวินัย
จริยธรรม
และความโปร่งใสของระบบการปกครองและการเมือง
สังคมยังมีองค์กรกลางที่เข้มแข็งไม่พอเพียงในการตรวจสอบและถ่วงดุล
*
ความได้เปรียบการแข่งขันของไทยในเวทีการค้าโลก
ได้ถดถอยไปและอ่อนแอลงเพราะภาวะวิกฤติ
และวิสาหกิจส่วนใหญ่ยังก้าวไม่ทันต่อกติกาการแข่งขัน
ภายใต้เศรษฐกิจใหม่
และโครงสร้างอุตสาหกรรมที่สำคัญๆ
ยังไม่รวมตัวเป็นกลุ่ม (Cluster)
* การว่างงาน ความยากจน
และการกระจายรายได้ยังเป็นปัญหาของสังคมอย่างต่อเนื่อง
และทวีความสำคัญขึ้น
ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่สงบในสังคมได้
*
แผนพัฒนาวางกรอบไว้อย่างกว้าง
มุ่งในโครงการใหญ่
หรือในระดับมหภาค
หาเป้าหมายที่ชัดเจนได้ยาก
และมิได้ระบุหน่วยงานที่เป็นผู้รับผิดชอบ
การจัดสรรงบประมาณในระดับหน่วยงานจึงไม่สอดคล้องกับเจตนารมย์ของแผนพัฒนา
การนำไปสู่การปฏิบัติ
การติดตามผล การเฝ้าระวัง
และการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
นั้นยังไม่มีความชัดเจน
*
ระบบสนับสนุนการบริหารเศรษฐกิจ
และสังคม เช่น กฎหมาย
ระบบการเงิน การคลัง
ระบบสารสนเทศ
ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้ทันท่วงทีต่อการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันการค้าระหว่างประเทศ
และระบบเศรษฐกิจใหม่
*
ความคืบหน้าของการปฏิรูประบบราชการ
ยังไม่ถึงระดับที่จะเปลี่ยนทัศนคติ
และค่านิยมของการคิด
และทำงานร่วมกันระหว่างรัฐ/เอกชน/ประชาคม
อย่างมีประสิทธิภาพ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
ประชาคมยังมีความไม่พอเพียงในการเตรียมความพร้อม
ที่จะบริหารประชาคมของตนเอง
โดยลดบทบาทและการชี้นำของรัฐบาลที่ไม่สอดคล้องกับสภาพของประชาคม
วิสัยทัศน์ความเปลี่ยนแปลงที่คาดหวัง
การเปลี่ยนแปลงที่คาดหวัง
สังคมไทยมีความเข้มแข็งขึ้น
มีคุณภาพ มีภูมิปัญญา
มีวินัย มีจิตสำนึก
และทัศนคติที่คำนึงถึงส่วนรวม
*
สังคมมีภาวะผู้นำในทุกระดับ
ที่มีภูมิปัญญามีจิตสำนึกต่อส่วนรวม
ประชาชนมีคุณภาพ
คุณธรรมและใฝ่เรียนรู้
*
เป็นสังคมที่มีการช่วยเหลือ
เกื้อกูลและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส
*
มีบริการพื้นฐานทางสังคมอย่างทั่วถึง
มีความเป็นธรรม
และมีความปลอดภัยต่อชีวิต
และทรัพย์สินดีขึ้น
*
มีกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
เพื่อยกระดับทักษะและความรู้ของประชากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจใหม่
สังคมไทยมีความเข้มแข็งขึ้น
มีคุณภาพ มีภูมิปัญญา
มีวินัย มีจิตสำนึก
และทัศนคติที่คำนึงถึงส่วนรวม
*
มีความเสมอภาคในการเข้าถึงข้อมูล
ข่าวสารและวิทยาการใหม่ๆ
* กระบวนการยุติธรรม
ที่เป็นที่พึ่งของประชาชนมีกระบวนการแก้ปัญญาสังคม
ที่เป็นระบบ โปร่งใส
และมีองค์กรกลาง และกลไก
ให้ประชาชนมีบทบาท
และตรวจสอบได้
มีระบบการปกครอง
และการเมืองที่โปร่งใส
มีคนดีเข้ามามีส่วนร่วมหน่วยงานรัฐตอบสนองประชาคมได้รวดเร็ว
และลดการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน
* มีระบบการปกครอง
ระบบการเมือง ที่โปร่งใส
มีเสถียรภาพ มีประสิทธิภาพ
* มีจุดหมาย และทำงานร่วมกัน
ระหว่างหน่วยงานของรัฐ
ธุรกิจเอกชน และประชาคม
ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
และสังคมของชาติ และศักยภาพในการแข่งขัน
*
เปิดโอกาสให้คนดีมีความสามารถมีความรับผิดชอบ
และมีจริยธรรมเข้าบริหารงานเพื่อส่วนรวมของประเทศ
หน่วยราชการมีขนาดกระทัดรัด
ไม่ซ้ำซ้อน
ปรับเปลี่ยนทัศนคติในการทำงานเพื่อตอบสนองต่อประชาคมได้รวดเร็ว
และมีประสิทธิภาพ
*
การแสวงหาผลประโยชน์เพื่อส่วนตน
ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน
มีการคิด
และทำเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมมากขึ้น
ประชาชนส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิต
มีความเป็นอยู่ มีรายได้
และมีโอกาสที่ใกล้เคียงกัน
*
ประชาชนในแต่ละภูมิภาคในท้องถิ่นต่างๆ
มีโอกาสทางสังคม
และทางเศรษฐกิจและการเลืองทางดำเนินชีวิตได้เท่าเทียมกับประชาชนเมือง
*
ประชาชนมีบทบาทมีส่วนร่วมในการบริหารท้องถิ่นของตน
ให้มีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับวัฒนธรรมของท้องถิ่น
* มีการกระจายงาน
กระจายรายได้
และกระจายงบประมาณไปสู่ภูมิภาค
ช่องว่างระหว่างรายได้ลดลง
* อัตราการว่างงานลดลง
และรัฐมีระบบสวัสดิการรองรับผู้ว่างงาน
และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม
ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่แข็งแรงและมีเสถียรภาพ
*
เศรษฐกิจได้รับการพัฒนาให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
แทนการเติบโตอย่างร้อนแรง
* มีภูมิคุ้มกันจากแรงกระทบ
และการโจมตีจากภายนอกประเทศ
โดยมีการพึ่งพาตนเองให้ได้ระดับที่สมควร
* ธุรกิจขนาดกลางและย่อม
มีศักยภาพเป็นกลไกในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
* อุตสาหกรรมการผลิต การค้า
บริการ และการเกษตร
มีโครงสร้างที่ปรับปรุงให้มีความพร้อมที่จะแข่งขันในเศรษฐกิจใหม่
รัฐ/เอกชน
และประชาคมร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูศักยภาพในการแข่งขันในเวทีการค้าโลกให้ไทยเข้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจใหม่
*
สังคมไทยปรับตัวแบบก้าวกระโดด
ข้ามปัญหาที่ไม่จำเป็นต้องแก้ไขเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจใหม่
*
มีความพร้อมและความได้เปรียบในการแข่งขันจากลำดับที่
43 มาเป็นลำดับที่ 15 ถึง 25
จากกลุ่ม 47 ประเทศ
*
รัฐและเอกชนร่วมมือกันปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน
และความสามารถในการหาตลาด
และการสร้างโอกาสในการฟื้นฟูธุรกิจ
รัฐ/เอกชน และประชาคม
ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูศักยภาพในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก
ให้ไทยเข้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจใหม่
* รัฐลงทุนในระบบการศึกษา
การฝึกอบรม การพัฒนา
เพื่อเตรียมประชากรให้มีศักยภาพในเศรษฐกิจใหม่
สามารถใช้เครื่องมือสมัยใหม่ที่เป็นดิจิตอลในการประกอบการ
การดำรงชีวิตและการแสวงหาข้อมูลวิทยาการใหม่ๆ
* ไทยเป็นแกนนำในภูมิภาค
โดยเป็นกลุ่ม Cluster
ของอุตสาหกรรม
และบริการที่ไทยมีความสามารถทำได้ดี
และได้เปรียบในการแข่งขัน
*
แนวทางปฏิบัติที่ทำให้ความคาดหวังเป็นจริง
สังคมร่วมกันสนับสนุนคนดี
มีจริยธรรม
เป็นผู้นำทางปัญญาในทุกระดับ
และมีกลไกถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์วิสัยทัศน์และพฤติบัญญัติของทุกอาชีพ
เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
* มีขบวนการ และกลไก
ที่เอื้อให้คนมีจริยธรรมและคุณภาพ
มีโอกาสเป็นผู้นำทางปัญญา
ถ่ายทอดความคิดสร้างสรร
และแบบอย่างที่ดี
การแก้ปัญหาโดยข้อเท็จจริง
และความเป็นเหตุเป็นผล
* รัฐสนับสนุนให้มีเวที
ให้ผู้นำทางปัญญาทุกระดับได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิด
และสร้างวิสัยทัศน์ร่วมในการแก้ปัญหาสังคมและการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืน
* มีการจัดทำพฤติบัญญัติ Code of
Coduct และธรรมาภิบาลของทุกกลุ่มอาชีพ
เพื่อผลักดันไปสู่การยอมรับ
และนำไปประพฤติ ปฏิบัติ
ส่งเสริมจัดตั้งองค์กรกลาง
เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบ
ถ่วงดุล เกื้อหนุนคนดี มีจริยธรรม
และคุณภาพ
*
มีองค์กรกลางที่กรรมการผ่านกระบวนการสรรหาที่เหมาะสม
เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบถ่วงดุล
เกื้อหนุนคนดี
หลั่นกรองเพื่อไม่ได้คนที่จริยธรรมและคุณภาพไม่ถึงระดับเข้ามามีบทบาทในหน้าที่ทางสังคม
ร่วมสร้างสมาชิกของสังคมในอนาคตที่มีคุณภาพ
โดยการถ่ายทอดแนวความคิดในการปรับปรุงคุณภาพสังคมเข้าสู่ระบบการศึกษาของเยาวชนให้เป็นคนมีวินัย
ใฝ่เรียนรู้และมีคุณธรรม
* ถ่ายทอดแนวธรรมาภิบาลเข้าสู่ระบบการศึกษาในการปรับปรุงคุณภาพสังคม
ให้กับประชากรรุ่นเยาว์เรียนรู้
และเริ่มมีบทบาทในการเป็นสมาชิกของสังคมที่มีคุณภาพ
คุณธรรม
มีวินัยและใฝ่เรียนรู้
สร้างความโปร่งใสในสังคม
โดยให้ประชาคมมีโอกาสรับฟังความจริง
ร่วมให้ข้อคิดเห็น
และมีบทบาทร่วมในการตัดสินใจ
* มีการนำเสนอข้อมูล
การวิเคราะห์สถานการณ์ของเหตุการณ์
หรือ ปัญหาสำคัญๆ
ให้ประชาชนมีโอกาส
รับฟังความจริง
ร่วมให้ข้อคิดเห็นในสถานการณ์สำคัญๆ
หรือพฤติกรรมต่างๆ
ที่มีผลกระทบต่อสังคม
โดยผ่านกลไก
เช่นการประชาพิจารณ์
การประชุม
การแถลงข่าวผ่านการสื่อสารมวลชน
สร้างวิสัยทัศน์ร่วมระหว่างรัฐ
เอกชน ประชาคม
โดยใช้การรณรงค์
และการจัดสรรงบประมาณเป็นกลไกผลักดันให้นำวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติ
*
ร่วมกันรณรงค์สร้างทัศนคติในประชาคมให้ตระหนักถึงหน้าที่
ที่ต้องช่วยรัฐในการแก้ไขปัญหาและร่วมกันพัฒนาสังคม
โดยไม่ผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของรัฐแต่ฝ่ายเดียว
ช่วยกันสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรสาธารณะ
ที่สามารถแบ่งรับภาระกิจบางส่วนจากรัฐได้
* เพื่อให้แนวคิด นโยบาย
และการปฏิบัติในการตอบสนองต่อประชาคมสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
ต้องมีแรงกระตุ้นและสนับสนุนให้มีการกำหนดวิสัยทัศน์และวางแผนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน
โดยมีความต่อเนื่อง
และมีการประเมินผลงานร่วมกัน
สร้างวิสัยทัศน์ร่วมระหว่างรัฐ
เอกชน ประชาคม
โดยการใช้การรณรงค์
และการจัดสรรงบประมาณ
เป็นกลไกผลักดันให้นำวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติ
* มีมาตรการผลักดัน
และสนับสนุน
ให้กระแสความคิดในวิสัยทัศน์ร่วมนำไปสู่การปฏิบัติการได้
คือการปฏิรูประบบการจัดสรรงบประมาณของกระทรวง
และองค์กรท้องถิ่นให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ร่วมที่สังคมยอมรับ
เร่งรัดการปฏิรูประบบราชการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ลดขนาดกำลังคนถ่ายโอนงานสู่ภาคเอกชน
และปรับทัศนคติในการทำงานโดยมุ่งให้บริการประชาคม
*
เร่งรัดการปฏิรูประบบราชการ
ลดการทำงานซ้ำซ้อน
ลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น
ปรับปรุงเงินเดือน
ค่าตอบแทนข้าราชการให้ดีขึ้น
และถ่ายโอนงานบางส่วนที่เหมาะสม
ให้องค์กรสาธารณะ NGO
และภาคเอกชน
โดยลดบทบาทจากผู้ปฏิบัติเป็นผู้สนับสนุน
และชี้นำ
เร่งรัดการปฏิรูประบบราชการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ลดขนาดกำลังคนถ่ายโอนงานสู่ภาคเอกชน
และปรับทัศนคติในการทำงานโดยมุ่งให้บริการประชาคม
*
มีมาตรการจูงใจให้ข้าราชการและองค์กรสาธารณะปรับเปลี่ยนทัศนคติมาสู่การมีความตั้งใจและยินดีให้บริการ
แก่สาธารณะ
และมีการแลกเปลี่ยนยืมตัวบุคลากรระดับสูงระหว่างรัฐและเอกชน
และมีกระบวนการสรรหาตัวบุคคลที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานและให้บริการสร้างแรงผลักดันในการเปลี่ยนแปลงในหน่วยงานหลักที่สำคัญๆ
มีกลไกในการตรวจสอบ ถ่วงดุล
สร้างความโปร่งใส
วัดผลการทำงานของระบบการปกครอง
ระบบการเมือง
และเสนอผลตรวจสอบต่อประชาคม
*
ประชาคมมีกลไกตรวจสอบระบบการปกครอง
ระบบการเมือง มีการถ่วงดุล
และมีผลของการตรวจสอบที่สังคมสามารถรับรู้ได้โดยผ่านองค์กรตรวจสอบอิสระ
ทำหน้าที่ตรวจสอบ
ประเมินผลงาน
มีความโปร่งใสในด้านการใช้งบประมาณ
การจัดซื้อจัดจ้าง
หรือขบวนการเลือกตั้ง
และนำเสนอผลตรวจสอบต่อสาธารณะ
มีการกระจาย
และสร้างงานในภูมิภาค
ปรับปรุงระบบการเดินทาง
การขนส่ง สาธารณูปโภค
การศึกษา
และกลไกบริการทางสังคมอื่นๆ
เพื่อสร้างความน่าอยู่ในภูมิภาค
*
จัดให้มีการทำงานร่วมของหน่วยงานหลักเพื่อให้เกิดการกระจายงาน
หรือกระจายบางส่วนของอุตสาหกรรมที่เหมาะสม
และการลงทุน สู่ภูมิภาค
โดยให้สอดคล้องกับศักยภาพ
ของแต่ละท้องถิ่น
และมีส่วนร่วมจากประชาคม NGO
รวมทั้งการให้แรงจูงใจ
ความสะดวก ในการย้าย/ลงทุนในหน่วยผลิต
เช่นมาตรการทางภาษี
หรือการช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภค
มีการกระจาย
และสร้างงานในภูมิภาค
ปรับปรุงระบบการเดินทาง
การขนส่ง สาธารณูปโภค
การศึกษา
และกลไกบริการทางสังคมอื่นๆ
เพื่อสร้างความน่าอยู่ในภูมิภาค
*
เร่งรัดพัฒนาระบบขนส่งมวลชน/ขนส่งสินค้าเชื่อมโยงระบบการขนส่งแต่ละประเภทเข้าหากัน
เพื่อความต่อเนื่องในบริการ
รวมทั้งเชื่องโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
*
จัดสรรงบประมาณให้กับท้องถิ่น
โดยประชาคมและ NGO
มีส่วนร่วมในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค
การศึกษา ระบบสาธารณสุข
และแหล่งพักผ่อน
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในภูมิภาค
ยกระดับรายได้
และคุณภาพชีวิตของประชากรในภูมิภาค
* ปรับปรุงประสิทธิภาพ คุณภาพ
ในภาคเกษตรครัวเรือน
โดยเน้นสายพันธุ์และปรับปรุงการใช้ระบบชลประทานให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น
เพื่อเพิ่มรายได้ เกษตรกร
*
ปรับปรุงกลไกองค์กรธุรกิจชุมชน
เช่นสหกรณ์ให้สามารถจัดการธุรกิจท้องถิ่นได้
*
เร่งรัดการเสริมสร้างความเข้าใจของประชาคมในระบบการบริหารส่วนท้องถิ่น
สนับสนุนด้านการฝึกอบรม
การรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วม
มีการตรวจสอบโดยประชาคม
ส่งเสริมการค้าชายแดนให้เป็นระบบมากขึ้น
* รัฐ เอกชน
ร่วมกันทำแผนงานและนโยบายทึ่ชัดเจนในการส่งเสริมการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน
และพัฒนาสู่แกนนำด้านการค้า
การผลิต
และการบริการในอนุภาค GMS
แผนพัฒนาเศรษฐกิจควรกำหนดสำดับความสำคัญขององค์ประกอบหลักของระบบเศรษฐกิจ
และมีหน่วยงานหลักเป็นผู้รับผิดชอบที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น
*
กำหนดเป้าหมายและลำดับความสำคัญขององค์ประกอบในระบบเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะองค์ประกอบที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันและจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว
เช่นการใช้กำลังการผลิตเพื่อการส่งอก
รายได้จากการท่องเที่ยว
หรือการใช้จ่ายเพื่อบริโภคของภาคครัวเรือน
แผนพัฒนาเศรษฐกิจควรกำหนดลำดับความสำคัญขององค์ประกอบหลักของระบบเศรษฐกิจ
และมีหน่วยงานหลักเป็นผู้รับผิดชอบที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น
*
มอบหมายให้หน่วยงานหลักภาครัฐ
เอกชน
มีบทบาทดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายโดยมีความรับผิดชอบ
การตรวจสอบ และการตอบแทน
และร่วมกันแก้ไขข้อจำกัด
อุปสรรคในการเติบโต
และปรับแผนงาน แผนเงิน
ของกระทรวงให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
โดยเน้นการจัดสรรทรัพยากร
และงบประมาณตามลำดับความสำคัญขององค์ประกอบนั้นๆ
ปรับบทบาทของรัฐให้เป็นกลไกกระตุ้นความเติบโตทางเศรษฐกิจ
การลงทุน ปลดเปลื้องปัญหา
อุปสรรค และสร้างโอกาสใหม่ๆ
ให้กับประเทศ
*
ปรับปรุงกฎระเบียบทางด้านการผลิต
การค้าบริการและการเงิน
ที่ล้าสมัย
ไม่ทันต่อการแข่งขันในเศรษฐกิจใหม่
*
รัฐลงทุนในการปฏิรูประบบการศึกษา
การพัฒนา
และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
และการวิจัยพัฒนา ปรับปรุง
ระบบสาธารณูปโภคด้านการสื่อสาร
คมนาคม
ให้พร้อมกับการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเชิงดิจิตอลที่มีการสื่อข้อมูล
ความรู้ที่รวดเร็ว
และกว้างขวาง เสริมสร้างศักยภาพของ
SMEs
ให้เข้มแข็งในการฟื้นฟูธุรกิจและเศรษฐกิจ
* มีมาตรการเสริมสร้าง SME
ให้เข้มแข็งในด้านการบริหารจัดการ
การใช้ และพัฒนาเทคโนโลยี
มีการบริหารการเงิน
การลงทุนที่ดีขึ้น
* รัฐและเอกชนที่มีศักยภาพร่วมกันสร้างเครือข่ายเชื่อมโยง
SME กับวิสาหกิจที่มีขนาดใหญ่
และเข้มแข็ง เพื่อช่วย SME
ให้มีการสั่งซื้อ การผลิต
การช่วยเหลือด้านการเงิน
การถ่ายทอด
และบริหารเทคโนโลยีต่างๆ
ที่จำเป็น
เร่งพัฒนาให้โดยไทยแกนนำธุรกิจ/อุตสาหกรรม
(Cluster) ที่ไทยมีความเข้มแข็ง
ในภูมิภาค
* รัฐ และเอกชน ร่วมกันศึกษา
และกำหนดธุรกิจบริการ
หรือการผลิต
ที่ไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขัน
เช่น การท่องเที่ยว
การแปรรูปอาหาร
เพื่อสร้างให้เกิดเป็นกลุ่มธุรกิจ
หรือ อุตสาหกรรมขึ้น (Cluster)
* พัฒนาโอกาสใหม่
เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจโดยการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคมาทดแทนหรือเสริมเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการส่งออกสู่ตลาดดั้งเดิม
ที่มีการกีดกันทางการค้าและการแข่งขันที่สูงขึ้น
สร้างการร่วมแรงร่วมใจในวาระแห่งชาติ
ระหว่างรัฐ เอกชน และประชาคม
และคนกลุ่มต่างๆ ในสังคม
ให้เข้าใจโอกาส
และทิศทางการปรับเปลี่ยนในอนาคต
โดยใช้นโยบายเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การสร้างความได้เปรียบในตลาดโลก
* ทำการรณรงค์ร่วมกัน
เพื่อสร้างวิสัยทัศน์
การเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
และความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันพาชาติให้ข้ามพ้นปัญหา
เข้าสู่โอกาสใหม่
*
สร้างกระบวนการทำงานร่วมกัน
วางแผนงานร่วมกัน
ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้
เตรียมความพร้อมในการปรับตัวให้ทันต่อการแข่งขันในตลาดโลก
* มีหน่วยงานร่วมรัฐ-เอกชน
ทำหน้าที่เป็น Think Tank
ทำการศึกษาวิเคราะห์
ข้อได้เปรียบในการแข่งขัน
และภัยคุกคามประเทศ
ถ้าไม่แก้ไขความเสียเปรียบ
*
วางวิสัยทัศน์ร่วมในการกำหนดนโยบายปรับปรุงศักยภาพในการแข่งขัน
โดยเน้นการสร้างโอกาสใหม่ให้ประเทศมากกว่าการแก้ปัญหาแต่อย่างเดียว
*
มีการกำกับและบริหารนโยบายร่วมกันระหว่างรัฐ/เอกชน
ประชาคม
อย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่บรรลุเป้าหมาย
ปรับปรุงกฎระเบียบพิธีการ
กฎหมาย การสื่อสารคมนาคม
ให้เป็นระบบสากล
และเอื้ออำนวยต่อการแข่งขัน
* ร่วมกันปรับปรุงกฎหมาย
ระเบียบ
พิธีการที่เป็นอุปสรรคต่อความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ
ให้เข้ากับระบบสากลได้
* การเปิดเสรี
ต้องมีการศึกษาผลได้ผลเสีย
และมีการเปิดเสรีเป็นขั้นตอน
เพื่อคุ้มครองประโยชน์และโอกาสของชาติ
และมีเวลาสร้างภูมิคุ้มกันที่พอเพียง
เน้นความสำคัญในการยกระดับองค์ความรู้ให้กับประชากรในทุกระดับ
เพื่อพัฒนาผู้นำทางปัญญาและบุคลากรที่มีความรู้
ความสามารถ
และความเป็นผู้นำ
* ปรับปรุงแผนแม่บทการศึกษา
การฝึกอบรม
และระบบการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ตลอดชีพ
ปรับปรุงคุณภาพของสื่อการเรียนการสอน
ต่อเนื่อง
* มีการวัดผลระบบการศึกษา
โดยมีมาตรการและองค์ความรู้เทียบเท่าประเทศพัฒนา
โดยเน้นความสามารถในการปฏิบัติงาน
การพิเคราะห์ ตัดสินใจ
*
เปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสมีทางได้รับการศึกษาฝึกอบรม
เพื่อสร้างทักษะ
เน้นการยกระดับการบริหารจัดการ
ผลิตภาพของประเทศ
การใช้การพัฒนาเทคโนโลยี
และการวิจัยพัฒนา
* จัดให้มีแรงจูงใจ เป้าหมาย
คำมั่นในการที่จะร่วมใจกันยกระดับ
ผลิตภาพ
ความสามารถในการจัดการและการใช้เทคโนโลยี
*
เร่งรัดการพัฒนาการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการ
การค้าระหว่างประเทศ
การบริการ และการผลิต
เพื่อเป็นเครื่องมือในการแข่งขัน
และเพิ่มผลิตภาพ
* มีหน่วยงานร่วมภาครัฐ/เอกชน
ที่ได้รับมอบหมายให้ติดตามวัดผล
และเสนอทางแก้ไขปรับเปลี่ยนมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์
ที่มา : น.ส.พ.ผู้จัดการ
ฉบับวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2544