สถานการณ์ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน ปี 2561

Keyword:     git  นำเข้าส่งออกอัญมณี  ปี 2561  ม.ค.-เม.ย.  สถานการณ์  อัญมณีและเครื่องประดับ  อุตสาหกรรม 

สถานการณ์ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน ปี 2561

มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน 2561 ปรับตัวลดลงร้อยละ 6.04 (ร้อยละ 15.38 ในหน่วยของเงินบาท) หรือมีมูลค่า 4,181.82 ล้านเหรียญสหรัฐ (131,930.62 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่มีมูลค่า 4,450.54 ล้านเหรียญสหรัฐ (155,901.15 ล้านบาท) นับเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญในอันดับที่ 3 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.11 ของสินค้าส่งออกโดยรวมของไทย โดยมูลค่าการส่งออกที่ลดลงมาจากการส่งออกทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปในสัดส่วนราวร้อยละ 39 ซึ่งมีมูลค่าลดลงร้อยละ 20.49 เมื่อหักทองคำออก การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 2,540.41 ล้านเหรียญสหรัฐ (80,130.81 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 6.46 (ลดลงร้อยละ 4.04 ในหน่วยของเงินบาท)

ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

เมื่อแยกพิจารณาการส่งออกในรายผลิตภัณฑ์สำคัญพบว่า

สินค้าสำเร็จรูป เครื่องประดับทอง และเครื่องประดับแพลทินัม ขยายตัวได้ร้อยละ 13.46 และร้อยละ 3.69 ตามลำดับ ส่วนเครื่องประดับเงิน หดตัวลงร้อยละ 1.84

สินค้ากึ่งสำเร็จรูป เพชรเจียระไน พลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เติบโตได้ร้อยละ 10.08,
ร้อยละ 5.96 และร้อยละ 4.91 ตามลำดับ

ตลาด/ภูมิภาคสำคัญในการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย (ไม่รวมทองคำ) ในช่วงระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน 2561 ได้แก่ ฮ่องกง ตลาดหลักที่มีสัดส่วนสูงสุดราวร้อยละ 29 ด้วยมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.17 เนื่องจากการส่งออกสินค้าสำคัญอย่างเพชรเจียระไน และพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนได้เพิ่มขึ้น ตลาดหลักลำดับถัดมา คือสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ต่างขยายตัวได้ร้อยละ 8.75 และร้อยละ 10.60 ตามลำดับ โดยการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปที่เพิ่มขึ้นนั้น เนื่องจากผู้บริโภคมีอุปสงค์ต่อสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวในทิศทางบวก มีผลทำให้ไทยส่งออกเครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง และเพชรเจียระไนไปยังภูมิภาคนี้ได้เพิ่มมากขึ้น สำหรับการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาที่เติบโตได้นั้น แม้ว่าอัตราการจ้างงานในสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ หากแต่ภาพรวมทางเศรษฐกิจยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ มีความเชื่อมั่นในการบริโภคสินค้าเพิ่มขึ้น สะท้อนได้จากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เติบโตได้ในแนวบวกมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีผลให้ไทยส่งออกเครื่องประดับทอง พลอยเนื้อแข็งเจียระไน และเพชรเจียระไนไปยังสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มสูงขึ้น ส่วนสินค้าหลักอย่างเครื่องประดับเงินหดตัวลงเล็กน้อย

สำหรับตลาดอาเซียนก็ขยายตัวได้จากการส่งออกเครื่องประดับเทียม และเครื่องประดับทองไปได้เพิ่มขึ้น โดยตลาดที่น่าจับตา คือ บรูไน ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นตลาดส่งออกใน 3 อันดับแรกของไทยเป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าการส่งออกที่สูงกว่า 27.26 เท่า โดยทั้งหมดเป็นการส่งออกเครื่องประดับทอง อีกทั้งกลุ่มประเทศตะวันออกกลางก็ยังเติบโตได้ดีต่อเนื่องจากการส่งออกเครื่องประดับทองไปได้สูงขึ้น ส่วนรัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราชก็ขยายตัวได้จากการส่งออกเครื่องประดับเงินที่เพิ่มสูงขึ้นมาก

ที่มา: กรมศุลกากร ประมวลผลโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 

Share this Post:
View article: 72