ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร เมื่อจีนเข้า WTO

                                                                                                                            

ในปลายปีนี้จีนซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนามีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกมากกว่า 1,200 ล้านคน จะเข้าเป็นสมาชิกองค์กรการการค้าโลก หรือ WTO ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของระบบการค้าเสรีของฮลก และจะก่อนให้เกิดผลประโยชน์และผลกระทบที่มีต่อจีนเองและต่อเศรษฐกิจโลกมีการประเมินกันว่า จีนรวมทั้งฮ่องกงจะดูดเงินลงทุนโดยตรงทั้งหมดที่เข้ามาในภูมิภาคเอเชียไปถึง 70 % โดยในครึ่งปีแรกปีนี้  เงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ประเทศจีนแล้ว 33,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประเทศอื่นๆ ในเอเชียไม่สามารถแข่งขันกับจีนทั้งในเรื่องของแรงงานราคาถูก แรงงานฝีมือแรงงานกึ่งฝีมือที่มีเป็นจำนวนมาก และตลาดที่มีขนาดใหม่มหึมา  

                สำหรับประเทศไทยนั้นจะได้รับผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ ในด้านบวกนั้น จีนจะต้องมีการเปิดตลาดการค้า ต้องปรับลดอัตราภาษีขาเข้าแก่สินค้าต่างประเทศ ต้องยกเลิกมาตรการจำกัดโควตาการนำเข้า ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสในการขายสินค้าในตลาดจีนเพิ่มมากขึ้น จะได้รับการลดภาษีสินค้านำเข้ากว่า 100 รายการ ประกอบด้วยสินค้าเกษตร 39 รายการ สินค้าประมง 12 รายการ และสินค้าอุตสาหกรรม 85 รายการ โดยสินค้าที่สำคัญ เช่น ข้าว จีนจะขยายโควตานำเข้า 2.66 ล้านตันในปี 2544 เป็น 5.37 ล้านตันในปี 2547 หรือน้ำตาลจะขยายการนำเข้ามาก 1.6 ล้านตันในปี 2544 เป็น 1.95 ล้านตันในปี 2547 เป็นต้น

                ในด้านการลงทุนนั้น จีนจะต้องมีการผ่อนปรนกฎเกณฑ์ระเบียบด้านลงทุนให้แก่ต่างชาติและจะเปิดตลาดเสรีทางด้านการบริการหลายสาขา เช่น ธุรกิจโรงแรม ธนาคาร การบริการท่องเที่ยวและภัตตาคาร จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยที่จะสามารถเข้าไปลงทุนในจีนได้มากขึ้นส่วนในด้านลบนั้น จีนจะกลายเป็นคู่แข่งการค้าที่สำคัญของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่มีขีดความสามารถสูงในการแข่งขันการผลิตสินค้าประเภทใช้แรงงาน อีกทั้งเป็นประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ ประกอบกับได้รับการพัฒนาทางด้านการผลิตจากฮ่องกงเป็นแนวทาง ทำให้ไทยอาจะเสียส่วนแบ่งตลาดของสินค้าในบางรายการให้กับจีน โดยเฉพาะในตลาดหลักของไทย เช่น สหรัฐอเมริกา เช่น อาหารทะเลแปรรูป ปลาปรุงแต่ง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเด็กเล็ก ถุงมือยาง เครื่องประดับอัญมนี เครื่องรับโทรทัศน์ และยังมีกลุ่มสินค้าไทยที่อาจจะประสบปัญหาเพิ่มขึ้น เช่น เครื่องใช้สำหรับเดินทาง เครื่องทำความร้อนไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ หม้อแปลงไฟฟ้า สายไฟ สายเคเบิล รองเท้าหนัง เป็นต้น เนื่องจากสินค้าส่งออกเหล่านี้ ไทยเป็นรองจีนอยู่แล้วในตลาดสหรัฐอเมริกา  ขณะเดียวกัน การผ่อนปรนกฎเกณฑ์ระเบียบการลงทุนจากต่างประเทศของจีนจะเป็นสิ่งจูงใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่เข้าไปประกอบกิจการ เนื่องจากจีนเป็นประเทศใหญ่มีพื้นที่ว่างสำหรับลงทุนอยู่มาก มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติมากกว่าไทยการเข้าเป็นสมาชิก WTO นอกจาประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ในฐานะคู่ค้าแล้วจีนยังจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญของประเทศไทย ดังนั้น นักลงทุนและผู้ผลิตไทยจะต้องมีการปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดต้นทุน ปรับปรุงคุณภาพมาตรฐานสินค้าและการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก อีกทั้งต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ ให้หันมาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น                          

ที่มา: จุลสาร การเงินธนาคาร ปีที่ 1 / ฉบับที่ 1 / กันยายน 2544