ส่อง "อุตสาหกรรม" ปีจอ ไทยตื่นตัว-รับเทรนด์ 4.0

Keyword:     thailand 4.0  ข่าวรายวัน  ปี 2561  พยากรณ์  อุตสาหกรรม  เทรนด์ 

ส่อง "อุตสาหกรรม" ปีจอ ไทยตื่นตัว-รับเทรนด์ 4.0

(รายงานพิเศษ)

ปี2561 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรรม (สศอ.) ประมาณการอัตราการขยายตัวของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เติบโต 2% เพิ่มขึ้นจากปีนี้คาดเติบโตได้ 1.5% และประมาณการอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมคาดเติบโต 2.5% เพิ่มขึ้นจากปีนี้คาดเติบโตได้ 1.7%

การพยากรณ์ที่เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2561 สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่กำลัง ฟื้นตัวจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในกลไกหลักที่ยังทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มที่

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สศอ. ระบุว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากแรงขับเคลื่อนในการลงทุน ภาครัฐ ประกอบกับการดำเนินโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวส่งผลดีต่อการ ส่งออกของไทยขยายตัวต่อเนื่อง

เห็นได้จากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) ในช่วง 10 เดือนของปี 2560 ขยายตัว 1.38% บ่งบอกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำแท่ง) ที่ขยายตัวถึง 14.7% การนำเข้าสินค้าทุนขยายตัว 6.1% และการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ไม่รวมทองคำแท่ง) ขยายตัวถึง 13.8% และอัตราการใช้กำลังการผลิตล่าสุดเดือนต.ค. อยู่ที่ 60.45%

อุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวก อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ คาดยอดผลิตอยู่ที่ 2 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 คาดอยู่ที่ 1.95 ล้านคัน, อุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้และผัก

นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) มองว่าตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 เริ่มเห็นการยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) เพิ่มขึ้นจนถึงปีนี้ แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของฤดูกาลที่ปกติไตรมาสสุดท้ายของปีจะมี ผู้ประกอบการขอรง.4 เข้ามาสูงกว่าช่วงอื่น แต่จากการเก็บข้อมูลมีนักลงทุนสนใจสอบถามเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการขอรับสิทธิประโยชน์การลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

"จากสัญญาณการลงทุนสูงขึ้นต่อเนื่อง ความต้องการแรงงานมีมากถึง 1.85 แสนคน และดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ ฟื้นตัว อีกทั้งถ้ารัฐบาลมีความชัดเจนในการประกาศใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อีอีซี ตามกำหนดการช่วงเดือนม.ค. 2561 นี้ มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเลขคำขอ รง.4 ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ก็จะตามมาด้วยมูลค่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนช่วงกลางปี 2561"

นายมงคลกล่าวและว่า อุตสาหกรรมเป้าหมายในอีอีซี ยังเป็น กลุ่มที่มีทิศทางการลงทุนสดใสในปี 2561 อาทิ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, อุตสาหกรรมยานยนต์ สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์, อุตสาหกรรมการบิน, อุตสาหกรรมโลจิสติกส์, อุตสาหกรรมดิจิตอล, อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร และโดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร การเกษตรเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพ เนื่องจากไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมการเกษตร

ขณะที่นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารไทยปี 2561 คาดมีมูลค่าส่งออก 1.12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% มีตลาดส่งออกสำคัญ เช่น อาเซียน สัดส่วนส่งออกประมาณ 30% ญี่ปุ่น 14% สหรัฐ 10% จีนและแอฟริกา 9% จากปี 2560 ภาพรวมการส่งออกอาหารไทยคาดมีมูลค่า 1.03 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.4%

ซึ่งถือเป็นปีแรกที่สามารถส่งออกทะลุ 1 ล้านล้านบาท และนับเป็นการประสบความสำเร็จไปอีกขั้น

ด้านนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ฉายภาพการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมปี 2561 ว่าจะเริ่มเห็นการลงทุนเกี่ยวกับระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น สะท้อนได้จากตัวเลขการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น ทั้งการลงทุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อการพัฒนารูปแบบสินค้าให้มีความทันสมัย

เริ่มจากการพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ เป็นแนวทางสู่การค้าในตลาดออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) ที่มีการแข่งขันกันสูงมาก เพราะโลกธุรกิจและการค้าปัจจุบันไม่สามารถจูงใจลูกค้าได้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง สิ่งที่ทำได้คือทำให้ภาพที่เห็นจากการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์มีความน่าสนใจ

"เวลานี้ปัจจัยต่างๆ เอื้อให้ปี 2561 เป็นปีแห่งการลงทุนระบบอัตโนมัติ ต้นทุนการผลิตจะเริ่มถูกลง ที่สำคัญประเทศคู่แข่งของไทยต่างก็ เดินหน้าพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันหมดแล้ว ถ้าเราไม่พัฒนาก็จะล้าหลัง"

นายเจนกล่าวและว่า ตามจริงแล้วขณะนี้ ทุกอุตสาหกรรมของไทยก็ปรับตัวหมดแล้ว แต่จะเห็นได้ชัดเจนมากในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าจากนี้เป็นต้นไปจะไม่มีอุตสาหกรรมใดของไทย ที่น่าเป็นห่วงว่าจะปรับตัวไม่ทัน

โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่อีอีซี แม้พ.ร.บ.อีอีซี อาจจะประกาศใช้ช่วงปลายเดือนม.ค. 2561 ซึ่งระหว่างนี้รัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งเป็น ข้อกำหนดให้การใช้ประโยชน์ที่ดินสำหรับแต่ละจังหวัดในอีอีซี (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง)

"สิ่งสำคัญตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเม็ดเงิน เพราะหากพ.ร.บ.มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตามที่คาดไว้ช่วงปลายเดือนม.ค. 2561 ก็ต้องจับตาปรากฏการณ์นักลงทุนยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเข้ามาที่บีโอไอในช่วงไตรมาส 2/2561 อย่างมีนัยสำคัญ เพราะบางโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนขนาดใหญ่กว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนจริงต้องใช้เวลา รวมทั้งต้องติดตามแผนการจัดหาพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รองรับ"

นายเจนกล่าวอีกว่า ส่วนภาวะตลาดแรงงานของไทยอนาคตที่หลายฝ่ายกังวลว่าคนจะตกงานมากขึ้นนั้น ยังไม่เห็นว่าเป็นประเด็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะในทางกลับกันต้องยอมรับว่าขณะนี้แรงงานภายในประเทศของไทย มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์/ชิ้นส่วน ซึ่งจะมีการนำระบบอัตโนมัติมาใช้แทนแรงงานคน มากขึ้น

หากภาคอุตสาหกรรมมีการปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น ก็น่าจะบรรเทาภาวะแรงงานขาดแคลนลงได้ในระดับหนึ่ง

ล่าสุดหารือกับกระทรวงแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยมีส.อ.ท. เป็นคนชี้เป้าบุคลากรที่มีคุณสมบัติตอบโจทย์ความต้องการภาคอุตสาหกรรม ทำให้แรงงานไทยมีการปรับตัว พัฒนาทักษะใหม่ๆ มากขึ้น

ช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังพัฒนาเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 เช่นนี้ เราจึงจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองให้มีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก

หากชะล่าใจไม่ปรับตัว ธุรกิจอาจค่อยๆ ล้มหายตายจากไปในที่สุด

ที่มา : ข่าวสด_http://daily.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFkyOHpNREE1TURFMk1RPT0%3D&sectionid=TURNd05RPT0%3D&day=TWpBeE9DMHdNUzB3T1E9PQ%3D%3D

 
 
 

Share this Post:
View article: 84